เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 653 พิษกู่ย้อนกลับ
บทที่ 653 พิษกู่ย้อนกลับ
“ท่านปรมาจารย์ พวกเราเอาของที่คุณต้องการมาแล้ว คุณลองดูว่าถูกต้องหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วตรวจดูเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้า “ถูกต้องทั้งหมดค่ะ”
พ่อแม่ของเด็กมองเธอด้วยความคาดหวัง
ฉู่ลั่วหยิบกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งที่เขียนวันเดือนปีเกิดของเด็กน้อยมาแปะไว้บนตัวไก่ตัวผู้
จากนั้นจึงบอกกับพ่อแม่ของเด็กว่า “พวกคุณอุ้มไก่ตัวผู้วนรอบเตียงผู้ป่วยของเด็กสามรอบ”
“จากนั้นให้เอาไก่มาวางในกล่องนี้”
แม่ของเด็กอุ้มไก่ตัวผู้เอาไว้ แล้ววนรอบเตียงผู้ป่วยสามรอบ
ไก่ตัวผู้ที่ตอนแรกส่งเสียงร้องไม่หยุด หลังวนครบสามรอบแล้วมันก็เงียบลงทันที ทั้งยังนอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่เด็กอย่างเชื่อฟัง
แม่เด็กวางมันลงไปในกล่อง จากนั้นจึงปิดผนึก
“ตอนนี้ ใช้มีดทำครัวสับลงไปที่กล่องค่ะ สับไปก็ให้สาปแช่งไปด้วย สาปแช่งได้แค่คนที่ทำพิษกู่ใส่ลูกของคุณนะคะ จำไว้ว่าห้ามไปสาปแช่งใครนอกเหนือจากคนที่ทำพิษกู่ใส่ลูกของคุณ”
พ่อของเด็กพยักหน้า เขาหยิบมีดทำครัวเดินไปตรงหน้ากล่อง
ปึก ปึก ปึก
มีดทำครัวสับลงบนกล่องหลายครั้ง
“ผมขอให้คนที่ทำร้ายลูกชายของผม ออกจากบ้านก็ถูกรถชนตาย ดื่มน้ำก็ขอให้สำลักตาย”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “การสาปแช่งให้ตาย ไม่ค่อยได้ผลหรอกค่ะ”
อาจจะเป็นเพราะมีกล้องถ่ายอยู่ ผู้เป็นพ่อของเด็กจึงไม่ได้ด่าทอรุนแรง ได้แต่พูดกลับไปกลับมาไม่กี่ประโยค
แม่ของเด็กเห็นดังนั้นจึงแย่งมีดมา แล้วออกแรงสับลงไปบนกล่อง! เธอสาปแช่งด้วยน้ำเสียงเสียดแทง “แกต้องไม่ตายดี! ขอให้แกมีหนองไปทั่วทั้งตัว ตาบอดหูหนวก ผมร่วงหมดหัว ฟันร่วงไม่เหลือ เล็บมือเล็บเท้าหลุด… ต้องเป็นขอทานไปตลอดชีวิต”
เธอด่าสาปแช่งไปเกือบสิบนาที
เด็กน้อยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงมาตลอด ขยับตาเล็กน้อย “แม่ครับ”
แม่ที่กำลังสาปแช่งหยุดชะงัก หันมองไปยังเจ้านิกาย
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปตรวจดูเด็กน้อยก่อนจะบอกว่า “พิษกู่หายไปแล้วค่ะ และย้อนกลับไปที่ตัวอีกฝ่ายแล้วด้วย หลังจากพวกคุณกลับไป ให้เอาไก่ตัวผู้ไปฝังเอาไว้ที่ทางสี่แพร่ง”
“หากอีกฝ่ายอยากถอนผลสะท้อนกลับ จำเป็นต้องไปขุดเอาไก่ตัวผู้ออกมา”
ระหว่างที่พูด เธอก็หันไปมองกล้อง “การสะท้อนกลับรุนแรงกว่าพิษกู่มาก ต้องแก้ไขภายในเจ็ดวันเท่านั้น หากภายในเจ็ดวัน อีกฝ่ายไม่มาขุดไก่ตัวผู้ก็จะถูกพิษกู่สะท้อนกลับอย่างสิ้นเชิง”
“แน่จริงก็มาเลย…” แม่ของเด็กกัดฟันพูด “ฉันจะเฝ้าดูอยู่ตรงนั้น! ฉันจะดูสิว่าไอ้เดรัจฉานตัวไหนที่มันทำร้ายลูกของฉัน!?”
พ่อของเด็กก็พูดว่า “ขอบคุณท่านปรมาจารย์”
ไม่เพียงแต่ช่วยพวกเขากำจัดพิษกู่บนตัวลูกชายเท่านั้น แต่ยังช่วยพวกเขาตามหาคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังอีกด้วย
ฉู่ลั่วเดินออกไปข้างนอก โดยมีกล้องตามมาด้วย
“ปกติแล้วสามารถแก้ยาพิษกู่ได้ด้วยวิธีนี้ค่ะ ทั้งยังสามารถสะท้อนกลับไปหาอีกฝ่ายได้ด้วย”
ผู้บำเพ็ญกู่ที่ดูไลฟ์สตรีมมองการกระทำของฉู่ลั่วด้วยความตกใจ
พวกเขาเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัด
“เธอจะทำอะไรน่ะ?”
“จะขุดรากถอนโคนผู้บำเพ็ญกู่อย่างพวกเราเหรอ?!”
“จะให้เธอทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้”
ในช่องไลฟ์สตรีม ฉู่ลั่วยังคงพูดต่อไป “เหมิ่งหยวนลี่เปลี่ยนพิษกู่ให้เป็นเบญจวิชา”
“นอกจากวิชาเล่ห์เจ้าสาวแล้ว ยังมีวิชาเสน่ห์ ที่ให้คนกินพิษกู่เข้าไปลุ่มหลง”
“สองคือวิชาปล่อยมัจฉา ใช้หนอนไหมกู่ฆ่าคนที่กินมันเข้าไป”
“สามคือวิชาสู่สมบัติ ใส่พิษกู่ในอาหารสัตว์เลี้ยงเช้าเย็น ตอนกลางคืนให้กินเลือดเด็ก ทรัพย์สินของครอบครัวจะถูกทำลายอย่างรวดเร็ว สุดท้ายครอบครัวก็จะล้มละลาย”
“สี่คือวิชาพระโพธิสัตว์คุ้มครอง คือการอัญเชิญพระพุทธรูปที่มีพิษกู่เข้าไปในบ้าน บางคนไปโดนพิษมาจากบ้านอื่น คุณจำเป็นต้องให้เงินหรือเสื้อผ้าถึงจะแก้พิษได้”
“เบญจวิชานี้เรียกอีกอย่างว่ากู่เบญจธาตุ เนื่องจากมีรากฐานของธาตุทั้งห้า ผ่านมาหลายปีพิษกู่ได้รับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง พัฒนาพิษกู่ใหม่ ๆ ออกมามากมาย”
“แต่พิษกู่ทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างไรก็ไม่เคยหนีจากต้นกำเนิดได้ ทุกสิ่งล้วนมีรากฐานมาจากธาตุทั้งห้าทั้งสิ้น”
“ต่อมา พวกเราจะกำจัดพิษกู่กันค่ะ มันคือกู่ตอกไม้ไผ่กัน เป็นพิษกู่ชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากวิชาเล่ห์เจ้าสาว”
ผู้บำเพ็ญกู่ดวงตาเบิกกว้างกันหมด “เธอคงไม่ได้จะแก้พิษกู่ทุกชนิดต่อหน้าสาธารณชนหรอกใช่ไหม?”
“เธอไม่ใช่แค่ทำต่อหน้าสาธารณชน แต่ยังคิดจะเอาคืนผู้บำเพ็ญกู่ด้วย!”
บางคนโกรธจนตบโต๊ะ “อวดดีเกินไปแล้ว ไม่เห็นผู้บำเพ็ญกู่อย่างพวกเราอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ!”
“มีอย่างที่ไหน มีอย่างที่ไหน”
“หากเป็นแบบนี้ต่อไป ในลัทธิเต๋าจะมีที่ไหนให้ผู้บำเพ็ญกู่อย่างพวกเรายืนอีก?”
“จะให้เธอทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้”
“ถ้าไม่ให้เธอได้เห็นดีเสียบ้าง คงคิดว่าผู้บำเพ็ญกู่อย่างพวกเรารังแกได้ง่าย ๆ!”
ทุกคนโกรธกันมาก เกลียดจนอยากจะพุ่งไปจัดการกับฉู่ลั่ว
แต่ว่า…
พวกเขาทำได้แค่เบิกตากว้างมองดูฉู่ลั่วพูดวิธีแก้พิษกู่ชนิดแล้วชนิดเล่า
“ถ้าอย่างนั้น… พวกเราเชิญท่านผู้นั้นออกจากเขาดีไหม! ให้ฉู่ลั่วคนนี้ได้รู้ว่าพิษกู่ของพวกเรา ไม่ได้ล่วงเกินได้ง่าย ๆ ”