เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 637 ไม่มีเงื่อนไข
บทที่ 637 ไม่มีเงื่อนไข
ฉู่จิงฟังคำพูดที่ไม่พอใจของฉู่จ้านแล้วโพล่งออกไป “อาจ้าน ฉู่ลั่วเองก็เป็นน้องสาวของพวกเรานะ”
ฉู่จ้านส่งเสียงออกมา “หึ ผมไม่มีน้องสาวแบบฉู่ลั่ว! ถ้าเธออยู่แบบสงบ ๆ ผมก็จะยอมรับเป็นน้องสาวอยู่หรอก แต่พี่ก็ดูเรื่องที่เธอทำเข้าสิ มีเรื่องไหนบ้างที่คู่ควรจะเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ พูดออกไปรังแต่จะขายหน้าคนอื่นเขา”
“ฉู่ลั่วน่ะเหรอจะขายหน้าคนอื่น?”
“ไม่ขายหน้าหรือไง?!” ฉู่จ้านมองฉู่จิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พี่รอง พี่เข้าข้างฉู่ลั่วขนาดนี้เลยเหรอ? เธอเป็นแค่คนดังในอินเทอร์เน็ตที่วัน ๆ เอาแต่ส่งต่อความเชื่องมงาย ทั้งยังไปเรียกราคาเกินจริงกับตระกูลซ่งอีก…”
“ไหนจะเรื่องที่ไปสร้างกระแสคู่จิ้นอะไรในเน็ตนั่นอีก ไม่ได้สนใจหน้าตาศักดิ์ศรีแล้ว เอาแต่ทำเพื่อกระแสน่ะ”
“ผมอายด้วยซ้ำที่จะบอกว่าเธอเป็นน้องสาวผม!”
ฉู่จิง “…”
พอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของฉู่จ้าน คิดได้แค่ว่าฉู่ลั่วที่อีกฝ่ายพูดถึงกับฉู่ลั่วที่เขารู้จักไม่ใช่คนเดียวกัน
“ฉู่ลั่วมีแฟนคลับในอินเทอร์เน็ตเยอะมาก แล้วทางการก็รับรองให้เธอด้วย”
“ส่วนเรื่องตระกูลซ่ง ทางตระกูลซ่งก็ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“พี่รอง!” ฉู่จ้านมองฉู่จิงด้วยแววตามึนงง “พวกแฟนคลับของฉู่ลั่วน่ะ แค่มองก็รู้แล้วว่าจ่ายเงินจ้างมา! เธอมีความสามารถอะไรกัน ถึงได้มีแฟนคลับเยอะขนาดนี้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แค่นี้!”
“มีการรับรองจากทางการ? พี่เคยเห็นทางการรับรองคนดังในเน็ตคนไหนไหม? จะต้องปลอมแน่ ๆ!”
“แล้วที่ตระกูลซ่งออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของตระกูลฉู่ของเราเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอยังมีตัวตนของการเป็นลูกสาวตระกูลฉู่อยู่ ทางตระกูลซ่งจะออกมาชี้แจงไหม?”
“สรุปแล้วก็คือเป็นเพราะเห็นแก่หน้าของตระกูลฉู่ของพวกเราทั้งนั้น”
“เห้อ!”
“…” ฉู่จิงเงียบไปครู่หนึ่ง “นายคิดแบบนี้เหรอ?”
ฉู่จ้านขมวดคิ้ว “แน่นอนสิ!”
“พ่อแม่เองก็คิดแบบนี้งั้นสิ?”
“มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว!” ฉู่จ้านยิ้มเยาะ “นอกจากพี่กับพี่ใหญ่แล้ว ใครเขาจะไปถูกเธอหลอกได้ล่ะ”
“แล้วครั้งนี้แม้แต่คนนอกอย่างฝางไคจี้ยังมองออกเลยว่าฉู่ลั่วรังแกหร่านหร่าน แต่พี่รองกลับไปปกป้องฉู่ลั่วซะได้”
“พี่รองไม่เข้าใจอะไรเลย!”
ฉู่จิงหรี่ตามองสีหน้าโกรธเกรี้ยวและข้องใจของน้องชาย ยิ่งมอง ความรังเกียจในใจก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
ราชาภาพยนตร์กดเสียงต่ำ
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
พี่ใหญ่ก็รู้มานานแล้วเหรอ?
ฉู่ลั่วเป็นคนบอก หรือว่าพี่ใหญ่ค้นพบมันเอง
นี่คือสาเหตุที่พี่ใหญ่ไม่ยอมให้พี่สะใภ้ที่กำลังท้องมาคบค้าสมาคมกับคนตระกูลฉู่ใช่ไหม?
ฉู่จิงจมดิ่งลงในห้วงความคิด เขานึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง “อาจ้าน”
“หืม?”
“ถ้า… ถ้าหร่านหร่านทำอะไรไม่เกรงกลัวกฎหมาย นายจะยังปกป้องเธอไหม?”
ฉู่จ้านยิ้มละไม “หร่านหร่านใจดีขนาดนั้นจะทำเรื่องร้ายแรงได้ยังไงกันล่ะ? และต่อให้หร่านหร่านทำอะไรร้ายแรงจริง ๆ เธอก็ต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน”
“พวกเราในฐานะที่เป็นในคนครอบครัวของเธอ ก็ต้องเชื่อและช่วยเหลือเธอโดยไม่มีข้อแม้สิ!”
ฟังมาถึงตอนนี้ ฉู่จิงก็หน้าถอดสีไปแล้ว
…
เรื่องราวของหมู่บ้านเหลี่ยงโถวนั้นเกี่ยวโยงไปเป็นวงกว้าง หลังจากที่ทางองค์กรได้รายงานให้เบื้องบนทราบแล้ว ก็ได้รับการอนุมัติในทันที
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจโล่งอก แล้วเอารายงานนั้นมาหาฉู่ลั่ว
“เบื้องบนอนุมัติเรื่องการปฏิบัติการของเราที่เมืองอวิ๋นแล้วครับ ทางด้านเมืองอวิ๋นเองก็จะให้การช่วยเหลือเราเช่นกัน” ซู่เซี่ยงหยางกุมขมับ “แต่เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ต้องดำเนินการผ่านลัทธิเต๋าที่อยู่ในพื้นที่เมืองอวิ๋น แล้วลัทธิจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ?”
ฉู่ลั่วบอก “ไม่หรอกค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยเตือนเธอ “แม้ว่าคุณจะเป็นเจ้านิกาย แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจมากนัก พวกที่ดื้อดึงรุ่นก่อน ๆ ของลัทธิเต๋าจะต้องไม่ยอมให้คุณไปแตะต้องเมืองอวิ๋นโดยพลการแน่ ๆ”
ฉู่ลั่วเปิดดูข้อมูลที่ฮั่วเซียวหมิงให้มา “ถ้าไม่ยอม ก็เปิดเผยต่อสาธารณะไปเลยค่ะ”
“เปิดเผยอะไร?”
เธอตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ “เปิดเผยทุกเรื่องของลัทธิเต๋าในเมืองอวิ๋น เรื่องฝ่าฝืนสวรรค์และโลกของหมู่บ้านเหลี่ยงโถว เรื่องยันต์แม่ลูก แล้วก็เรื่องค่ายกลขนาดใหญ่ของเมืองอวิ๋นด้วย”
ดวงตาของซู่เซี่ยงหยางค่อย ๆ เบิกโตขึ้น
เขามองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
นี่มันเป็นการหักดิบอย่างแท้จริง!
ทางลัทธิเต๋ายืนกรานที่จะปกป้องความยุติธรรมมาโดยตลอด ยึดถือเรื่องการกำจัดปีศาจและปกป้องเต๋าเป็นหน้าที่ แต่ตอนนี้มีเรื่องฝ่าฝืนสวรรค์ของหมู่บ้านเหลี่ยงโถว ทั้งยังมีค่ายกลในเมืองอวิ๋นอีก…
สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญตัวเล็ก ๆ จะสามารถทำได้
ถ้าเกิดเปิดเผยออกไป…
แม้ว่าจะปล่อยข่าวออกไปเพียงเล็กน้อย แต่เราอยู่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตพัฒนาแล้ว มีแต่ทางลัทธิเต๋าจะถูกผู้คนคว่ำบาตรน่ะสิ
มุมปากของซู่เซี่ยงหยางกระตุก “วิธีหักดิบของคุณมันค่อนข้างโหดไปหน่อยมั้ง! นี่มันเป็นการลากทั้งลัทธิเต๋าลงน้ำกันไปหมดเลยนะ!”