เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 656 กู่ต้นกำเนิด
บทที่ 656 กู่ต้นกำเนิด
พนักงานทำความสะอาดของโรงแรม มาทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งถูพื้น ทั้งกวาด และฉีดสเปรย์ปรับอากาศด้วย
ฮั่วเซียวหมิงเดินไปตรงหน้าฉู่ลั่วด้วยใบหน้าเย็นชา ซู่เซี่ยงหยางเองก็จากไปอย่างรู้งาน
“ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะมาที่นี่”
ฉู่ลั่วเอานิ้วกดลงบนหน้าผากของเขา และส่งพลังวิญญาณเข้าไปในร่างกายของเขาเล็กน้อย
วิญญาณในร่างที่ไม่มั่นคง ก็มั่นคงขึ้นมากแล้ว
ใบหน้าขาวซีดของฮั่วเซียวหมิงก็กลับมามีสีเลือด
“ผมช่วยเธอ เพราะผลข้างเคียงจากขวดผนึกรักทำให้ผมคิดไปว่าตัวเองชอบเธอ แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอเลย”
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ขึ้นมาพับเป็นรูปสามเหลี่ยม ก่อนจะยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของฮั่วเซียวหมิง
“ผมไม่อยากให้คุณออกหน้าแก้ไข ไม่ใช่เพราะอยากปกป้องเธอ แต่เพราะไม่อยากแสดงด้านที่น่าอายให้คุณเห็น”
“ฉู่ลั่ว ผม…”
ฮั่วเซียวหมิงยังพูดไม่จบ ฉู่ลั่วก็ปลี่ยนสีหน้าไปกะทันหัน เธอผลักฮั่วเซียวหมิงออก
ตัวมอดสีแดงขนาดเท่ากำปั้นตัวหนึ่ง บินเข้ามาราวกับลูกศร!
ฉู่ลั่วยกมือขึ้น ใช้สองนิ้วคีบยันต์แผ่นหนึ่งเอาไว้ เพื่อป้องกันการโจมตีของตัวมอด
ตัวมอดขยับปีก หมอกควันสีแดงก็สลายไป
ซู่เซี่ยงหยางที่มองอยู่จากที่ไกล ๆ วิ่งเข้ามา
ฉู่ลั่วตะโกนเสียงดัง “อย่าเข้ามาค่ะ!”
ผู้บัญชาการชะงักฝีเท้า เขารีบบอกคนของโรงแรม “ถอยออกมา รีบถอยออกมา”
“นี่คืออะไร?” ฮั่วเซียวหมิงที่ถูกฉู่ลั่วปกป้องถามออกมา
“กู่!”
“แมลงกู่เหรอ?”
“ไม่ใช่ มันเป็น ‘กู่ต้นกำเนิด’ กู่ต้นตำหรับของเหมิ่งหยวนลี่!”
ทันทีที่ฉู่ลั่วลงมือ ยันต์สิบกว่าแผ่นก็ลอยตรงไปหาเป้าหมาย ตัวมอดแดงที่บินอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็ว ชนเข้ากับยันต์กลายเป็นหมอกควันสลายไปในชั่วพริบตา
ซู่เซี่ยงหยางมองภาพนี้อย่างร้อนใจ
ยันต์ของฉู่ลั่วยอดเยี่ยมมาก เขาประจักษ์แก่สายตาของตนเองมาหลายครั้ง แต่ตัวมอดนี้ ไม่กลัวยันต์ของเธอเลยจริง ๆ
ฉู่ลั่วสะบัดยันต์ออกไปอีกสิบกว่าแผ่น เพื่อกันเธอกับฮั่วเซียวหมิงจากหมอกแดงที่ยังกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศ
เธอมองไปรอบ ๆ
ที่นี่เป็นโรงแรมห้าดาว อีกทั้งยังเป็นช่วงเย็น จึงมีคนเดินเข้าออกไม่มาก
ไม่มาก… แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี
ไกลออกไป เธอเห็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกกำลังเดินมาทางนี้
ฮั่วเซียวหมิงมองตามสายตาของฉู่ลั่วไป
“คุณคิดจะทำยังไง?”
สายตาของฉู่ลั่วมองสลับระหว่างฮั่วเซียวหมิงกับครอบครัวนั้น
ชายหนุ่มเข้าใจแล้ว
หากไม่มีฮั่วเซียวหมิงอยู่ด้วย ฉู่ลั่วจะสามารถเอาชนะพิษกู่นี้ได้แน่นอน แต่เธอต้องปกป้องเขาจึงค่อนข้างเหลือบ่ากว่าแรงไปสักหน่อย
คิดได้ดังนั้น เขาจึงหัวเราะเบา ๆ “ถ้าผมถูกพิษกู่ คุณจะแก้ได้ไหม?”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว
ขณะที่ฮั่วเซียวหมิงกำลังจะก้าวออกจากอาณาเขตยันต์ ก็ถูกเธอดึงกลับมา
ฉู่ลั่วหยิบกระบี่ชิงเจวี๋ยที่คอของตน พริบตาเดียวมันก็กลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่
“ฮั่วเซียวหมิง ฉันไม่อยากให้เรื่องแบบขวดผนึกรักเกิดขึ้นอีก”
เธอปล่อยมือที่จับฮั่วเซียวหมิงออก
นิ้วเรียวบางแตะกระบี่แผ่วเบา เลือดสดจากปลายนิ้วประทับลงบนคม
พริบตาเดียวกระบี่ทองสำริดก็ถูกเคลือบด้วยเลือด
เธอถือกระบี่ทองสำริดไว้ในมือ แผ่พลังวิญญาณกดข่มผู้คนพร้อมตวัดกระบี่ชิงเจวี๋ยไปในอากาศ ผ่าหมอกแดงออกทันที!
มอดแดงตัวนั้นสลายในสายหมอก พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว
ฉู่ลั่วเก็บกระบี่
ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกเดินมาถึงประตูโรงแรมแล้ว พ่อแม่วัยรุ่นสองคนจูงมือลูกชายวัยสามขวบที่อยู่ตรงกลาง เด็กน้อยหัวเราะอย่างไร้เดียงสา ไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ มีภัยพิบัติฉากหนึ่งกำลังรอพวกเขาทั้งครอบครัวอยู่
ฉู่ลั่วคว้าแขนของฮั่วเซียวหมิงเดินเข้าไปในโรงแรม
ซู่เซี่ยงหยางรีบเดินตามเข้าไป “นั่นมันคืออะไรเหรอครับ?”
“กู่ค่ะ …เป็นกู่ต้นกำเนิดของเหมิ่งหยวนลี่”
ซู่เซี่ยงหยางตกใจ เขาพูดด้วยความสงสัย “คุณบอกว่า เหมิ่งหยวนลี่โดนฟ้าผ่าตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ? กู่ของเธอยังไม่ตายเหรอ?”
“เหมิ่งหยวนลี่เป็นผู้ริเริ่มพิษกู่ กู่ต้นกำเนิดของเธอกับกู่อื่น ๆ นั้นแตกต่างกัน”
“พลังหยินและจิตอาฆาตในโลกเป็นยาพิษ มันถูกรวบรวมอยู่ในตัวแมลง เมื่อแมลงได้รับการบ่มเพาะจึงกลายเป็นกู่ต้นกำเนิดของเธอ”
แค่ได้ยินแบบนี้ ซู่เซี่ยงหยางก็รู้สึกตกใจแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นเธอตายไปแล้ว แต่กู่ต้นกำเนิดของเธอไม่ตายไปด้วยเหรอ?”
“ตายแล้วแน่นอน กู่รู้จักแค่เจ้านายของมันเพียงคนเดียว เหมิ่งหยวนลี่ถูกฟ้าผ่าตาย กู่ต้นกำเนิดของเธอย่อมตายไปด้วย”
ทั้งสามคนเข้าไปในลิฟต์พร้อมกัน
ฮั่วเซียวหมิงยืนอยู่ด้านหลังพวกเขาสองคน แต่ยังถูกฉู่ลั่วจับแขนไว้ จึงออกไปไกลมากไม่ได้
ซู่เซี่ยงหยางจดบันทึกคำพูดของฉู่ลั่วไปด้วย พลางเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้กู่ต้นกำเนิดยังอยู่ เป็นไปได้ไหมว่า… เหมิ่งหยวนลี่ยังมีชีวิตอยู่?”
ผู้คิดค้นพิษกู่ยังมีชีวิตอยู่?
ผู้สร้างพิษกู่เหมิ่งหยวนลี่ยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ
หรือเพราะสาเหตุนี้ ปรมาจารย์กู่แห่งเมืองอวิ๋นถึงได้อุกอาจขนาดนี้?
เพราะบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งศาสตร์ของพวกเขายังอยู่!
นี่…
“นี่เป็นไปได้ไหมครับ?”