เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 703 พลิกหยินกลับหยาง
บทที่ 703 พลิกหยินกลับหยาง
“พลังหยินที่อยู่รอบตัวซ่างซ่างมันรุนแรงมาก เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่พลังหยินที่มาจากพรายน้ำ พลังหยินแบบนี้มันมี… พันธสัญญาอยู่”
ฉู่ลั่วพบว่าพลังหยินที่อยู่รอบตัวของซ่างซ่างยังคงไม่สลายไป
“แถวหมู่บ้านคุณมีศาลเล็ก ๆ อยู่ไหมคะ? ศาลแบบที่ไม่ได้มีใครดูแล แต่เคยมีการสักการะเทพเจ้ามาก่อน”
ทุกคนต่างครุ่นคิด จากนั้นยายเฒ่าเจิ้งก็ตบเข่าฉาด “มีศาลเจ้าที่อยู่แห่งหนึ่ง ข้างในมีรูปปั้นอยู่ด้วย แต่ต่อมาก็ไม่มีคนไปกราบไหว้ ศาลนั้นก็พังไปแล้ว”
“พาฉันไปดูหน่อยค่ะ”
ศาลเจ้าที่อยู่ทางตะวันออกไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และไม่มีคนเข้าไปยุ่งอะไรหลายปีแล้ว ศาลเจ้าที่แห่งนี้มีขนาดเล็กมากทีเดียว
“ก่อนหน้านี้หมู่บ้านได้มีการเคลื่อนย้ายมา พวกเราจึงย้ายศาลเจ้าที่ไปไว้ทางใต้ของหมู่บ้าน แล้วก็ปล่อยศาลนี้เอาไว้ไม่มายุ่งอีกเลย”
ศาลเจ้าที่เก่าแก่ของหมู่บ้านนี้ก่อสร้างไว้อย่างเรียบง่ายมาก ๆ เป็นการสร้างโดยใช้อิฐแดงกับอิฐดินมาสร้างขึ้น
“เอ๊ะ!”
หลังจากแหวกต้นหญ้ารกรุงรังที่สูงถึงครึ่งตัวคนออกไปแล้ว ก็ได้เห็นศาลเจ้าที่เดิมที่ทรุดโทรมไปนานแล้วได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่ แม้แต่กลอนคู่ที่ติดอยู่ก็เป็นกลอนคู่ที่เอามาติดใหม่ สลักคำเอาไว้
‘เทพประทานพรแก่โลก’
‘คุณธรรมน้อมนำสรรพสัตว์ทั้งปวง’
“มีเครื่องบูชาด้วย” ยายเฒ่าเจิ้งมองเครื่องบูชาที่วางอยู่ตรงหน้าศาลอย่างสงสัย มันเสียไปแล้วเพราะอากาศร้อน แต่กลับดูออกเลยว่าเอามาวางไว้ไม่น่าจะเกินครึ่งเดือนแน่ ๆ
พ่อแม่ของซ่างซ่างก็มองศาลนั้นอย่างประหลาดใจเช่นกัน “คนในหมู่บ้านต่างรู้กันดีว่ามีการย้ายที่ตั้งของศาลเจ้าที่แล้ว หรือว่าจะเป็นคนนอกหมู่บ้าน?”
“คนนอกหมู่บ้านที่ไหนจะมหาศาลเจ้าที่ที่อยู่ในดงหญ้ารกรุงรังขนาดนี้เจอกันล่ะ อีกอย่างศาลนี้ก็ไม่มีเทวรูปให้สักการะแล้วด้วย”
แต่ยายเฒ่าเจิ้งกลับขมวดคิ้ว
ศาลเจ้าที่แห่งนี้อยู่ในที่ต่ำและมีการทำซุ้มประตูโค้งตรงด้านหน้าศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ภายในนั้นจะมีเทวรูปถู่ตี้กงกับถู่ตี้ผัว*[1] ตั้งอยู่ด้วย
แต่เพราะว่าสภาพพื้นที่มันค่อนข้างต่ำ และทุกครั้งที่ฝนตก น้ำก็จะท่วมศาลเจ้าที่ ชาวบ้านจึงตัดสินใจย้ายศาลเจ้าที่กัน
แต่ว่าตอนนี้…
ยายเฒ่านั่งยอง ๆ ลงและมองเข้าไปข้างในซุ้มประตูโค้งนั้น ก่อนเปลี่ยนสีหน้าไปทันที เธอตกใจจนล้มหงายหลังไปเลย
คนอื่น ๆ ก็ตกใจกับท่าทีของยายเฒ่าเจิ้งเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้างในนั้นมีอะไรเหรอ?”
มีคนอยากรู้แล้วย่อตัวลงไปจะดู แต่ยายเฒ่าเจิ้งตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาก่อน “อย่าดู!”
ทุกคนตกใจจนถอยหลังออกมากันพอสมควร
เธอลุกขึ้นยืนตัวสั่นแล้วเดินไปตรงหน้ามือถือ “ปรมาจารย์… เทพในศาลนี้ไม่ใช่เจ้าที่ แล้วก็ดูไม่คล้ายจะเป็นเทพจริง ๆ ด้วย!”
“ฉันขอดูหน่อยค่ะ”
ยายเฒ่าเจิ้งหยิบมือถือแล้วโค้งตัวลงไปถ่ายเทวรูป
[ให้ตายสิ! นี่มันเทวรูปอะไรกัน!]
[แค่มองปราดเดียวก็รู้สึกหดหู่แล้ว]
[เทวรูปนี้มันดูแปลกเกินไปไหม!]
[คงจะไม่ใช่เทพชั่วร้ายอะไรหรอกใช่ไหม!]
[ไม่สิ แล้วถ้าเอาเทพชั่วร้ายมาไว้ในศาลเจ้าที่ มันจะทำเพื่ออะไรกันล่ะ?]
ส่วนหัวของเทวรูปนั้นครึ่งหนึ่งเรียบ อีกครึ่งเป็นรอยยับย่นเต็มไปหมด
ดวงตาข้างหนึ่งหรี่เล็ก อีกข้างหนึ่งเบิกกว้าง
ร่างกายข้างหนึ่งผอมแห้ง อีกข้างหนึ่งอวบอ้วน
แขนข้างหนึ่งยาว อีกข้างหนึ่งสั้น
ขาข้างหนึ่งคุกเข่า อีกข้างหนึ่งไขว้อยู่
ทั้งตัวของเทวรูปนี้ดูเหมือนเป็นการจับมารวมกัน ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
คนที่เห็นเทวรูปจากในช่องไลฟ์ โดยส่วนใหญ่แล้วต่างก็รู้สึกไม่ดี
ฉู่ลั่วท่องคาถากับกล้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วความรู้สึกหดหู่นั้นก็หายไปจนหมด
“นั่นไม่ใช่เทพ แล้วก็ไม่ใช่เทพชั่วร้ายด้วยค่ะ แต่เป็นเทพที่สร้างขึ้นมาเอง”
“เทพสร้างเอง?” ยายเฒ่าเจิ้งไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน
ฉู่ลั่วบอก “เทพที่คนสร้างขึ้นมาเองตามแต่ใจ แล้วศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้เพราะยืมเอาพลังที่ค้างอยู่เล็กน้อยในศาลนี้”
“ดังนั้นถ้าเป็นในสถานการณ์ทั่วไป สถานที่ที่เคยมีเทวรูปอยู่ ถ้าเอาเทวรูปออกไปแล้วจะปล่อยว่างไว้เฉย ๆ ไม่ได้ จะต้องทำลายมันไปทั้งหมดค่ะ”
พ่อแม่ของซ่างซ่างขมวดคิ้ว “แล้วศาลนี้เกี่ยวข้องอะไรกับซ่างซ่างหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “เทวรูปนี้เป็นการรวมกันของความหนุ่มกับความแก่อย่างละครึ่ง ในช่วงนี้หมู่บ้านของพวกคุณมีผู้ชายที่อายุมากตายไปบ้างไหมคะ?”
“มีค่ะ”
“มีครับ”
ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
“เมื่อสักครึ่งเดือนก่อน คุณอาตระกูลหวังป่วยตาย ได้ยินว่าเป็นมะเร็ง ตอนที่ตายทรมานมากเลย”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “เทพที่สร้างเองแบบนี้จะมีจิตวิญญาณไม่มาก มีหนทางเดียวที่จะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ ก็คือการพลิกหยินกลับหยาง’ ยืมพลังหยินมาใช้เป็นสื่อเรียกพลังหยางกลับคืน”
“ฉันนึกออกแล้ว!”
ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา