เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 654 ง่ายมาก
บทที่ 654 ง่ายมาก
“ท่านผู้นั้น…”
“ไม่ดีเท่าไหร่มั้ง!”
“มีอะไรไม่ดีกันล่ะ หากไม่เชิญท่านผู้นั้นออกมา เกรงว่าสำนักพิษกู่ของพวกเราจะกลายเป็นตัวตลกในลัทธิเต๋าน่ะสิ”
ทุกคนมองกันไปมองกันมา สุดท้ายจึงได้ข้อสรุป
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เชิญท่านผู้นั้นออกจากเขา”
ทุกคนต่างก็มองไปที่หน้าจอไลฟ์สตรีมด้วยสายตาน่าสยดสยอง
…
โรงพยาบาล
ไลฟ์สตรีมครั้งนี้ดำเนินไปถึงสี่ชั่วโมงกว่าแล้ว ฉู่ลั่วถึงได้แก้พิษกู่บนตัวคนที่ถูกพิษกู่คนสุดท้ายได้ เธอพูดกับกล้องว่า “นี่คือวิธีการรักษาพิษกู่แต่ละวิชาค่ะ”
[ว้าว! มีเยอะขนาดนี้เลย รู้สึกว่าเมืองอวิ๋นจะน่ากลัวนิดหน่อยนะ!]
[ใช่แล้ว ใช่แล้ว ถูกพิษกู่โดยไม่รู้ตัวเลย ทั้งยังมีกู่ตั้งหลายชนิดขนาดนี้!]
[ตอนแรกก็อยากไปเที่ยวที่เมืองอวิ๋นนะ แต่ตอนนี้น่าตกใจเกินไปแล้ว]
[ให้ตายสิ เมื่อก่อนคิดว่ากู่เป็นเรื่องโกหก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง]
[ไม่ใช่หรอกมั้ง! พวกเธอดูไม่ออกเหรอว่านี่เป็นบทละคร? แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นบทละคร ถ้ามีกู่อยู่จริงละก็ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมืองอวิ๋นยังจะอยู่รอดได้เหรอ?]
[ฉันเป็นคนเมืองอวิ๋น ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องกู่อะไรพวกนี้เลย เจ้าของช่องอย่าทำลายเมืองอวิ๋นของพวกเรานะ!]
[ไม่กล้าไปเมืองอวิ๋นแล้ว]
[ไม่กล้าไปเมืองอวิ๋น+1!]
[ไม่กล้าไปเมืองอวิ๋น+10086!]
“ปรมาจารย์กู่ไม่ได้ฝึกฝนกันได้ง่ายขนาดนั้น เมื่อคุณฝึกฝนเรื่องพิษกู่ คุณจำเป็นต้องวางพิษกู่ใส่คน”
“วางพิษกู่ใส่คนหนึ่งคน สามารถป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยได้สามปี วางพิษใส่ต้นไม้หนึ่งต้น ป้องกันตัวเองได้สามเดือน วางพิษใส่วัวหนึ่งตัว ป้องกันตัวเองได้หนึ่งปี หากไม่ปล่อยกู่ออกไป ตัวปรมาจารย์กู่จะเจ็บป่วยเสียเอง หากไม่วางพิษกู่ติดต่อกันครบสามปี แมลงกู่ไม่ได้อาหารก็จะทำร้ายเจ้าของกู่ ในบรรดาสัตว์ทั้งหมดมีเพียงสุนัขเท่านั้นที่ปล่อยพิษกู่ใส่ไม่ได้ ปรมาจารย์กู่ถึงได้กลัวและไม่ทานเนื้อสุนัข”
“ดังนั้นปรมาจารย์กู่จึงเป็นผู้บำเพ็ญในลัทธิเต๋าที่ถูกวิชาย้อนกลับได้ง่ายที่สุด”
“วิชากู่ไม่ได้มีไว้แค่ทำร้ายคนนะคะ มันมีข้อดีเหมือนกัน อย่างเช่นเด็กรวบรวมสมาธิได้ยาก หรือมีอารมณ์หงุดหงิดมากกว่าปกติ หากเชิญปรมาจารย์กู่มา สมาธิของเด็กก็จะดีขึ้นค่ะ”
หมอเลี่ยวติดตามดูฉู่ลั่วมาทั้งกระบวนการ จากตอนแรกที่เคยสงสัย ต่อมาก็กลายเป็นความตกใจ ถึงตอนนี้เขาสนใจขึ้นมาแล้ว
“ปรมาจารย์ฉู่ ผมอยากรู้ว่าจะวิเคราะห์ได้ยังไงว่าเราถูกพิษกู่หรือเปล่า? ถ้ากลัวว่าจะถูกคนวางพิษกู่ จะมีวิธีป้องกันหรือเปล่าครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “วิธีตรวจสอบว่าตัวเองถูกพิษกู่นั้นง่ายมากค่ะ แค่กินถั่วเหลืองหรือถั่วดำ หากกินเข้าไปแล้วไม่รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลย แสดงว่าถูกพิษกู่แล้วค่ะ”
“ยังมีอีกหนึ่งวิธี คือเคี้ยวชะเอมเทศขนาดประมาณหนึ่งข้อนิ้ว แต่กลืนไม่ลง พอกลืนลงไปแล้วอาเจียนออกมา แสดงว่าถูกพิษแล้วค่ะ”
“สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้ตนเองถูกพิษกู่นั้น… ก็ง่ายมาก”
[ตลอดทั้งกระบวนการ ฉันได้ยินเจ้าของช่องพูดแต่คำว่า ‘ง่ายมาก’ สองคำนี้]
[พูดตามตรง ฉันค่อนข้างอยากรู้อยากลองนะ]
[ไม่ใช่เธอคนเดียว ฉันเองก็อยากรู้อยากลองเหมือนกัน เมื่อกี้ฉันยังวิ่งไปกินถั่วเหลืองสำหรับทำน้ำเต้าหู้สองเม็ด คาวมาก]
[ฉันก็กินแล้ว]
[ฉันก็กินเหมือนกัน]
[ไม่ถูกพิษกู่!]
[ไม่ถูกพิษกู่+1]
“หากกลัวว่าตัวเองถูกวางพิษกู่ ก่อนทานอาหาร คุณสามารถถามออกไปตรง ๆ ได้เลยว่า ‘คุณวางพิษกู่เหรอ? คุณวางพิษกู่รึเปล่า?’ นี่เป็นวิธีเอาชนะของสำนักวิชากู่ต่อกรกับสำนักพิษกู่ เพราะขอเพียงถูกเปิดโปงออกมา พิษกู่ก็จะไร้ผลค่ะ”
“หรือก่อนทานอาหาร สามารถทานกระเทียมก่อนได้ค่ะ หากมีกู่อยู่ในร่างกาย ก็จะอาเจียนออกมา หากไม่อาเจียนออกมาก็ตาย”
หมอเลี่ยวจดบันทึกสิ่งเหล่านี้ลงไป หลังจากถามคำถามอีกหลายข้อ ฉู่ลั่วก็เตรียมจะตัดการไลฟ์สตรีม แต่ความเห็นในช่องแชตยังไหลเป็นน้ำ
[ท่านเทพธิดา ท่านเทพธิดา คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าครั้งต่อไปจะไลฟ์สตรีมอะไร?]
[มีความรู้ ถ้าไม่ได้ลองวิชา ก็ไม่มีประโยชน์ป้ะ]
[อยากไปลองที่เมืองอวิ๋นบ้างแล้ว]
[อยากหาปรมาจารย์กู่สักคนมาลองของด้วยจัง]
[ใครใช้พิษกู่ ดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับผมป้ะล่ะ!]
[ท่านเทพธิดา ฉันอยากฟังเรื่องเล่า ไม่อยากฟังสาระ!]
[น่าเบื่อมาก ไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่วน่าเบื่อมาก ทำไมถึงได้มีกองทัพน้ำมาอวยเธอเยอะขนาดนี้!]
ไลฟ์สตรีมปิดลงแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางรีบเดินเข้ามา “วิธีการของคุณรุนแรงเกินไปหรือเปล่าครับ! ปรมาจารย์กู่พวกนั้น…”
ฉู่ลั่วถามแทรก “คุณสังเกตเห็นอะไรหรือเปล่า?”