เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 728 วันของแฟนคลับคู่จิ้นจีฉู่
บทที่ 728 วันของแฟนคลับคู่จิ้นจีฉู่
[อ๊ากกกก เมื่อกี้พวกเธอเห็นไหม โมเมนต์ของเทพธิดากับปรมาจารย์หนุ่ม ฉันชอบจัง!]
[ฟินจริง ๆ ฉู่ลั่วมีมุมเข้าหาแบบนี้ด้วยเหรอ สีหน้าของจี้ไจ่เมื่อกี้หลากหลายความรู้สึกสุด ๆ เริ่มจากตะลึง แล้วเป็นเริ่มรู้ตัว สุดท้ายคือปล่อยตัวเป็นธรรมชาติ ว้าว!]
[วันนี้เป็นวันของแฟนคลับคู่จิ้นจีฉู่อย่างเราจริง ๆ]
[เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! คู่จิ้นฮวาชูชวี่ต่างหากคือคู่แท้ ฉู่ลั่วมีคู่หมั้นอยู่แล้วนะ]
[ฮ่า ๆ ๆ ได้เห็นภาพวันนี้ก็พอแล้ว]
[มีรูปคู่จิ้นเพิ่มมาอีกรูปแล้ว มีนักเขียนเก่ง ๆ ไหม ฉันรู้สึกว่าแค่ภาพนี้ก็ปั่นแฟนฟิคชันได้หมื่นตัวอักษรแล้ว]
[แฟนคลับคู่จิ้นฮวาชูชวี่กำหมัดแล้ว]
ขณะที่ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ เฉียวโจวให้เหล่าแขกรับเชิญรวมตัวกันแข่งขันสามรายการเล็ก ๆ
ผู้ชนะสามคนมีสิทธิ์เลือกปรมาจารย์ที่ต้องการติดตามก่อน และไม่ต้องนอนในห้องที่มีสิ่งลี้ลับในวันถ่ายทำ
เฉียวโจวอธิบายกฎการแข่งขันให้ฝานจื้อที่มาครั้งแรกเป็นหลัก
ฝานจื้อเอ่ยยิ้ม ๆ “ผู้กำกับเฉียวประเมินอิทธิพลของรายการต่ำเกินไปแล้วครับ ตอนนี้แทบไม่มีคนไม่เคยดูรายการของเราแล้วล่ะ”
เฉียวโจวยิ้มอย่างลำพอง
การแข่งขันย่อม ๆ เริ่มขึ้น ฉู่หร่านหลบจากมุมกล้อง ดึงแขนฝางไคจี้เบา ๆ “พี่ไคจี้ ฉันได้ยินว่าหนนี้ฉู่ลั่วเตรียมยันต์ให้ทุกคน คนละสองแผ่น”
หล่อนถามอย่างระแวดระวัง “เพราะหนนี้อันตรายมาก สยองขวัญสุด ๆ เลยใช่ไหม”
พูดจบ ไหล่บางพลันสั่นเทาเล็กน้อย “น่ากลัวอยู่นะคะ”
ฝางไคจี้รีบบอก “ไม่ต้องกังวล พี่จะช่วยให้เธอชนะเอง”
ฉู่หร่านเอ่ยตอบ “ขอบคุณนะพี่ไคจี้! พี่ไคจี้ เรามาชนะด้วยกัน แค่ได้อยู่กับฉู่ลั่วก็คงไม่มีอันตรายแล้ว”
เมื่อพูดถึงฉู่ลั่ว ฝางไคจี้แค่นหัวเราะ “เธอเหลือประโยชน์อยู่แค่นี้แหละ แต่เดิมนี่ก็เป็นหน้าที่ของเธอ ต่อให้เราแพ้ เธอก็ต้องปกป้องเรา”
“พี่ไคจี้ฉลาดจริง ๆ”
การแข่งขันย่อม ๆ เริ่มขึ้น กล้องถ่ายทอดสดหันไปหาแขกรับเชิญทั้งหลาย
ก่อนเริ่ม เฉียวโจวจงใจสร้างบรรยากาศโดยเปิดเผยภาพถ่ายของสถานที่ไว้คร่าว ๆ “ถึงแม้สถานที่แห่งนี้จะไม่ได้ขึ้นชื่อในแวดวงสิ่งเร้นลับ แต่คนที่เคยสัมผัสมาแล้ว ต่างรู้ซึ้งถึงความสยองขวัญของที่นี่ดี”
“ทุกคนเห็นกันหมดแล้วใช่ไหม รอบ ๆ ที่นี่ถูกรื้อถอนหมดแล้ว มีเพียงบ้านหลังนี้เท่านั้นที่ยังอยู่ เคยมีขโมยเข้าไป แต่ตกจากชั้นสามจนขาหัก”
“อีกคนที่ฝืนบุกเข้าไป เกือบถูกเชือกตากผ้ารัดคอตาย”
“ยังมีคนบอกอีกว่า ทุกครั้งเมื่อถึงเวลากลางคืน จะมีเสียงเด็กหัวเราะดังมาจากในห้อง”
ยิ่งเล่า สีหน้าแขกรับเชิญทั้งหลายในที่นี้ก็ยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ต่างคนต่างมุ่งมั่นว่าจะชนะให้ได้
ฝานจื้อโอบไหล่หางเจียซิ่น “ก่อนหน้านี้ทุกคนเคยเห็นผีกันมาแล้วไม่ใช่เหรอ มีประสบการณ์กันหมดแล้ว ครั้งนี้ให้ผมชนะเถอะนะ ผมเพิ่งมาครั้งแรกเอง ฝากพวกคุณดูแลผมด้วยนะครับ”
หางเจียซิ่นดันแขนเขาออก เอ่ยอย่างยืนกราน “เพราะมีประสบการณ์นั่นแหละ ถึงคิดว่ายังไงก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดเลย!”
เย่อวิ๋นชูเอ่ย “แพ้ไม่ได้ค่ะ! ฉันต้องติดตามพี่ลั่วให้ได้”
เหยียนอันอี้หัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกคนมาดูความสามารถกันดีกว่า”
สถานการณ์สมานฉันท์ในตอนแรก เริ่มเดือดดาลขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของเฉียวโจว
จี้ไจ่เอียงคอ กระซิบบอกฉู่ลั่ว “ผู้กำกับเฉียวมีฝีมือด้านชักจูงใจคนจริง ๆ มิน่าถึงโน้มน้าวยายเฒ่าเจ้าของบ้านหลังนี้ได้”
การแข่งขันรายการเล็ก ๆ เหล่านี้ทั้งดุเดือดทั้งตลก หลังประชันกันมาชั่วโมงกว่าก็ได้ฝ่ายชนะ
ฉู่หร่าน หางเจียซิ่น ฝานจื้อ ทั้งสามคนชนะ
ฝ่ายแพ้อย่างเหยียนอันอี้ เย่อวิ๋นชู และฝางไคจี้ ต้องติดตามจี้ไจ่
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ปึกหนึ่งออกมา แจกจ่ายให้ทีมงานรายการคนละสองแผ่น “ที่เราไปครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ๆ หลังทุกคนเข้าไปแล้วต้องเชื่อฟังที่ฉันกับจี้ไจ่บอกทุกอย่าง”
“อย่าแตะต้องสิ่งของมั่วซั่ว และห้ามเดินเพ่นพ่านตามอำเภอใจเด็ดขาดนะคะ”
ฝางไคจี้รับกระดาษยันต์มาแล้วถาม “ต้องเชื่อฟังปรมาจารย์ทั้งสองทุกอย่างเลยเหรอ ฉากที่ถ่ายได้ก็เป็นของปรมาจารย์ทั้งสองหมดเลยน่ะสิ?”
เขายิ้มสดใส “ความนิยมของปรมาจารย์ทั้งสองเริ่มไล่เลี่ยกับพวกเราแล้วมั้ง! ติดอันดับค้นหาไวกว่าศิลปินอย่างเรา ๆ ที่อยู่ที่นี่ซะอีก คนไม่รู้คงคิดว่าปรมาจารย์ทั้งสองจะเข้าวงการบันเทิงแล้ว”
แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่ความหมายที่สื่อมากลับระคายหู