เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 681 ป่าป๊า หม่าม้าคนใหม่
บทที่ 681 ป่าป๊า หม่าม้าคนใหม่
แกร็ก!
ตุ๊กตาพอร์ซเลยที่ประณีตตัวนั้นเกิดเสียงแตกร้าว แต่ความสนใจทั้งหมดของปิ่งอินฮวากับหมิงหลู่กลับไปอยู่ที่บนหม้อดินเผาทั้งหมด
ไม่เพียงแต่ตุ๊กตาพอร์ซเลนแตก
แต่แม้แต่หม้อดินเผาก็เปิดออกด้วย!
พวกเขาเห็นไอสีดำลอยออกมาจากในช่องว่าง บรรยากาศโดยรอบหนาวสะท้าน
ความอากาศก็ลดลงต่ำเลย
ปิ่งอินฮวากลืนน้ำลาย แล้วมองไปที่หม้อดินเผาด้วยสายตาหวาดกลัวและระแวง
สายตาของฉู่ลั่วจับจ้องใบหน้าของพวกเขาเป็นนัยคำถามว่า ‘ไหวไหม?’
หมิงหลู่หายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ปิ่งอินฮวาเอาก็ขวัญผวาจนหน้าเผือดสี
แต่ทั้งสองคนก็ยังคงพยักหน้าอยู่
ต่อจากนั้น…. ฉู่ลั่วก็เอายันต์ที่ติดอยู่บนหม้อดินเผาออกไป
พลังหยินรุนแรงก็ลอยขึ้นมาจากในหม้อทันที ตามมาด้วยเสียงหัวเราะน่าสยดสยอง
“ฮิ ๆๆ”
บทที่ 465 เฉิงยวนกลับมาแล้ว
ทันทีที่พลังหยินลอยออกมา มันก็เหาะตรงไปที่ประตู ปากพูดพึมพำว่า “ป่าป๊า หม่าม้า… ป่าป๊า หม่าม้า…”
แต่ลอยไปได้แค่ครึ่งทาง ก็ถูกด้ายแดงสองเส้นพันเอาไว้
สัมภเวสีตัวน้อยค่อย ๆ หันไปมอง รูม่านตาสีดำสนิทขนาดเท่ากำปั้น มองตามด้ายแดงด้วยความประหลาดใจ
มุมปากฉีกออก เผยให้เห็นฟันสีม่วงคล้ำซี่หนึ่ง
ตอนที่กำลังหันไป การเคลื่อนไหวของมันก็แข็งทื่อ มันค่อย ๆ ตามเส้นสีแดงไป ลอยกลับไปทีละน้อย ๆ
ฉู่ลั่วเอายันต์ที่เขียนวันเดือนปีเกิดของหมิงหลู่กับปิ่งอินฮวา เผาด้านแดง
เปลวไฟลุกโชน ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ไหม้ไปตามด้ายแดง สัมภเวสีเด็กหันกลับมาทันที
พลังหยินบนร่างของสัมภเวสีเด็กที่เคยถูกไฟเผา ลดน้อยลงมากแล้ว
มันเอียงคอด้วยความสงสัย มองดูปิ่งอินฮวากับหมิงหลู่ที่อยู่อีกฝั่งของปลายเชือกแดง
“ป่าป๊า หม่าม้า?”
มันเข้ามาตรงหน้าปิ่งอินฮวาอย่างช้า ๆ
รูม่านตาสีดำกับใบหน้าประหลาดเกือบจะแนบติดกับใบหน้าของปิ่งอินฮวาแล้ว ไอเย็นชวนขนลุกกับกลิ่นคาวคลุ้งลอยเข้ามาแตะจมูกเธอ
ปิ่งอินฮวากลัวจนต้องกลั้นหายใจ
“หม่าม้า?”
ปิ่งอินฮวาพยักหน้า “ฉันคือหม่าม้า”
สัมภเวสีเด็กมาตรงหน้าหมิงหลู่ “ป่าป๊า?”
“ฉันคือป่าป๊า”
สัมภเวสีเด็กเดินวนรอบตัวพวกเขา ก่อนจะเดินไปที่ประตู
“หนูจะไปหาคป่าป๊าหม่าม้า”
เพิ่งเดินไปได้สองก้าว ก็ถูกด้ายแดงรั้งเอาไว้แล้ว
สัมภเวสีเด็กหันกลับมามองพวกเขาด้วยสายตาน่าหวาดผวา
ปิ่งอินฮวาพยายามยิ้ม พลางพูดเสียงอ่อนโยนว่า “พวกเราคือป่าป๊าหม่าม้าของหนูยังไงล่ะจ๊ะ! หนูยังจะไปไหนอีก?”
สัมภเวสีเด็ก “…”
“ใช่แล้ว! พวกเราคือป่าป๊าหม่าม้าไงล่ะ ป่าป๊าหม่าม้าอยู่ที่นี่แล้ว”
ปิ่งอินฮวาถาม “หนูไม่ต้องการป่าป๊ากับหม่าม้าแล้วเหรอ? ป่าป๊ากับหม่าม้าเสียใจนะ”
เธอแกล้งทำท่าทางร้องไห้ออกมา
สัมภเวสีเด็กมองไปที่ประตู ก่อนจะมองปิ่งอินฮวาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้เหาะกลับมา
มันยกมือขึ้นลูบใบหน้าของปิ่งอินฮวาแผ่วเบา
มือนั้นเย็นยะเยือก ทั้งยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรง
“หม่าม้า?”
“ใช่ ฉันคือหม่าม้า ส่วนนี่คือป่าป๊า”
“ป่าป๊า?”
เมื่อเผชิญหน้ากับสัมภเวสีเด็กที่น่ากลัวตนหนึ่ง หมิงหลู่ทำได้เพียงบังคับให้ตัวเองให้ยิ้ม
ระหว่างที่สัมภเวสีเด็กลังเลนั้นเอง ฉู่ลั่วก็เดินเข้ามา
ยันต์แผ่นหนึ่งถูกแปะลงบนตัวสัมภเวสีเด็ก
พริบตาเดียว พลังหยินบนเธอก็หายไป
เด็กผู้หญิงหน้าต่าน่ารักคนหนึ่งยืนอยู่ที่เดิม ผมจุกเหมือนกับนาจา และใบหน้ากลม ๆ เต็มไปด้วยสีหน้างุนงง
เธอสวมกระโปรงเจ้าหญิงสีชมพูเหมือนตุ๊กตาตัวนั้น รูม่านตาเผยแววสงสัย
ปิ่งอินฮวา “…”
เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักอะไรอย่างนี้
น่ารักมาก!
“หม่าม้า?”
น้ำเสียงเหมือนลองเชิงลอยขึ้นมา
ปิ่งอินฮวายื่นมือออกไปรวบสัมภเวสีเด็กมาไว้ในอ้อมแขน “ใช่ ใช่ ใช่ ฉันก็คือหม่าม้า!”
“ต่อไปฉันคือหม่าม้าของหนู เร็วเข้า เรียกหม่าม้าสิ!”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายเป็นสัตว์เดรัจฉานชัด ๆ!
เด็กผู้หญิงน่ารักขนาดนี้ ก็ยังกล้าทำร้ายได้ลงคอ
ถ้านี่คือลูกสาวของเธอ จะพาเด็กคนนี้แต่งตัวสวยทุกวัน และคงกลัวมากว่าจะมีใครมารังแก
เดรัจฉาน!
ปิ่งอินฮวากอดเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ในใจก็แอบด่าไจ่เอ่อร์ป๋ายไปด้วย
สายตาของหมิงหลู่ตกอยู่ที่เด็กผู้หญิงน่ารักคนนั้น แม้ว่าดวงตาคู่นั้นจะน่ากลัว แต่ตอนที่มองมา ยังทำให้คนใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว
นี่คือความรู้สึกของคนที่มีลูกสาวเหรอ?
ความรู้สึกนี้…
เขาเอื้อมมือไปลูบผมของเธอเบา ๆ
โอ้!
ผมเย็นยะเยือก น่าแปลกดี!
เขายื่นมือออกไปบ้าง “มา… ให้ป่าป๊าอุ้มหน่อย”
สัมภเวสีเด็กย้ายไปอยู่ในอ้อมกอดของหมิงหลู่ เขากอดเธออย่างรักใคร่
ลูกสาว!
ในที่สุดเขาก็มีลูกสาวแล้ว!
เขามีลูกสาวแล้วหนึ่งคน!
ความรู้สึกนี้…
สัมภเวสีเด็กย้ายไปย้ายมาในอ้อมกอดของทั้งสองคน
ปิ่งอินฮวาเอามือสองข้างเท้าคาง ในแววตาถูกความน่ารักครอบงำไปแล้ว
“เด็กผู้หญิงที่สวยน่ารักขนาดนี้ ต้องเป็นลูกสาวของฉัน ปิ่งอินฮวาแน่นอนอยู่แล้ว!”