เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 646 ฮวงจุ้ยกับแสงไฟ
บทที่ 646 ฮวงจุ้ยกับแสงไฟ
ปรมาจารย์อีกคนหัวเราะพรืด “อะไรจะทำให้สองอย่างนี้ปะทะกันได้ล่ะ ไม่มีทาง…”
ทันใดนั้น เหวินหวาพลันเบิกตาโต “ไม่… เป็นไปได้”
เขากระทืบเท้าลงพื้น “ข้างใต้นี้คือรถไฟใต้ดิน!?”
“รถไฟใต้ดินล้วนเป็นเขตอาเพศหยาง บวกกับรถที่สัญจรกันตามทางแยกต่างระดับ ทำให้อานุภาพสองอย่างนี้กระจายแหลกลาญ ถ้าอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่แค่ค่ายกลหยางแล้ว แต่เป็นค่ายกลหยินหยาง เอาชีวิตคนได้”
บรรดาปรมาจารย์หน้าถอดสีกันหมด
หลังเหวินหวาพูดจบก็ส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่สิ ไม่ถูก ต่อให้เป็นค่ายกลหยาง แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแต่ที่ป้ายรถเมล์ถนนหยินเฉวียนล่ะ และยังเกิดเรื่องบนทางแยกต่างระดับน้อยมาก”
“เมื่อคราวตั้งหอฌาปนกิจที่นี่ก็หวังอาศัยพลังหยางอันอุดมสมบูรณ์ช่วยข่มพลังหยินที่หนาแน่นของหอฌาปนกิจ”
จี้ไจ่พยักหน้าตาม “ต่อให้มีรถไฟใต้ดินปะทะกับเขตอาเพศสองแห่งสองอย่างนี้ แต่ทำไมต้องเป็นถนนหยินเฉวียนล่ะ ทำไมต้องเป็นรถเมล์สายนี้ด้วยครับ?”
เขาพูดจบก็หันไปมองฉู่ลั่ว คนอื่นไม่รู้ แต่เธอต้องรู้แน่
ฉู่ลั่วเลื่อนสายตาไปหาป้ายรถเมล์ ทุกคนมองตามสายตาเธอ เห็นเพียงป้ายรถเมล์สว่างจ้า ไม่มีตรงไหนผิดปกติ
ฉู่ลั่วโพล่ง “อีกเดี๋ยวก็สามทุ่มแล้ว”
สามทุ่ม? เกี่ยวอะไรกับสามทุ่ม
แต่เหลืออีกแค่หนึ่งนาทีจะสามทุ่มแล้ว ทุกคนจึงรอคอยอย่างเงียบเชียบ
ซู่เซี่ยงหยางมองนาฬิกาข้อมือ แล้วพูดขึ้นทันที “สามทุ่มแล้ว”
ทันใดนั้น ไฟจากที่ไกล ๆ ลุกวาบ ส่องให้รอบ ๆ สว่างยิ่งขึ้น
ที่แท้อาคารสำนักงานที่ห่างออกไปไม่ไกลจะเปิดไฟทุกวันตอนสามทุ่ม
“แบบนี้นี่เอง!”
ปรมาจารย์คนหนึ่งร้องด้วยความตะลึง ทุกคนหันมองป้ายอีกครั้ง ต่างสูดปากด้วยความตกตะลึง
หลังอาคารสำนักงานเปิดไฟ แสงไฟส่องบนเสาทางแยกต่างระดับทำให้เงาของมันทาบทับลงบนป้ายรถเมล์พอดี จนบดบังขีดบนของอักษรหยิน (寅) บนชื่อถนนหยินเฉวียน
เมื่ออักษรหยิน (寅) กลายเป็น อักษรหวง (黄) ชื่อใหม่ที่น่าขนลุกก็ถูกเผยออกมา
“ถนนหวงเฉวียน!? (เส้นทางสู่ปรภพ)”
ทุกคนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
ที่นี่ยังคงเป็นถนนหยินเฉวียนที่ไหนกัน มันกลายเป็นถนนหวงเฉวียนไปแล้ว!?
ฉู่ลั่วเอ่ย “ที่แห่งนี้มีพลังหยินคุกรุ่นจากเขตอาเพศหยินหยางปะทะกันและกัน บวกกับมีหอฌาปนกิจอยู่ละแวกใกล้เคียง วิญญาณถูกพรากออกจากร่างได้ง่าย”
“ถ้าเป็นช่วงกลางคืน…”
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “เมื่อถึงกลางคืน วิญญาณที่อยู่รอบ ๆ ป้ายรถเมล์ถนนหยินเฉวียนเห็นคำว่าถนนหวงเฉวียน อาจขึ้นรถเมล์ที่ขับผ่านมา”
“พลังหยินมหาศาลอันเกิดจากการปะทะกันของเขตอาเพศหยางและเขตอาเพศหยิน ประกอบกับพลังหยินจากตัวผู้ที่เพิ่งตาย แบบนั้น…”
เหวินหวาหน้าเสีย “กลายเป็นเครื่องบ่มเพาะจิตอาฆาตที่ก่อให้เกิดเหตุร้ายนองเลือด…”
มิน่า คนขับรถเหล่านั้นถึงบอกว่าทุกครั้งที่ขับรถผ่านที่นี่ จิตใจจะระส่ำระสายโดยไม่ทราบสาเหตุ หงุดหงิดงุ่นง่าน บางครั้งคนขับรถทะเลาะกับผู้โดยสาร บางครั้งผู้โดยสารก็ทะเลาะกันเอง
อุบัติเหตุก่อนหน้านี้มีหลายครั้งที่เกิดเพราะผู้โดยสารแย่งพวงมาลัยกับคนขับรถ
ซู่เซี่ยงหยางมองป้ายรถเมล์ค้างอยู่พักใหญ่ หันมองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากเชื่อ “เพราะอย่างนั้น… หมายความว่า ค่ายกลหยางของที่นี่ที่ว่าแก้ยาก แค่ย้ายป้ายรถเมล์นี้ออกไปก็พอ”
“หรือบอกให้อาคารสำนักงานนั้นเลิกเปิดไฟหลังสามทุ่มก็จบ!”
“…”
ปรมาจารย์ที่นี่เงียบกันหมด
สองวิธีที่ซู่เซี่ยงหยางว่ามาช่วยคลายส่วนสำคัญที่สุดของค่ายกลได้จริง
เมื่อส่วนนี้ถูกคลี่คลาย เหตุการณ์คนตายบนถนนหยินเฉวียนก็พอบางเบาไปได้แล้ว
แต่วิธีคลี่คลายเช่นนี้สร้างความพิศวงให้กับเหล่าปรมาจารย์แห่งเมืองอวิ๋น
เหมือนถูกถามว่าต้องจัดการผียังไง คำตอบกลับเป็นเปิดไฟ
ช่าง…
ไม่น่าเชื่อถือเกินไปแล้ว!?
ทว่าปรมาจารย์ในที่นี้ไม่เปิดปากพูดสักคน ปิดปากเงียบกันหมด
เพราะหลายปีมานี้ สำนักเต๋าเมืองอวิ๋นกลับคิดวิธีง่ายดายที่ว่าไม่ถึง
ค่ายกลถนนหยินเฉวียนมีวิธีแก้แล้ว ฉู่ลั่วหันมองสำนักเต๋าเมืองอวิ๋นและเอ่ยถาม “ค่ายกลที่เหลือให้ฉันไปดูไหม”
เหวินหวาเปลี่ยนสีหน้าไปหัวเราะแห้ง ๆ “ไม่ต้องหรอก พวกเรารู้ว่าท่านเจ้านิกายงานยุ่ง ค่ายกลที่เหลือสำนักเต๋าเมืองอวิ๋นของเราจะหาทางจัดการเอง”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “ดีเหมือนกันค่ะ คนอื่นจะได้ไม่มองว่าสำนักเต๋าเมืองอวิ๋นทลายค่ายกลในเมืองตัวเองยังไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงถูกหัวเราะเยาะแน่”
ปรมาจารย์จากสำนักเต๋าเมืองอวิ๋น “…”
“องค์กรเราจะจัดคนไปบันทึกขั้นตอนทลายค่ายกลทั้งหมด…”
“ทำแบบนั้นได้ยังไงครับ!?” เหวินหวาขมวดคิ้ว “นี่ท่านเจ้านิกายไม่เชื่อใจพวกเราเหรอ”
ฉู่ลั่วตอบ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวว่าเชื่อไม่เชื่อ ที่ฉันมาจัดการค่ายกลเมืองอวิ๋นคราวนี้ ทุกท่านคิดว่าปรมาจารย์ที่เหลือรู้ไหม”
“ครั้งนี้ที่ฉันมาทลายค่ายกลมีการลงบันทึกไว้ ถ้าพวกคุณทลายค่ายกลโดยไม่ลงบันทึก ปรมาจารย์ที่เหลือจะคิดยังไง”
เหวินหวา “…”
ปรมาจารย์ไม่ชอบถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์มาแต่ไหนแต่ไร แต่ท่านเจ้านิกายคนใหม่คนนี้อยากใช้ข้อบังคับกับคนในลัทธิเต๋าเห็น ๆ
มิหนำซ้ำยังเริ่มจากปรมาจารย์เมืองอวิ๋นอย่างพวกเขา
“ถ้าไม่มีใครค้าน ก็ตกลงตามนี้”
ฉู่ลั่วส่งสายตาให้ซู่เซี่ยงหยาง ผู้บัญชาการซู่ขานชื่อปรมาจารย์จากแผนกต่าง ๆ ให้ไปบันทึกขั้นตอนทลายค่ายกลไว้ทั้งหมด
หลังกำชับเสร็จแล้ว ปรมาจารย์เมืองอวิ๋นก็ส่งพวกฉู่ลั่วกลับด้วยสีหน้าไม่สู้ดี