เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 668 ผีเข้า
บทที่ 668 ผีเข้า
พี่หมิงไม่ได้เป็นลม
แต่เขากำลังพิโรธ รีบเด้งตัวขึ้นมาทันที “ฉันยังดีกับปิ่งอินฮวาไม่พออีกเหรอ ทำไมเธอต้องทำร้ายฉันอย่างนี้ด้วย ฉันทุ่มเทกายใจเพื่อเธอขนาดนั้น! แทบจะเป็นห่วงเป็นใยเธอกว่าพ่อเธอแล้ว นี่เธอตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ”
“นี่ไม่ใช่เวลาพูดถึงปิ่งอินฮวา” ฉู่จิงดึงพี่หมิงไว้ก่อนหันมาถามฉู่ลั่ว “ของแบบนี้มีวิธีกำจัดไหม”
“กำจัดได้ค่ะ แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ เจ้าของผมตายโหง เต็มไปด้วยความอาฆาตบวกกับถูกนำมาทำเป็นของธาตุหยินโดยเฉพาะ เกรงว่ากลายเป็นวิญญาณพยาบาทไปแล้ว”
“บวกกับ…”
ฉู่ลั่วมองผู้จัดการของพี่ชาย
พี่หมิงตัวสั่นเทาเพราะสายตาเธอ ทั้งยังเผลอกอดแขนฉู่จิงอย่างอดไม่ได้ “ปรมาจารย์ คุณว่ามาเถอะ ผมรับไหว”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เกรงว่าเส้นผมจะมุดเข้าร่างกายคุณไปแล้ว”
“!?!”
พี่หมิงหายใจติดขัด จนเป็นลมลงไปคาที่
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หน้าประตูใหญ่ของคอนโดหลานถิง
พี่หมิงลงรถด้วยความกราดเกรี้ยวแล้วชี้ไปยังตึกหนึ่งทันที “ปิ่งอินฮวาพักอยู่ในตึกนั้น!”
เขาพาพวกฉู่ลั่วไปคุยกับ รปภ. ด้านนอกแล้วตรงเข้าไป
ปิ่งอินฮวาพอมีชื่อเสียงในวงการแล้ว เธอพักแบบชั้นละห้อง
ทันทีที่เข้ามา ฉู่ลั่วก็พินิจมองการตกแต่งภายใน จนเห็นว่าห้องนี้เต็มได้ด้วยพลังหยินที่แทบหลอมรวมจนมีรูปร่างขึ้นมา ทำเอาเจ้านิกายหญิงต้องขมวดคิ้ว
“ปิ่งอินฮวา!”
“ปิ่งอินฮวา!”
พี่หมิงร้องเรียกสองเสียงก็ไม่มีใครตอบ จึงเดินตรงไปถึงหน้าประตูห้องนอนปิ่งอินฮวา ก่อนยกมือเคาะประตู
ภายในมีเพียงเสียงครวญครางเบาบางดังออกมา
“ปิ่งอินฮวา ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนี้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
เสียงเคาะประตูดังปึงปัง แต่ก็ยังไม่มีใครมาเปิดประตู
ฉู่ลั่วสั่งทันที “กระแทกเปิดเลยค่ะ!”
“ห้ะ?” พี่หมิงชะงัก มีท่าทีลังเล “ไม่ดีมั้งครับ”
ถึงยังไงปิ่งอินฮวาก็เป็นผู้หญิง นี่เป็นห้องนอนของเธอ ถ้าเธอที่อยู่ด้านในยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยล่ะ…
ระหว่างที่เขายังลังเลอยู่ ฉู่จิงกลับเดินเข้ามายกขาถีบประตู
ตึง!
ตึง!
หลังจากถีบไปหลายที กลอนก็ค่อย ๆ พัง จนกระทั่งประตูกระแทกกับกำแพงอย่างแรง
ภาพในห้องนอนทำเอาคนยืนอยู่หน้าประตูสีหน้าเปลี่ยนไปมหันต์กันหมด
ปิ่งอินฮวาลอยอยู่กลางอากาศ!?
ดวงตาดาราสาวปิดสนิทพร้อมสีหน้าเจ็บปวด สองมือปัดป่ายไปมาอย่างทุนรนทุราย และที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ… รอบคอเธอมีเส้นผมสีดำขยุกขยิกไปมา
ฉู่จิงและพี่หมิงทำท่าจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่กลับถูกฉู่ลั่วรั้งตัวไว้
เธอสะบัดยันต์ออกไปสองใบ กระดาษยันต์ลอยไปหาดาราสาว
ตึง!
ปิ่งอินฮวาร่วงจากกลางอากาศ
มือหนึ่งของฉู่ลั่วประสานอิน อีกมือมีกระดาษยันต์ในมือพร้อมตะเบ็งเสียงกร้าว “ยังไม่ยอมถอยอีก”
ยันต์ในมือเจ้านิกายหญิงลอยไปอยู่ที่คอปิ่งอินฮวา
ลมหยินโหมกระหน่ำในห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปัดเป่าจนภาพแขวนและผ้าม่านพลิ้วไสวไม่หยุดทั้งที่หน้าต่างนั้นปิดสนิท
ยันต์หยุดชะงักเมื่อประชิดปิ่งอินฮวา
เส้นผมรอบคอเธอต่างตั้งขึ้นประหนึ่งปลายเข็ม!
ด้วยการไล่ต้อนจากยันต์ มันต้องถอยไปทีละนิด และมุดกลับเข้าไปในร่างกายปิ่งอินฮวาอีกครั้ง
พี่หมิงแทบไม่อยากเชื่อสายตา “นี่มัน…”
เขาพิงกำแพงอย่างหมดแรง รู้สึกเหมือนเมื่อกี้ตัวเองลืมแม้กระทั่งหายใจ
ผ่านไปสามสี่วินาที ถึงปราดเข้าไปตีหน้าดาราสาว “ปิ่งอินฮวา ปิ่งอินฮวา!”
ปิ่งอินฮวาหน้าซีดเผือด ลมหายใจรวยริน ร่างกายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ฉู่ลั่วเดินเข้ามาหา กัดนิ้วจนเลือดออก แล้วแตะไปที่กลางกะโหลกดาราสาว “กลับมา!”
ดวงตาของปิ่งอินฮวาที่เคยหลับแน่นพลันเบิกโพล่ง ก่อนหอบหายใจเฮือกใหญ่
ทันทีที่ลืมตา เธอยกมือแตะคอตัวเองพร้อมจะไอโครกอย่างรุนแรง
รอจนเธอหายใจทั่วท้องถึงตั้งสติได้ มองไปรอบ ๆ อย่างมึนงง “…พี่หมิง? พี่ฉู่? พวกพี่มาได้ยังไง”
“แล้วก็… ฉู่ลั่ว… ปรมาจารย์ฉู่”
ช่วงนี้ฉู่ลั่วมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ไม่มีใครในวงการบันเทิงไม่รู้จักเธอ
พี่หมิงมองปิ่งอินฮวาด้วยความตะลึง “เธอจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”
ปิ่งอินฮวาส่ายหน้า “ฉันเป็นอะไรไปเหรอคะ”
“เธอโดนผีเข้า!” พี่หมิงทำหน้าผวาพลางเล่าเรื่องเมื่อครู่
“ถ้าไม่ใช่ปรมาจารย์ฉู่อยู่ที่นี่ เธอคงตายไปนานแล้ว”