เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 683 คำเตือนของเฉิงยวน
บทที่ 683 คำเตือนของเฉิงยวน
ร่างทั้งสองลอยเข้ามาแล้ว
หัวหว่านหน้าถอดสี ฉู่ลั่วเองก็เม้มปาก
แม้กระทั่งปิ่งอินฮวากับหมิงหลู่ที่ไม่เข้าใจอะไรเลยก็ยืดตัวตรงอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นสองร่างที่ลอยเข้ามา ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างทันที
ปิ่งอินฮวา “…”
เป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยจนเหมือนไม่ใช่คน!
หมิงหลู่ “…”
ที่ได้ยินมาเป็นความจริง ที่บ้านของปรมาจารย์ฉู่เลี้ยง… สิ่งนั้นไว้ไม่น้อย
ที่แท้ก็ไม่ได้เรื่องโกหก
“พี่ลั่วลั่ว พวกเรากลับมาแล้วค่ะ!” น้ำเสียงดีใจของซ่งเมี่ยวเมี่ยวดังก้องไปทั้งห้องรับแขก “หนูกับพี่ยวนยวนหาเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวแล้ว!”
เธอดีใจมาก “พวกเรายังมีของขวัญมาให้ทุกคนเยอะแยะเลย”
“มีของพี่หว่านหว่าน…”
ไม่รอให้ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพูดจบ น้ำเสียงเย็นชาก็ดังแทรกขึ้นมา “เมี่ยวเมี่ยว มานี่”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอียงศีรษะอย่างงุนงง “พี่ยวนยวน?”
เฉิงยวนเอามือกอดอก พลางส่งเสียงหัวเราะเย็นชา “รีบมาเร็ว! พวกเราไปทำงานข้างนอกเหนื่อยแทบตาย แถมยังมีของขวัญมาให้พวกเขาอีก”
“แล้วพวกเขาล่ะ?”
“ไม่อยู่แค่ไม่กี่วันนี้ก็ทนความเหงาไม่ได้ ต้องหาวิญญาณพยาบาท ต้องหา…” สายตาของหล่อนตกอยู่ที่เด็กน้อยน่ารักคนใหม่ “หากสัมภเวสีเด็กมาอยู่ด้วย”
“เหอะ ๆ ๆ ทำไม? รังเกียจที่ข้าเป็นแค่ผีร้ายเหรอ? รังเกียจที่เมี่ยวเมี่ยวเป็นแค่ผีเด็กเหรอ?”
“เธอหยุดหาเรื่องได้แล้ว!” หัวหว่านพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธ กอดซ่งเมี่ยวเมี่ยวไว้ในอ้อมแขน “พวกเราไม่ได้รังเกียจเมี่ยวเมี่ยวนะยะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รังเกียจข้าใช่ไหม!”
หัวหว่านเบ้ปาก “พูดไร้สาระอะไรออกมา”
“อ๋อ งั้นเหรอ?”
เฉิงยวนทำหน้าขุ่นเคือง
หัวหว่านกอดซ่งเมี่ยวเมี่ยว จากนั้นจึงเล่าสถานการณ์ของหร่วนย่วนย่วนกับสัมภเวสีตัวน้อยให้ฟัง
สีหน้าของเฉิงยวนค่อย ๆ กลับเป็นปกติ
หล่อนหรี่ตามองก้อนกลม ๆ หลายก้อนที่หร่วนย่วนย่วนพามาด้วย สลับกับเด็กหญิงตัวน้อย
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเข้าไปจับมือสัมภเวสีเด็กเอาไว้ “น้องสาว ไม่เป็นไรนะ หลังจากนี้เธอมีปะป๋าหม่าม้าใหม่แล้ว”
“พี่ลั่วลั่วจะปกป้องพวกเราเอง ไม่ให้คนไม่ดีมารังแกพวกเราแล้ว”
“พี่สาวซื้อกระโปรงสวย ๆ มาเยอะมากเลย เดี๋ยวแบ่งให้ดีไหม?”
เธอจูงมือสัมภเวสีเด็กไปที่กองของขวัญ หยิบเอาชุดกระโปรงสวย ๆ ออกมาชุดแล้วชุดเล่า
แต่น่าเสียดายที่กระโปรงพวกนั้นเป็นชุดสำหรับเด็กห้าขวบอย่างซ่งเมี่ยวเมี่ยว เทียบกับตัวของสัมภเวสีเด็กแล้วดูใหญ่เกินไป
แต่เจ้าสัมภเวสีตัวน้อยกลับดีใจมาก
ในความทรงจำ คนสอบคนที่คนเองเรียกว่าพ่อแม่ มักจะขังเธอไว้ในบ้าน จนไม่เคยเจอเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแบบนี้มาก่อน
เธอเคยเห็นแต่เด็กน้อยคนอื่นผ่านทางโทรทัศน์เท่านั้น
สัมพะเวสีเด็กหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างมีความสุข
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็แบ่งเสื้อผ้าของตนเองให้อย่างมีร่าเริงเช่นกัน
เสียงหัวเราะของเด็กสองคนทำลายบรรยากาศอึมครึมในห้องรับแขก
เฉิงยวนตั้งคำถามด้วยใบหน้าเย็นชา “กฎของคฤหาสน์ล่ะ บอกพวกเขาไปหรือยัง?”
หัวหว่านเล่า “บอกกฎสามข้อนั้นไปตั้งแต่วันแรกที่มาแล้ว”
“อืม ก็ดี”
เฉิงยวนอุ้มสัมภเวสีเด็กมาวางไว้ข้าง ๆ หร่วนย่วนย่วน สายตาพิจารณาพวกเขา ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบา ๆ ว่า “พวกเจ้ารู้กันดีใช่ไหมว่าพวกเราไม่ใช่คนเป็น!”
หร่วนย่วนย่วน “…”
“ตอนนี้ที่พวกเรรอเวลาอยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างปกติสุข สนุกกับชีวิตแบบคนเป็น รื่นเริงกับสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องถูกคนของลัทธิเต๋าตามฆ่า ทั้งหมดเป็น… ความดีความชอบของฉู่ลั่ว”
หล่อนชี้ไปที่ฉู่ลั่ว
“เพราะเธอ ในโลกนี้ถึงได้มีสถานที่ปลอดภัยสำหรับพวกเรา”
“ดังนั้น… ก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม ต้องคิดให้ดีก่อน และอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ฉู่ลั่ว”
“ถ้ามีใครกล้าทำล่ะก็…”
กลิ่นอายชั่วร้ายกระจายออกมารอบตัวผีร้ายพันปี ชุดกระโปรงยาวที่ตอนแรกเป็นสีฟ้าขาวค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงเลือด
พลังหยินที่อยู่รอบ ๆ ราวกับจะกลายเป็นสสารขึ้นมาจริง ๆ มันกดข่มตัวตนเหนือธรรมชาติที่นี่ทั้งหมด
“ต่อให้จะเป็นวิญญาณพยาบาท แต่ข้าบำเพ็ญมาหลายพันปี สามารถช่วยฉู่ลั่วกำจัดปัญหานี้ได้”
หร่วนย่วนย่วนข่มพลังหยินที่รุนแรงของตนเอง และปกป้องก้อนพลังกลม ๆ เหมือนลูกบอลหลายลูกนั้น “ตอนนี้ฉันมีแค่ความคิดเดียวเท่านั้น คือให้เด็ก ๆ พวกนี้มีรูปร่างขึ้นมา เรื่องอื่น ฉันไม่เคยแต่จะคิด”
เพียงครู่เดียว…
พลังหยินรอบตัวเฉิงยวนก็หายไป
หล่อนเผยรอยยิ้มออกมาแล้ว “แบบนี้สิถึงจะถูก!”
ผีร้ายพันปีลอยมาอยู่ตรงหน้าหร่วนย่วนย่วน ยื่นมือไปวางบนไหล่อีกฝ่าย “ใช่แล้วล่ะ! ถึงตอนนี้พวกเราจะไม่มีชีวิตแล้ว แต่ก็ยังมีคุณธรรมอยู่”
“ต่อให้เจ้าโกรธเกรี้ยว และคิดอยากจะแก้แค้น ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ต้องปรึกษาพวกเราก่อน”
หร่วนย่วนย่วนหดหู่ “ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นแล้วจริง ๆ ค่ะ”
“โธ่เอ๊ย ต้องมีโอกาสได้แก้แค้นแน่นอน!”