เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 665 ได้อะไรกลับมา
บทที่ 665 ได้อะไรกลับมา
ฉู่จิงกับพี่หมิงเดินทางทั้งคืนไปถึงคฤหาสน์ฉู่ลั่ว ยืนมองคฤหาสน์อย่างหมดอาลัยตายอยาก
พวกเขายังอยู่ใต้ตีนเขา รปภ. ไม่ยอมให้ขึ้นไป
พี่หมิงกลืนน้ำลาย ยื่นมือไปผลักฉู่จิง “นายเป็นพี่ชายของเธอนะ โทรหาเธอสิ”
ฉู่จิงถอนหายใจ “ผมไม่มีเบอร์เธอ”
คนฟังกะพริบตาปริบ ๆ “พวกนายเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่จิงพิงรถทำท่าจะสูบบุหรี่ แต่ก็ถูกพี่หมิงแย่งไป “ที่คุณหมอบอกนายไม่ได้ยินเหรอ ห้ามสูบบุหรี่ มันมีผลต่อบาดแผล”
ฉู่จิง “…”
พี่หมิงพิงรถตามฉู่จิง “โอ๊ยยย อาจิงเอ๋ย! ฉันน่ะ มีข้อสงสัยหนึ่งอยากถามนายมาตลอด”
“ว่า?”
“คือ… ที่จริงต่อให้ฉู่ลั่วเป็นคนแปลกหน้า นายก็ใจร้ายกับเธอเกินไปหน่อยไหม…” ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าฉู่ลั่วเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของฉู่จิง
เขาย้ำคำว่า ‘แท้ ๆ’ ในใจ
เพียงแต่นึกถึงภาพที่ฉู่จิงดีกับฉู่หร่าน เขาอดกลั้นไม่พูดประโยคนี้ออกไป
“นายดูที่นายปฏิบัติต่อรุ่นน้องในวงการสิ ดุแค่ไหน ก็ยังไม่ใจจืดใจดำเท่าที่ทำกับฉู่ลั่วเลย”
ฉู่จิงก้มหน้า มองปลายเท้าตัวเองไม่พูดจา
พี่หมิงเอ่ยอีกครั้ง “พวกนายร่วมถ่ายรายการเดียวกัน ฉู่ลั่วช่วยพวกนายไว้หลายครั้ง นายกลับไม่มีเบอร์มือถือของเธอเนี่ยนะ…”
ฉู่จิงหัวเราะฝืดเฝื่อน
พี่หมิงทำเหมือนไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย “ยังมีอีก ฉันอยากพูดมาหลายครั้งแล้ว นายดีกับฉู่หร่านเกินไป”
“เธอเพิ่งเข้าวงการบันเทิง นายก็ปั้นเธอด้วยฐานะราชาภาพยนตร์ เธอวางอำนาจอวดเบ่งในกองถ่าย ต้องเป็นนายที่ออกหน้าเจรจากับผู้กำกับ…”
“เรื่องก่อนหน้านั้นน่ะช่างเถอะ นายเป็นพี่ชาย อยากช่วยน้องสาวฉันก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายมาก”
“แต่พักหลังนี่ นายทำเกินไปไหม”
“นายใช้เส้นสายตัวเองจัดการเรื่องหางเจียซิ่นให้เธอ ไหนจะสะสางเรื่องที่เธอโกงในรายการอีก…”
“ครั้งสองครั้งยังไม่เท่าไร แต่นี่ทุกครั้ง…” พี่หมิงพ่นลมหายใจ “แล้วทุกครั้ง ฉันพูดเตือนประโยคเดียว นายเป็นต้องโมโห”
“ฉู่หร่านเป็นน้องสาวนายก็จริง แต่เส้นทางของเธอ เธอต้องก้าวเดินด้วยตัวเองสิ! นายไม่ได้ช่วยเธอ นายกำลังทำร้ายเธอ!” พี่หมิงมองฉู่จิงอย่างผิดหวัง
“นายทำให้เธอเข้าใจว่าไม่ว่าเกิดเรื่องอะไร พี่ชายอย่างนายก็จะออกหน้าสะสางให้ ถ้าอย่างนั้นต่อไป เธอทำเรื่องที่นายสะสางไม่ได้ นายจะทำยังไง”
“เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว อายุครบยี่สิบแล้ว ควรแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”
“นายก็ด้วย… และตระกูลฉู่ของพวกนายก็อีก”
“ฉู่หร่านกระดิกตัวเล็กน้อย พวกนายก็แทบเล่นงานคนอื่นจนอยู่ในวงการบันเทิงต่อไปไม่ได้”
“จริงอยู่ ตระกูลฉู่ของพวกนายนั้นมีอำนาจ จริงอยู่ คนในวงการบันเทิงต่างต้องเกรงใจพวกนาย แต่วงการนี้ใช่ว่าพยายามและทุ่มทุนทรัพย์แล้วจะอยู่รอด”
“หลายปีมานี้ ถ้าไม่ใช่ตระกูลฉู่ของพวกนายทุ่มทุนให้ ฉู่หร่านคงอยู่ในวงการไม่ได้นานแล้ว”
ฉู่จิงนิ่งฟังพี่หมิงระบายเงียบ ๆ
เขารู้ ถ้าไม่ใช่ว่าเขายืนกรานจะออกจากวงการบันเทิง พี่หมิงไม่มีทางพูดประโยคเหล่านี้ออกมา
มารยาทในสังคมวงการบันเทิง ทั้งพี่หมิงและเขาเข้าใจดี
แต่ฉู่หร่านไม่เข้าใจ
หรือพูดให้ถูกคือ ฉู่หร่านไม่ต้องเข้าใจ!
“พี่หมิง…”
“อะไร”
“ตอนนี้กรรมตามสนองผมแล้ว”
พี่หมิงหันไปมองเขา เห็นความเศร้าซึมห่อเหี่ยวจากใบหน้าหล่อเหลาอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก
หมิงหลู่มองจ้องผ้าพันแผลบนใบหน้าฉู่จิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง “หน้าของนาย หน้าของนายเป็นแบบนี้เพราะ…”
พี่หมิงสบถคำหยาบ “ฉันก็ว่า …ใครกันจะกล้าทำร้ายหน้านาย! ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ พวกนายเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ”
“เธอมีหนี้แค้นกับนายหรือไง”
“นายบอกฉันมาตามตรง พ่อแม่จริง ๆ ของฉู่หร่านตายเพราะตระกูลฉู่ของพวกนายใช่ไหม! ไม่อย่างนั้นทำไมครอบครัวนายถึงบูชาเธออย่างกับบรรพชนตระกูล! ทั้งเธอยังทำร้ายนายถึงขนาดนี้!”
“นายฆ่าพ่อแม่เธอเหรอ หรือแย่งแฟนเธอ หรือทำลายอาชีพของเธอ…”
ฉู่จิงหัวเราะเยาะตัวเอง
ในสายตาคนนอก ตระกูลฉู่ของพวกเขาน่าขำ น่าสมเพชขนาดนี้เลยเหรอ
ปฏิบัติกับลูกสาวประหนึ่งบรรพชนตระกูล
เหอะ!
ก็จริง…
มีเพียงบรรพชนตระกูลเท่านั้นถึงทำร้ายลูกหลานอย่างไม่รู้สึกรู้สา
บูชาเธอประดุจบรรพชนตระกูล… แล้วได้อะไรกลับมา?
สายตาฉู่จิงทอดมองคฤหาสน์ของฉู่ลั่วท่ามกลางยามราตรี
ลูกสาวของฉันอยู่ที่นั่น
ต้องซ่อนตัวไว้!
ต้องคอยหลบเลี่ยง!
เพียงเพราะบรรพชนท่านนั้นไม่พอใจ
แค่คิดก็นึกโมโหจนแทบกระอัก
พี่หมิงตบมือ “ครั้งนี้ปล่อยไปเฉย ๆ ไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ส่งเธอเข้าคุกไม่ได้ ก็ต้องให้เธอเห็นดีบ้าง”
ฉู่จิงส่ายหน้า
“ไม่ใช่มั้ง! ขนาดนี้แล้วนายยังจะปกป้องเธออีกเหรอ เธอทำของใส่นายหรือไง หรือฝังกู่ในตัวนาย!”
พี่หมิงจับตัวฉู่จิง กระชากคอเสื้อออกดู ถลกแขนเสื้อเขาขึ้นดู
ฉู่จิงเงียบไปพักหนึ่ง แล้วเอ่ยต่อ “พี่หมิง ติดต่อพวกหางเจียซิ่น ถามพวกเขาว่ามีเบอร์มือถือฉู่ลั่วไหม”
พี่หมิงปล่อยฉู่จิง “ค่ำมืดดึกดื่นแบบนี้นายจะให้ฉันโทรไปเหรอ หาเรื่องให้ฉันโดนด่าชัด ๆ”
แต่เขาก็ยังกดโทรตามที่ฉู่จิงขอ