เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 669 ของขวัญจากแฟนคลับ
บทที่ 669 ของขวัญจากแฟนคลับ
ปิ่งอินฮวายังคงงงงวย เธอนึกอะไรไม่ออกเลยจริง ๆ “ฉัน… ฉันจำอะไรไม่ได้เลย เพียงแต่หลายวันมานี้ฉันหลับไม่สนิท ทุกครั้งที่ตื่นจะปวดหัวเป็นพิเศษ เป็นผื่นแพ้ตามคอตามตัวอยู่หลายจุด”
เธอเลิกเสื้อนอนตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยแดงบนแขนและบนขา
ครั้นเห็นรอยแดงบนผิวเธอแล้วนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ พี่หมิงพลันเสียวสันหลังขึ้นมา
“ปรมาจารย์ ใช่ของนั่นไหมครับ”
“อืม”
พี่หมิงหน้าซีดเข่าอ่อน แต่ฉู่จิงเข้ามาพยุงไว้ได้
ปิ่งอินฮวายังคงถามด้วยสีหน้าสงสัย “ของอะไรเหรอคะ”
พี่หมิงเสียงสั่น “ของสกปรก จะของอะไรอีกล่ะ อยู่… อยู่…” เขาชี้เชือกแดงบนคอปิ่งอินฮวามือสั่นระริก “อยู่ในนั้น”
“รีบถอดออกมาสิ! ในนั้นมีผมคนตาย”
ปิ่งอินฮวา “…”
เธอก้มมองเชือกแดงที่คอตัวเอง พบว่ามีหยกชิ้นหนึ่งห้อยอยู่ เป็นพระองค์หนึ่ง
ฉู่จิงเห็นดาราสาวยังสับสน จึงเล่าทุกอย่างให้ฟังอีกรอบ
หลังฟังจบ ปิ่งอินฮวาถึงกับตาค้าง แข็งทื่ออยู่ที่เดิม นอกจากแววตาสั่นระริก ก็ไม่กล้ากระดิกแม้แต่เส้นผม
“จริงเหรอคะปรมาจารย์ เป็นของคนตายจริงเหรอคะ!”
“ฉันแค่คิดว่าเรื่องสายมูกำลังเป็นที่นิยมในวงการบันเทิ เลยไปขอพระมาใส่ ไม่คิดว่า…”
“ท… ทำยังไงดีคะ?”
พี่หมิงเร่งเร้า “ถอดออกมาซะสิ!”
ปิ่งอินฮวาแทบจะร้องไห้ “ฉันไม่กล้าแตะมันแล้ว”
ฉู่ลั่วเอื้อมมือถอดพระจากคอปิ่งอินฮวา
ทันทีที่ถอดออกมา ดาราสาวก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงไปหลบหลังพี่หมิงและฉู่จิง จ้องมองพระบนมือฉู่ลั่วอย่างระแวดระวัง “ท่านปรมาจารย์คะ ถอดออกแล้วฉันก็จะไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม”
ฉู่ลั่วกลับส่ายหน้า เธอคิ้วขมวดน้อย ๆ ขณะมองเชือกแดงที่มีพลังหยินหนาแน่นแผ่ซ่านอยู่โดยรอบ “เส้นผมมุดเข้าไปในร่างกายคุณแล้วค่ะ”
ปิ่งอินฮวา “…”
ฟังแบบนั้น เธอได้แต่นิ่งค้างอยู่ที่เดิม
พี่หมิงรีบจับแขนดาราสาวในสังกัดไว้ไว้แล้วเขย่าไปมา “เธออย่าเพิ่งเป็นลมนะ! เอาให้รู้ก่อนว่าใครเป็นคนให้เชือกแดงเส้นนี้!”
ปิ่งอินฮวาได้สติ “แฟนคลับให้มา ฉันไปถามอาจวี๋ก่อนนะคะ”
อาจวี๋เป็นผู้ช่วยของเธอ ของที่แฟนคลับให้จะถูกหล่อนตรวจสอบควบคุมทุกชิ้น
ปิ่งอินฮวารีบโทรหาอีกฝ่าย
ไม่นานนักอาจวี๋ก็มา หล่อนพิจารณาเชือกแดงแล้วเอ่ย “ชิ้นนี้ฉันรู้ค่ะ! ไม่ใช่ของขวัญจากแฟนคลับ ไจ่เอ่อร์ป๋ายเป็นคนส่งมา บอกว่าตั้งใจไปขอมาโดยเฉพาะค่ะ”
“ไจ่เอ่อร์ป๋าย?”
พี่หมิงหันมองดาราสาว “สมาชิกวงเก่าของเธอไม่ใช่เหรอ”
ปิ่งอินฮวาพยักหน้า “ใช่ค่ะ หลังยุบวง พวกเรามีติดต่อกันบ้าง ก่อนหน้านี้เธอขอให้ฉันช่วยหางานให้เธอ ฉันก็รับปาก แต่เธอ…”
เธอยิ้มขมขื่น “รู้สึกว่าที่ฉันแนะนำให้เธอมีแต่เว็บซีรีส์ แถมยังเป็นบทเล็ก ๆ”
พี่หมิงโกรธจนขบกราม “เธอไม่เคยถ่ายละครมาด้วยซ้ำ อยากได้บทอะไรกัน!”
ปิ่งอินฮวาเอ่ย “ฉันก็บอกเธอแบบนี้ แต่เธอไม่พอใจ”
ทั้งคู่ทั้งโกรธทั้งร้อนใจ
เมื่อนึกถึงเส้นผมคนตายที่มุดเข้าร่างกายก็เสียวสันหลังวาบ
“ปรมาจารย์ครับ มีวิธีเอาของนั่นออกมาไหมครับ” พี่หมิงถามอย่างร้อนใจ
ฉู่ลั่วอธิบาย “เจ้าของเส้นผมนี่ไม่ใช่แค่ผีร้าย พวกคุณทั้งสองล้วนแขวนวัตถุมงคลด้วยเชือกหยิน วัตถุมงคลที่ควรทลายคราวเคราะห์โชคร้าย แต่ถูกแขวนด้วยเชือกหยินจนกลายเป็นวัตถุอัปมงคล”
“ของธาตุหยินนี้จะบั่นทอนพลังหยางรอบตัวพวกคุณ และดึงดูดของธาตุหยินด้วยกันได้ง่าย”
“ส่วนคุณ…” เธอชี้ปิ่งอินฮวา “ช่วงนี้คุณน่าจะไม่ค่อยตากแดด แถมยังไปเยือนเขตอาเพศหยิน พลังหยินที่มาพัวพันคุณจึงมีมากกว่า”
“ถ้าปล่อยไปอีกสักพัก ไม่ต้องรอให้ผีร้ายมาทำร้ายคุณ คุณก็ตายไปก่อนแล้ว”
ปิ่งอินฮวาสีหน้าย่ำแย่ “ช่วงนี้ฉันยุ่งอยู่กับการถ่ายทำในเขา ซ้ำยังเป็นฉากกลางคืน จึงไม่ค่อยได้ตากแดดจริง ๆ ค่ะ แถมฉากที่ฉันถ่ายทำยังอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนร้างแห่งหนึ่งกลางหุบเขาลึก…”
โรงพยาบาลเอกชนนั้นเคยมีคนตายมาบ้างจริง ๆ
พูดมาถึงตรงนี้เธอพลันขนลุกซู่
กลับพบว่าพี่หมิงข้างกายตัวสั่นยิ่งกว่า “ปะ… ปรมาจารย์ เมื่อครู่คุณว่ามีผีร้าย หรือก็คือ ที่อยู่รอบ ๆ พวกเราช่วงนี้คือ…”
วิญญาณทั่วไปเหรอ?
ฉู่ลั่วพยักหน้า
พี่หมิงขาอ่อนจนฉู่จิงต้องประคองไว้
หลังได้คำสะกิดใจจากหมิงหลู่ ปิ่งอินฮวาก็เข้าใจแล้ว ทำเอาริมฝีปากเธอสั่นระริก “ปรมาจารย์ ช่วยฉันด้วย!”
“ปรมาจารย์ ช่วยด้วยครับ!”