เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 684 ทำพันธสัญญากับข้าเถอะ
บทที่ 684 ทำพันธสัญญากับข้าเถอะ
จากนั้นเฉิงยวนจึงอุ้มสัมภเวสีเด็กมาไว้ตรงหน้า “โถ เจ้าตัวน้อยที่น่าสงสาร ตอนนี้เจ้ามีพ่อแม่ใหม่แล้ว อย่าได้คิดถึงเรื่องอื่นอีก เข้าใจไหม?”
“เรื่องอื่น ๆ ก็ให้ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการต่อ”
“เจ้าน่ะ…. ก็อยู่กับพี่สาวเมี่ยวเมี่ยวของเจ้าไป เล่นให้สนุกทุกวันก็พอแล้วล่ะ”
หล่อนโยนสัมภเวสีเด็กกลับไปหาซ่งเมี่ยวเมี่ยว
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวรับไว้ด้วยสองมือ ก่อนจะอุ้มน้องสาวคนใหม่ไปดูเสื้อผ้าต่อ
ครั้นสายตาของเฉิงยวนจึงจับจ้องไปที่หมิงหลู่กับปิ่งอินฮวา
รอยยิ้มพลันหายไปจากใบหน้า
ปิ่งอินฮวากลืนน้ำลาย กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า “ฉัน… พวกเราเป็นคนค่ะ คนเป็น ๆ!”
หมิงหลู่เองก็พยักหน้ารัว ๆ เช่นกัน กลัวว่าจะต้องเผชิญกับการรับน้องของอีกฝ่ายไปด้วย
เฉิงยวนลอยเข้าไปนั่งลงบนโซฟาอย่างสง่างาม
“ตอนนี้พวกเจ้าเป็นพ่อแม่ของสัมภเวสีเด็กแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของพ่อแม่ให้ดี”
“ต้องตั้งชื่อ”
“ต้องทำป้ายวิญญาณ”
“ต้องมีหลุมศพ”
“ต้องบูชาอย่าได้ขาด”
“ของขวัญที่ต้องมี พวกเจ้าจะขาดไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว”
“อย่างน้อยก็ต้องได้มาตรฐานเดียวกับเมี่ยวเมี่ยว”
ตระกูลซ่งทุ่มเทให้เมี่ยวเมี่ยวเป็นอย่างมาก
แม้ว่าเหตุผลเรื่องความเป็นความตาย จะทำให้เมี่ยวเมี่ยวไม่สามารถอยู่กับคนตระกูลซ่งได้นาน
แต่คนตระกูลซ่งก็มาหาเมี่ยวเมี่ยวที่คฤหาสน์บ่อย ๆ หลังจากรู้ว่าเธอมีร่างกายขึ้นมาได้ ก็ซื้อเสื้อผ้ารองเท้ามาให้ไม่เคยขาด!
ทั้งยังมีเครื่องประดับสำหรับเด็กที่จัดส่งมาให้ฟรี ๆ อีกด้วย
คอนแทกต์เลนส์ของเมี่ยวเมี่ยวก็เป็นของสั่งทำพิเศษ
ปิ่งอินฮวาได้ยินคำพูดของเฉิงยวนก็รีบพยักหน้า “ฉันทำได้ค่ะ”
รับปากไป เธอก็แอบสงสัยว่ามีคุณแม่คนไหนบ้างไม่อยากแต่งตัวให้ลูกสาว?
อีกทั้งลูกสาวยังน่ารักขนาดนี้ เชื่อฟังขนาดนี้ ไม่งอแงกวนใจขนาดนี้
เป็นลูกสาวที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว!
หมิงหลู่เอ่ย “ถ้าท่านปรมาจารย์ไม่ถือสาอะไร พวกเราจะมาหาเธอหากมีเวลาครับ ส่วนป้ายวิญญาณ หลุมศพพวกนั้น… พวกเราจะจัดการให้เร็วที่สุด”
ได้ยินแบบนั้น เฉิงยวนถึงพอใจ
หล่อนยืนขึ้นพูดกับฉู่ลั่วว่า “เอาล่ะ ที่ต้องสั่งสอน ข้าก็สั่งสอนไปหมดแล้ว ที่เหลือยกให้เจ้าแล้วกัน”
ฉู่ลั่ว “…”
สอนไปหมดแล้ว ยังจะเหลืออะไรให้สอนอีก
เธอหยิบยันต์สองแผ่นให้พวกเขา “พวกคุณพัวพันกับวัตถุหยินมานาน จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ยันต์แผ่นนี้ พกติดตัวเอาไว้เจ็ดวัน พลังหยินจะหายไปเองค่ะ”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์”
ปิ่งอินฮวากับหมิงหลู่เก็บยันต์ไว้อย่างระมัดระวัง ทั้งสองคนเดินไปหาสัมภเวสีเด็ก พูดคุยกับสัมภเวสีเด็กหลายประโยค ก่อนจะจากไป
สัมภเวสีเด็กยืนมองพวกเขาขึ้นรถไปอยู่ตรงหน้าประตูด้วยสายตาละห้อย
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวจับมือน้อยไว้ พลางเขย่าเบา ๆ “พวกเราไม่เหมือนกับพวกเขา ต่อให้เป็นครอบครัวเดียวกัน ก็อยู่ด้วยกันไปตลอดไม่ได้”
“อีกอย่าง อยู่ที่นี่ก็สนุกกว่าอยู่ที่บ้านมากเลยด้วย!”
“ในสวนยังพี่สาวภูตดอกไห่ถังด้วย พี่เขาต้องชอบเธอมากแน่นอน”
เธอดึงมือสัมภเวสีเด็กวิ่งไปที่สวนดอกไม้
…
ในห้องรับแขก
เฉิงยวนแยกของขวัญเรียบร้อยแล้ว มีของสำหรับทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่สัมภเวสีเด็กที่เพิ่งปรากฏตัว กระทั่งหร่วนย่วนย่วนกับลูกบอลหลายลูกนั้นต่างก็ได้ของขวัญด้วย
หร่วนย่วนย่วนมองกำไลลูกประคำไม้หยินด้วยความประหลาดใจ
คิดว่าเฉิงยวนไม่ชอบเธอเสียอีก
หัวหว่านเดินเข้ามาพูดยิ้ม ๆ “ยวนยวนไม่ได้มีอะไรแอบแฝงหรอก เธอแค่กลัวว่าพวกเธอจะสร้างความยุ่งยากให้คุณหนู”
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู ก็ไม่สามารถหานักพรตเต๋าคนไหนที่อดทนกับสาว ๆ บ้านนี้ได้อีกแล้ว!
…
ตอนกลางคืน
แสงจันทร์ส่องสว่าง ฉู่ลั่วนั่งขัดสมาธิหลับบำเพ็ญพลังวิญญาณอยู่ที่ระเบียง
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายลมหยิน เธอถึงได้ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นเฉิงยวนที่สวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
หล่อนนอนชมแสงจันทร์อยู่บนระเบียง
“ตอนนี้เจ้ามีพลังวิญญาณอยู่มากน้อยแค่ไหน ต่อกรกับฉู่หร่านได้หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วเงียบงัน
ผีร้ายพันปีพลิกลงมายืน มือทั้งสองข้างเท้าราวระเบียง “ลูกรักสวรรค์เลยนะ แน่นอนว่าสู้ไม่ได้ง่าย ๆ”
“ฉู่ลั่ว…” เฉิงยวนมองกลับมาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ “ทำพันธสัญญาข้ารับใช้กับข้าเถอะ”