เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 667 พระมหาสถาปราปต์โพธิสัตว์
บทที่ 667 พระมหาสถาปราปต์โพธิสัตว์
พี่หมิงได้แต่มองฉู่ลั่วอย่างเว้าวอน “ปรมาจารย์ครับ ผมไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าจริง ๆ ตอนเด็ก ๆ ทุกคนพากันขโมยไข่นก ผมคือคนที่เอาไข่นกกลับไปไว้ในรังนะครับ!”
ทำไมถึงมีหนี้กรรมเปื้อนเลือดเสียได้
“ฉันแค่บอกว่าคุณมีหนี้กรรมเปื้อนเลือด แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดจากคุณ”
พี่หมิงผงะ “ปรมาจารย์ ผมไม่เข้าใจความหมายของคุณ?”
“ช่วงนี้คุณสวมใส่ของมงคลอะไรไว้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ!” พี่หมิงดึงเชือกแดงเส้นหนึ่งออกจากคออย่างดีใจ “นี่ครับ เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ทำพิธีปลุกเสกมาแล้วครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ยันต์ที่ฉันมอบให้คุณล่ะ”
พี่หมิงควักยันต์รูปสามเหลี่ยมออกจากกระเป๋าเสื้อ “อยู่นี่ครับ ที่ปรมาจารย์ให้มาผมเก็บไว้อย่างดีตลอด”
ฉู่ลั่วรับยันต์ตัวเองมาแกะออกทันที
ยันต์ที่มีอักขระเขียนไว้ บัดนี้ตัวอักษรสีชาดหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงกระดาษสีเหลืองว่างเปล่า
“ปรมาจารย์ ผมไม่เคยยุ่งกับยันต์แผ่นนี้จริง ๆ นะครับ ผมแค่พกติดตัวไว้ ไม่เคยไปแตะต้องเลย!”
“ฉันรู้”
“ปรมาจารย์หยิบแผ่นมาผิดใบเหรอครับ หรือเพราะอักษรบนนี้ลอกออกไปแล้ว” เป็นสินค้ามีตำหนิ?
เขาไม่กล้าถามประโยคสุดท้ายออกไป
ฉู่ลั่วหนีบยันต์ด้วยสองนิ้ว สะบัดเบา ๆ กลางอากาศ ก่อนกระดาษยันต์กลายเป็นจุณ
“เพราะมันรับกรรมแทนคุณแล้วด่านหนึ่ง”
“หา!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ที่ฉันให้ยันต์แผ่นนี้กับคุณ เพราะเห็นว่าหว่างคิ้วของคุณหมองหม่น มีวิญญาณร้ายเข้ามาพัวพัน เดิมตั้งใจใช้ยันต์นี้ช่วยขับไล่มันไป แต่…”
นิ้วของเธอเกี่ยวกวนอิมที่พี่หมิงใส่ขึ้นมาส่องใต้แสงแดด
พี่หมิงรีบบอก “ผมให้อาจารย์ดูกวนอิมองค์นี้แล้ว เบิกเนตรมาจริง ๆ ผู้ชายใส่กวนอิม ผู้หญิงใส่พระ อาจารย์ดูวันเดือนปีเกิดและปีนักษัตรของผมแล้วด้วย บอกว่าผมใส่กวนอิมได้”
“ใส่ได้ค่ะ” ฉู่ลั่วพยักหน้า “แต่นี่ไม่ใช่พระโพธิสัตว์กวนอิม แต่เป็นพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์*[1] คุณเกิดปีม้า พระประจำปีก็คือพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์”
“พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์สาดส่องสรรพสิ่งด้วยสติปัญญา ช่วยให้สรรพชีวิตห่างจากอบายภูมิสาม บรรลุแล้วซึ่งอนุตรพละ เป็นอัครสาวกของพระอมิตาภะพุทธเจ้าในดินแดนสุขาวดีเฉกเช่นพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นหนึ่งในไตรเทพแห่งประจิมทิศ เป็นพระโพธิสัตว์องค์ที่สองที่ได้บรรจุตำแหน่งพระพุทธเจ้า”
“พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ทรงประทานปัญญาบารมีแก่ผู้สวมใส่ ช่วยให้ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นสมหวัง ประสบความสำเร็จใจหน้าที่การงาน อยู่ใต้ร่มพระพุทธตลอดกาล สลายเคราะห์กรรม”
พี่หมิงฟังแล้วพยักหน้ารัว “ใช่ครับ ใช่ครับ ตอนนั้นอาจารย์ก็บอกผมแบบนี้ บอกว่าผมใส่แล้วมีแต่จะได้ประโยชน์ ไม่มีข้อเสีย”
“คุณรู้ข้อห้ามในการสวมใส่ไหม”
“รู้สิครับ เรื่องนี้ผมรู้แน่นอน!” พี่หมิงนับนิ้ว “ห้ามทำให้พระองค์ถลอก ห้ามใส่ตอนอาบน้ำ ห้ามเปื้อนเลือด…”
“ผมทำตามทุกข้อ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ยังมีข้อสำคัญที่สุด พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ไม่ชอบเห็นการเข่นฆ่าเลือดนอง”
“เรื่องนั้นผมรู้แน่นอน! ใครเอาพระโพธิสัตว์ไปเอาชีวิตคนอื่นกันครับ!”
ฉู่ลั่วเกี่ยวป้ายหยกขึ้นแกว่งไปมา “แล้วนี่คืออะไร”
พี่หมิงไม่เข้าใจ
ฉู่ลั่วถาม “เชือกห้อยนี่คุณได้มาจากไหน”
“อินฮวาให้มาครับ บอกว่า…” พี่หมิงผงะไปหนึ่งวิ “บอกว่าเป็นของขวัญถักมือที่แฟนคลับให้ ได้มาตั้งหลายเส้น ดูแล้วตั้งใจทำมาก จึงยกเส้นหนึ่งให้ผม”
เขายิ่งพูดเสียงยิ่งเบา “ปรมาจารย์ เชือกนี่มีปัญหาเหรอครับ”
“พวกคุณไม่เห็นจุดที่เชือกเส้นนี้แตกต่างจากเชือกทั่วไปเหรอ”
พี่หมิงกระเถิบเข้ามาดูใกล้ ๆ ไม่เห็นตรงไหนผิดปกติ
ฉู่จิงก็เขยิบมาดูด้วย “เชือกนี่เหมือนใช้เส้นใยเรียวเล็กพันกันเป็นก้อน แล้วค่อยถักเป็นเชือก”
“อย่างนั้นเหรอ”
พี่หมิงเข้าไปดูอีกครั้ง “เหมือนจะใช่ ปรมาจารย์ เชือกเส้นนี้มีปัญหาเหรอครับ”
“นี่คือของธาตุหยิน” กลัวพวกเขาไม่เข้าใจ ฉู่ลั่วย้ำ “เป็นของคนตายค่ะ”
“อะไรนะ!” พี่หมิงแทบเด้งตัวขึ้น ก่อนจะถอยกลับไปหลายเมตร “ของคน… คนตาย! เป็นไปไม่ได้มั้ง! จะเป็นของคนตายได้ยังไง”
ฉู่ลั่วเอ่ย “พูดให้ถูกคือ… เป็นเส้นผมคนตาย ย้อมเป็นสีแดงแล้วถักเข้าด้วยกัน”
“พี่หมิง พี่หมิง…”
ฉู่จิงพยุงพี่หมิงที่แทบเป็นลม
สติกลับเข้าร่างพี่หมิง เขาออกแรงขยี้คอตัวเอง แทบอยากขยี้หนังตรงนั้นให้หลุด
“เรื่องนี้… ส่งผลกระทบรุนแรงมากเลยเหรอครับ”
ฉู่จิงและพี่หมิงต่างอยู่ห่างจากป้ายหยก
“เชือกห้อยพระโพธิสัตว์ทำจากของหยิน คุณคิดว่ายังไง”
พี่หมิงอยากร้องไห้นัก “ผมไม่รู้เรื่องนะครับ! ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
“ช่วงนี้คุณคงดวงตก แถมยังมีความต้องการคูณทวี ของที่อยากได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อยากได้มาก แต่กลับทำได้ไม่ดี อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย”
พี่หมิงฟังแล้วพยักหน้ารัว
“ใช่ครับ ผมรู้ว่าสภาพจิตใจตัวเองไม่ดี แต่แก้ไม่ตกสักที”
“หยินเหนือพระโพธิสัตว์ จะถูกพระโพธิสัตว์รังเกียจ สิ่งที่ขอล้วนจะไม่ได้”
พี่หมิงนึกได้ว่าตัวเองมักขอพรจากป้ายหยกบ่อย ๆ แล้วพลันหน้ามืด จะเป็นลมอีกครั้ง
[1] พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์อัครสาวกของพระอมิตาภพุทธะเช่นเดียวกับพระอวโลกิเตศวร แต่มีคนรู้จักน้อยกว่า ถือว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ด้านกำลัง นามของท่านมีความหมายว่า พระโพธิสัตว์ผู้ทรงบรรลุแล้วด้วยพลังบารมีอันยิ่งใหญ่