เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 696 กำลังจะตาย
บทที่ 696 กำลังจะตาย
ดวงตาฉวี่หรงเบิกกว้าง “พ่อคะ พ่อซื้อบ้านของเพื่อนบ้าน เพราะว่าพ่อ… เชื่อคำพูดของคนขายมีดเสี่ยงทายเหรอ?”
แม่พูดเสมอว่าพ่อมีสายตาเฉียบแหลม ตอนนั้นเพื่อนบ้านต่างรังเกียจว่าบ้านไม่ดี จึงขายบ้านให้ในราคาต่ำ พ่อของเธอจึงกว้านซื้อมาทั้งหมด
ใครจะรู้ว่าผ่านไปไม่กี่ปี จะถูกรื้อถอน
ด้วยเหตุนี้ครอบครัวของพวกเธอถึงได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมา
“ผมไม่ได้จะไม่ให้ แต่หนึ่งแสนมันเยอะเกินไป ผมบอกแล้วว่าจะให้หนึ่งหมื่น แค่หนึ่งหมื่นเขาก็ได้กำไรแล้วนี่! แต่เขาจะเอาหนึ่งแสน!”
ฉวี่ฟางค่อนข้างกังวล แต่ก็พูดด้วยความโกรธว่า “เขามาหาผมหลายต่อหลายครั้ง แต่เจรจาไม่สำเร็จ ผมเลยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่เขาออกไป ไล่ไปได้ไม่กี่วัน ผมก็เกิดอุบัติเหตุ”
“ท่านปรมาจารย์ เขาบงการอยู่เบื้องหลังใช่ไหมครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ” ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “คุณบอกว่าเขามาเอาเงินหลายครั้งใช่ไหม?”
ฉวี่ฟางพยักหน้า “เขามาตื๊อให้ผมจ่ายเงินให้”
ใบหน้าของผู้ขายมีดเสี่ยงทายคนนั้น …ดูอย่างไรก็โลภมาก
ฉวี่หรงเห็นสีหน้าของฉู่ลั่วผิดปกติ “เทพธิดา มีปัญหาอะไรเหรอคะ?”
“ผู้ขายมีดเสี่ยงทายมารับเงินครั้งเดียว ครั้งแรกไม่ให้ จะไม่มีครั้งต่อไปอีก เขาจะปล่อยให้ผลสะท้อนกลับ จนอีกฝ่ายเอาเงินไปคืนให้ด้วยตัวเอง”
เธอขมวดคิ้ว “มีเพียงสถานการณ์เดียว ที่คนขายเชื่อจะกลับมาเอาเงินครั้งแล้วครั้งเล่า”
“สถานการณ์อะไรเหรอคะ” ฉวี่หรงถาม
ฉวี่ฟางก็มองฉู่ลั่วด้วยความอยากรู้
“ผู้ขายมีดเสี่ยงทายกำลังจะตาย”
จะตายแล้วเหรอ!?
ฉวี่ฟางตาเบิกกว้าง พลันนึกถึงภาพที่อีกฝ่ายมาทวงเงินจากเขาในหัว หน้าเป็นสีเหลือง เวลาพูดจาดูไร้เรี่ยวแรง สภาพเหมือนใกล้ตายแล้วจริง ๆ
“ปรมาจารย์ ถ้าผู้ขายมีดเสี่ยงทายคนนี้ตาย…”
“ผู้ขายมีดเสี่ยงทายเปิดเผยความลับสวรรค์แก่ผู้ซื้อ แบกรับโทษทัณฑ์จากการเปิดเผยความลับสวรรค์ด้วยตัวเอง และหากผู้ซื้อไม่จ่ายเงิน สัญญานี้นับว่าไม่มีผล”
“หลังผู้ขายมีดเสี่ยงทายตาย ผลจะสะท้อนกลับใส่ตัวผู้ซื้อทั้งหมด”
ฉู่ลั่วมองฉวี่ฟางผู้หน้าซีดเผือด “เดิมดวงชะตาคุณมีทรัพย์ใหญ่ แต่ไม่มีลาภลอย ลาภลอยนี้ได้จากการเปิดเผยความลับสวรรค์”
“หากสัญญาไม่มีผล ลาภลอยก็จะหายไปด้วย”
ฉวี่ฟางเข้าใจความหมายของฉู่ลั่วในบัดดล
ในอดีต เขาไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น และไม่ได้ขายบ้านย้ายบ้าน
แต่หากไม่ใช่ผู้ขายมีดเสี่ยงทาย เขาคงไม่ใช้เงินเก็บกว่าครึ่งซื้อบ้านของเพื่อนบ้านข้าง ๆ ไปหลายหลัง และไม่มีลาภลอยก้อนนี้
ถ้า…
“ปรมาจารย์ครับ ถ้าผมไปหาเขาตอนนี้ คืนเงินหนึ่งแสนให้เขา เท่ากับว่า…”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ขอเพียงอีกฝ่ายยังไม่ตาย สัญญาก็ยังมีผล แต่คุณถูกผลสะท้อนกลับรังควานแล้ว เห็นได้ว่าชะตาอีกฝ่ายใกล้ขาดเต็มที”
ฉวี่ฟางรีบควักมือถือออกมาเพื่อติดต่อผู้ชาย พบว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับโทรศัพท์
“ทำยังไงดี ถ้าเขาตายไป แล้วผม… เงินพวกนี้…”
ฉวี่หรงรีบหันมองฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์คะ คุณช่วยติดต่ออีกฝ่ายแทนพวกเราได้ใช่ไหมคะ ขอเพียงติดต่อได้ เท่าไรเราก็ยอมจ่ายค่ะ”
ฉวี่ฟางได้ฟังคำลูกสาวแล้วขมวดคิ้วโดยไม่ตั้งใจ
ตนเคยลำบากยากแค้นมาก่อน ให้ความสำคัญกับเงินมาก จึงไม่เห็นด้วยกับประโยคที่ลูกสาวโผล่งออกมาอย่างยิ่ง
เขาเอ่ยอย่างเสียดาย “เจ้าของช่อง หนึ่งแสน! ผมให้คุณหนึ่งแสน ขอแค่คุณติดต่อผู้ขายมีดเสี่ยงทายคนนี้ได้”
เขาเคยได้ยินมาว่า เจ้าของช่องที่ได้รับความนิยมหน่อย ไลฟ์ครั้งหนึ่งได้ไม่กี่หมื่น มีเพียงเจ้าของช่องแนวหน้าถึงหาเงินได้เยอะจริง ๆ
หนึ่งแสนไม่น้อยแน่นอน
ฉวี่หรงมองพ่อตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ “พ่อคะ!”
“พอได้แล้ว ฟังที่เจ้าของช่องพูด ลูกเงียบซะ ไม่หาเงินสักแดง ยังพูดออกมาได้ว่าไม่ว่าเท่าไรก็ยอมจ่าย”
ฉวี่หรง “…”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ต้องให้เงิน คุณยังมีมีดอยู่ไหม ฉันหาเจ้าของผ่านมีดได้”
“มีครับ!” ฉวี่ฟางเข็นรถไปยังมุมหนึ่งของห้องนอน ส่งสัญญาณให้ฉวี่หรงหันกล้อง ตัวเขาเองเปิดรหัสตู้เซฟ หยิบกล่องหนึ่งออกมา เมื่อเปิดกล่องออกจะเห็นมีดที่ถูกผ้าแดงห่อไว้อย่างบรรจง
“เจ้าของช่อง นี่คือมีดเล่มนั้น”
ฉู่ลั่วมองมีดเล่มนั้น ยื่นมือออกมาทำนาย “ฉันทำนายจนเจอตำแหน่งของอีกฝ่ายแล้ว”
แค่เธอบอกทิศ ฉวี่หรงก็รีบไปสืบทันที “ค้นเจอแล้วค่ะ บอกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลเยว่อัน!”
พอได้ยินว่าเป็นโรงพยาบาล ฉวี่ฟางร้อนใจเร่งเร้าฉวี่หรง
ฉวี่หรงบอกกับกล้อง “เจ้าของช่อง คุณไปกับเราด้วยได้ไหมคะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า เธอก็อยากเจอผู้ขายมีดเสี่ยงทายคนนี้อยู่พอดี
ผู้ขายมีดเสี่ยงทายต่างจากคนในสำนักเต๋า พวกเขาเร้นกายอยู่ในสังคม และไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในลัทธิ
สิ่งที่พวกเขาทำได้มีเพียงขายความเชื่อ ชี้ความเป็นตาย และตัดสินชะตา
ไม่สนเรื่องปีศาจมารร้าย และไม่สนเรื่องวิญญาณสัมภเวสี สนเพียงเรื่องของคนเป็น
เป็นตัวตนที่ค่อนข้างแตกแถวในลัทธิเต๋า
ฉวี่หรงสองพ่อลูกขึ้นรถ คนขับแล่นรถไปทางโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว