เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 731 ความใจเย็นของคนมีประสบการณ์
บทที่ 731 ความใจเย็นของคนมีประสบการณ์
กลุ่มคนเดินลงไปชั้นล่างแล้วก็ได้ยินเสียงยายเฒ่าเถากำลังไล่ให้หลานสาวออกไป
เสี่ยวซีตอบกลับอย่างจนใจ “ค่ะ ๆๆ หนูไปก็ได้ แค่หนูออกไปก็พอใช่ไหมคะ?”
หญิงสาวหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วบอกกับบรรดาแขกรับเชิญ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ ช่วงหลายวันนี้ก็รบกวนทุกท่านช่วยดูแลคุณย่าห้าด้วยนะคะ”
เธอเดินไปจนถึงหน้าประตูก็หันกลับมาใหม่ ยกหน้ากากแปลก ๆ นั้นแล้วพูดกับพวกเขา “จริงสิ คุณย่าห้าบอกว่าตัวเองเป็นคนหลับยาก ทางที่ดีตอนกลางคืนพวกคุณก็อยู่กันแต่ในห้อง อย่าออกไปเดินที่ไหนกันนะคะ”
พูดจบเธอก็เดินออกไป
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่สบตากัน พวกแขกรับเชิญเองก็เริ่มกระจายตัวกันไปอยู่ในห้องบ้างในสวนบ้าง
จี้ไจ่กำลังเตรียมจะไปคุยกับยายเฒ่าเถา แต่อีกฝ่ายแค่เงยหน้ามองเขาแล้วเคลื่อนรถเข็นกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นหนึ่ง
จี้ไจ่ “…”
“ตอนนี้ทำยังไงกันดี?” เขากระซิบถามฉู่ลั่ว “พลังหยินในห้องนี้รุนแรงถึงขนาดนี้ เห็นได้ชัดเลยว่ามีผีร้ายอยู่ อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่ตัวเดียวด้วย”
ฉู่ลั่วเอ่ย “มียันต์อยู่ ขอเพียงพวกเขาไม่เที่ยวไปแตะต้องสิ่งของก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
ทั้งสองสบตากันและกันก่อนเดินออกไปข้างนอก มองแขกรับเชิญทั้งหกคนที่เดินกันไปมาอยู่ในห้องกับในสวน
“มี… พิษกู่หรือเปล่า” จี้ไจ่เอ่ยถาม
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ตอนอยู่ข้างนอกรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของพิษกู่รุนแรง แต่พอเข้ามาแล้วไม่รู้สึกถึงอะไรเลย”
หลังจากที่พวกแขกรับเชิญแยกกันอยู่ในห้องกับในสวนแล้ว ฉู่ลั่วก็พาผู้ชนะสามคนออกไป
แต่ก่อนจะออกไป สองปรมาจารย์หันมาสบตากันก่อน
จี้ไจ่พยักหน้าให้ฉู่ลั่ว แล้วนำสามคนเข้าไปสวนพร้อมปิดประตูเหล็ก
ฝานจื้อถอนหายใจเบา ๆ “ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมคิดไปเองหรือเปล่า พออยู่ในสวนแล้วไม่สบายใจเลย”
หางเจียซิ่นเองก็พยักหน้า “ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน”
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองสวนที่มีต้นไม้ดอกเขียวชอุ่ม และบ้านพักเก่าแก่หลังนั้น “กลับกันไปก่อนเถอะ! พรุ่งนี้ค่อยมา”
เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก แขกรับเชิญทั้งสามก็มาคุยเล่นกันอยู่หน้ากล้องสักพักหนึ่ง
…
กลางดึก
ฉู่ลั่วเดินออกมาจากห้องนอนไปที่ห้องควบคุมของผู้กำกับ
ทีมงานรายการล้วนไม่ได้นอนกัน เฉียวโจวเองก็นั่งหาวไปถามไปอยู่บนเก้าอี้เช่นกัน “ปรมาจารย์ฉู่ คุณแน่ใจไหมว่าคืนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ค่ะ บ้านหลังนั้นไม่ปกติเอามาก ๆ คืนนี้น่าจะมีสิ่งชั่วร้ายปรากฏออกมาค่ะ”
ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างจากบ้านเก่าแก่ที่มีสิ่งชั่วร้ายนั้นไกลมาก ต่ำได้ยินที่ฉู่ลั่วพูด พวกคนในห้องควบคุมก็สีหน้าเปลี่ยนกันไปหมด
ผ่านไปสักพัก แขกรับเชิญสามคนก็เดินเข้ามา
หางเจียซิ่นซื้ออาหารอร่อย ๆ พื้นถิ่นเมืองอวิ๋นมาเยอะมาก แล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะ
ฝานจื้อถาม “คุณยังมีกะจิตกะใจกินอยู่อีกเหรอ”
เขารู้สึกว้าวุ่นใจจนอยากจะประกาศออกจากรายการอยู่แล้ว!
แต่หางเจียซิ่นกลับแกะถุงเมล็ดแตงโมแล้วเทลงในฝ่ามือ “ดูหนังสยองขวัญก็ต้องกินขนมไม่ใช่เหรอครับ?”
ฝานจื้อกะพริบตาปริบ
นี่น่ะเหรอความใจเย็นของคนมีประสบการณ์มาก่อน?
ถ้าพูดมาตอนนี้ว่าตัวเองจะกลับไปนอน มันจะดูขี้ขลาดไปหรือเปล่านะ
ฝานจื้อนั่งกินขนมบนโซฟาเลียนแบบหางเจียซิ่น แล้วมองภาพจนหน้าจอใหญ่
ในหน้าจอใหญ่นั้นมีภาพจากกล้องหลายสิบตัวฉายอยู่
[ฮ่า ๆๆ! หางเจียซิ่นนี่ช่างอยากรู้อยากเห็นจริง ๆ ทำเหมือนนั่งดูหนังสยองขวัญไปเลย]
[จะว่าไปแล้ว หางเจียซิ่นกำลังเล่นเป็นฉันอยู่หรอ ฉันก็นั่งแทะเมล็ดแตงโมดูอยู่เหมือนกัน 555]
[ท่าทีของหางเจียซิ่นเหมือนฉันเป๊ะ ๆ เลย]
[หางเจียซิ่นเป็นคนประเภทที่ติดของกิน แล้วก็ทั้งกลัวทั้งอยากดู]
[พวกคุณเห็นกันหรือเปล่า เมื่อกี้ฝานจื้อมีท่าทีทั้งศรัทธาแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อเลย ฮ่า ๆๆ ตลกมาก!]
[ไม่นะ หรือว่าทั้งพวกเขาทั้งพวกเราจะต้องรออยู่นี่กันทั้งคืนจริง ๆ ฉู่ลั่วบอกว่าจะมีอะไรปรากฏออกมา แล้วมันจะมีจริง ๆ ไหม?]
[แกจะสงสัยเทพธิดาของเราเรื่องไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ในเรื่องเหนือธรรมชาติ เพราะหากเทพธิดาบอกว่าจะมี นั่นแสดงว่าจะมีจริง ๆ]