เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 636 มนต์ดำ
บทที่ 636 มนต์ดำ
ทางเดินของโรงพยาบาลเงียบสงัด
ฉู่จิงเดินไปที่หน้าห้องผู้ป่วยหมายเลข 304 ด้วยสีหน้าเหม่อลอย เหล่าปรมาจารย์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเห็นเขามาก็เอ่ยถาม “มีอะไรครับ?”
ราชาภาพยนตร์ชะงักงัน ก่อนจะตอบ “ผมดูเธอจากหน้าประตูนี้ได้ไหมครับ? ผมชื่อฉู่จิงครับ ฉู่ลั่วอนุญาตให้ผมมาแล้ว”
ปรมาจารย์จ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักพักหนึ่งแล้วต่อสายหาฉู่ลั่ว หลังจากได้รับอนุญาตแล้วจึงปล่อยให้เข้าไป
ฉู่จิงไม่ได้เข้าไปในห้องผู้ป่วย แต่แง้มประตูห้องอย่างเบามือ พลางยืนมองผู้หญิงที่อยู่ในห้องนั้นอย่างเงียบ ๆ อยู่หน้าประตู
ผู้หญิงคนนั้นใบหน้าซีดเซียว ดูอาการไม่ดีเท่าไหร่
กะเอาจากสายตาก็ดูไม่ออกเลยว่าเธออายุอานามสักกี่ปี
ผู้หญิงคนนี้…
เป็นแม่ของลูกสาวเขาเหรอ?
ฉู่จิงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองไปมีลูกกับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง
แต่ฉู่ลั่วบอกว่าเสี่ยวยาเป็นลูกสาวของเขา
ลูกสาวของเขา!
ฉู่จิงยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูสักพัก ถึงได้หันหลังจากไป
แต่เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ฉู่จ้านก็วิ่งเข้ามาหา “พี่รอง พี่ดูอะไรอยู่เหรอ?”
ฉู่จิงไม่อยากให้คนตระกูลฉู่ไปรบกวนสองแม่ลูกนั้น “ไม่มีอะไรหรอก”
ฉู่จ้านขมวดคิ้ว และเดินตามมาจนถึงบันได “พี่รอง พี่รู้หรือเปล่าว่าตัวเองเปลี่ยนไป?”
ฉู่จิงยังคงอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองจึงไม่ได้สนใจฉู่จ้าน “เปลี่ยนเหรอ?”
“ความคิดและพฤติกรรมของคนคนหนึ่งไม่มีทางที่จู่ ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เว้นเสียแต่ว่า…”
ฉู่จิงเงยหน้าขึ้น แล้วจู่ ๆ ยันต์สีเหลืองก็แปะมาบนหน้าผากของเขา!
ฉู่จ้านกระโดดถอยห่างไป พร้อมกับตั้งท่าป้องกันตัว “เว้นเสียแต่ว่าจะถูกมนต์ดำ! พี่รอง นี่เป็นยันต์ที่ฉันไปขอมาจากปรมาจารย์ฮุ่ยหย่วน แค่เพียงแปะไว้ มนต์ดำที่อยู่ในร่างกายของพี่ก็จะถูกขจัดออกไป”
ผู้เป็นน้องรอคอยอย่างตื่นเต้นระคนหวาดกลัวไปด้วย
ฟิ้ว…
สายลมพัดจนยันต์บนหน้าผากฉู่จิงปลิวสะพัด ในที่สุดก็ยื้อไว้ไม่ไหวจนหลุดออกมา
ยันต์ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แต่แล้วก็มีมือหนึ่งคว้าเอาไว้ในระหว่างนั้น
ฉู่จิงกำยันต์นั้นไว้ในมือ สายตาคมกริบมองฉู่จ้าน “นี่นายทำบ้าอะไรของนาย?”
“พี่รอง พี่ไม่ได้โดนมนต์ดำหรอกเหรอ?” เขาคว้ายันต์ในมือของพี่ชายมามองซ้ายทีขวาทีแต่ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติทั้งนั้น “ปรมาจารย์ฮุ่ยหย่วนบอกไว้แล้ว ว่าหากโดนมนต์ดำจริง ๆ ยันต์นี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง”
แต่ยันต์นี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
“นายสิโดนมนต์ดำ” ฉู่จิงจ้องมองน้องชายของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อฉู่จ้านเห็นว่ายันต์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยจริง ๆ ก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างท้อใจ “ถ้าไม่มีมนต์ดำ งั้นก็แสดงว่าพี่กับพี่ใหญ่กำลังปกป้องฉู่ลั่วกันอยู่จริง ๆ ไม่ได้ถูกมนต์ดำของฉู่ลั่วทำให้ลุ่มหลงสินะ”
ฉู่จิงเลิกคิ้ว “มนต์ดำ? ฉู่ลั่ว? ลุ่มหลง? คืออะไร นายกำลังพูดอะไรอยู่”
ฉู่จ้านถามอย่างมีเหตุผล “ถ้าไม่ใช่เพราะมนต์ดำแล้วมันเป็นเพราะอะไร! ทำไมพี่กับพี่ใหญ่ถึงได้ทำดีกับฉู่ลั่วอย่างไม่มีสาเหตุแบบนั้นล่ะ แม้กระทั่งฉู่ลั่วทำร้ายหร่านหร่านพวกพี่ก็ยังไม่สนใจเลย”
“มันแปลกเกินไปไม่ใช่เหรอ? ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าก่อนที่ฉู่ลั่วจะกลับมา ครอบครัวของเรามีความสุขแล้วก็รักใคร่ปรองดองกันมาก แต่หลังจากที่ฉู่ลั่วกลับบ้านมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด”
“พี่ใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว พอมาตอนนี้พี่รองก็เปลี่ยนไปอีกคน”
“ทำไมกัน!?”
“พี่รอง ทำไมพี่กับพี่ใหญ่ถึงเปลี่ยนไปกันหมด? หรือว่าพวกพี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเราเคยรับปากกับหร่านหร่านไว้ ว่าเราจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิต เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลฉู่และเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของพวกเรานะ!”
ในคำพูดของฉู่จ้านเต็มไปด้วยความข้องใจและตำหนิ
แต่ฉู่จิงกลับมีสีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง เขาคว้ายันต์ในมือของฉู่จ้านไปแปะบนหน้าผากของน้องชาย
“…” ฉู่จ้านดึงยันต์ออก “พี่รอง พี่ทำอะไรเนี่ย?”
“ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่ลองดูว่านายถูกมนต์ดำครอบงำอยู่หรือเปล่า”
ไม่มี ยันต์นี้แปะบนหน้าผากของฉู่จ้านก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเช่นกัน
“ผมจะไปถูกมนต์ดำได้ยังไงล่ะ! คนที่จะถูกมนต์ดำก็มีแค่พี่กับพี่ใหญ่นั่นแหละ” ฉู่จ้านกอดอกอย่างขุ่นเคือง “ตอนนี้พี่ใหญ่ก็เกินไปแล้ว บ้านช่องไม่กลับ แต่ไปอยู่ข้างนอกกับเวินอวิ๋นเสาอะไรนั่น”
“แล้วพี่รู้ไหมว่าอะไรที่มันเกินไปที่สุด?”
“เวินอวิ๋นเสาท้อง แม่กับหร่านหร่านอยากจะไปเยี่ยมเธอ พี่ใหญ่ก็ไม่ยอม …ไม่ว่ายังไงในอนาคตก็เป็นครอบครัวเดียวกันนี่! พี่ใหญ่ทำเกินไปหรือเปล่า!”
“หร่านหร่านได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ พวกเราเองก็บอกพี่ใหญ่แล้วนะ แต่พี่ใหญ่ก็ไม่มา มีแค่โทรมาถามไถ่เท่านั้นเอง”
“เหอะ!”