เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 733 ถามปรมาจารย์ในเน็ตมา
บทที่ 733 ถามปรมาจารย์ในเน็ตมา
แต่ละหน้าจอไม่มีอะไรเลย
ฝางไคจี้เองก็มองปราดไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว แต่เท่าที่ดูก็ไม่เห็นมีอะไร
เขากัดฟันพูดออกไป “ปรมาจารย์ฉู่ คุณจงใจใช่ไหม? ก็รู้อยู่ว่าผมจะนอน แต่ตั้งใจแกล้งไม่ให้ผมนอนใช่ไหม”
สีหน้าของฉู่ลั่วดูกดดันมาก เธอกดหูฟังแล้วพูดกับพวกคนที่อยู่ในบ้านเก่าแก่ “เอายันต์ติดตัวขึ้นมาให้หมดค่ะ”
เย่อวิ๋นชูรีบตบที่กระเป๋าเสื้อตัวเองทันที “พี่ลั่วสบายใจได้ ฉันพกไว้อย่างดีเลย”
เหยียนอันอี้ยืนยัน “ปรมาจารย์ฉู่ไม่ต้องกังวล พวกเราทำตามคำขอของคุณอย่างดี”
ฝางไคจี้เองก็พูดอย่างไม่พอใจนัก “ยันต์ที่ปรมาจารย์ฉู่ให้มา เราต้องพกไว้อย่างดีอยู่แล้วสิ!”
เขาถอนหายใจ “ตอนนี้เรานอนกันได้หรือยังครับ? ท่าน ปรมาจารย์ ฉู่ ท่านเป็นปรมาจารย์ที่เก่งกาจมาก ถ้าหากไม่ได้พบอะไรจริง ๆ ล่ะก็ รบกวนอย่าเป็นกระต่ายตื่นตูม โอเคนะครับ?”
ทุกคนที่อยู่ที่บ้านพักล้วนได้ยินคำพูดของฝางไคจี้อย่างชัดเจน
แม้แต่เย่อวิ๋นชูที่เพิ่งจะเปิดไลฟ์ก็ได้ยิน เธอโกรธจนเปลี่ยนสีหน้าและกำลังจะเอ่ยปากขึ้นมา
แต่ฉู่หร่านก็กระซิบ “ลั่วลั่ว เธอจะพูดจาเหลวไหลจนพี่ไคจี้ตกใจ แค่เพราะอยากแกล้งไม่ให้เขานอนไม่ได้นะ! ก็เห็นอยู่ว่ามันไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น”
หล่อนไล่มองจอทีละจออย่างละเอียด “ไม่เห็นมีอะไรเลย!”
“อีกอย่าง ก็มีปรมาจารย์บอกไว้แล้วว่าที่ตั้งของบ้านเก่าแก่นั่นตั้งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศมหามงคล ไหนจะปลูกต้นท้อที่ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอีก มันไม่มีทางจะมีสิ่งลี้ลับได้หรอก”
ว่าแล้วก็หยิบมือถือออกมาเปิดสิ่งที่ตัวเองซักถามไปให้กล้องดูด้วย
“นี่คือปรมาจารย์ท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากในอินเทอร์เน็ต”
กล้องจับภาพที่หน้าจอมือถือซึ่งเป็นภาพบทสนทนา
“นักพรตเต๋าอวี้หมิงคนนี้เก่งมากเลยนะ เธอดูเวยปั๋วที่เขาโพสต์นี่สิ เขารู้อะไรเยอะแยะเลย ทั้งยังมีแฟนคลับมากด้วย”
[ฉันรู้จักนักพรตเต๋าอวี้หมิงคนนี้ เขาเก่งมากเลย บางทีเขาก็ไลฟ์ดูดวงด้วย แม่นมากเลยนะ]
[ใช่ ๆๆ ฉันเองก็รู้จักนักพรตเต๋าอวี้หมิงคนนี้ เขามีวัดเต๋าอยู่จริง ๆ ไม่เหมือนกับฉู่ลั่วที่เป็นแค่มือใหม่]
[ฉู่ลั่วเก่งมาก แต่ไม่ได้มีการยอมรับจากลัทธิเต๋าอย่างเป็นทางการ ถึงยังไงสุดท้ายแล้วก็เป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น]
[ต่อให้เธอเก่งแค่ไหน แต่จะเก่งเท่านักพรตตัวจริงเหรอ? ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่เอาแต่อวดเก่งอยู่ในเน็ตทั้งวัน ถ้าไม่ไลฟ์ก็ไปเข้าร่วมรายการวาไรตี้ พูดตามตรงนะ ปรมาจารย์ตัวจริงจะทำตัวโอ้อวดกันขนาดนี้เหรอ?]
[คนของลัทธิเต๋าที่แท้จริงเขาเก็บเนื้อเก็บตัวกันทั้งนั้นแหละ มีที่ไหนที่เป็นเหมือนยัยนี่ไหม]
พวกคนในบ้านพักเก่าแก่ต่างก็เห็นความคิดเห็นเกี่ยวกับฉู่ลั่วในช่องไลฟ์เช่นกัน
เย่อวิ๋นชูกังวลมากจนอยากจะโต้แย้งแทน แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง
ส่วนฝางไคจี้พอเห็นความคิดเห็นเหล่านั้นก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ
สายตาของผู้ชมเฉียบคมมาก ฉู่ลั่วก็แค่พวกชอบขี้อวด
“ลั่วลั่ว ปรมาจารย์ท่านนี้บอกว่าที่บ้านเก่าแก่ไม่มีของสกปรกอย่างแน่นอน” ฉู่หร่านยิ้มพลางมองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอมีอะไรอยากจะพูดไหม?”
สายตาของฉู่ลั่วยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ จากนั้นก็กดที่หูฟังเพื่อพูดกับจี้ไจ่ “ใกล้ถึงเที่ยงคืนแล้ว ของพวกนั้นจะต้องปรากฏออกมาอีกครั้งแน่นอน”
ฉู่หรานยังพล่ามต่อ “ลั่วลั่ว ปรมาจารย์ท่านนี้…”
เมื่อเห็นว่าฉู่ลั่วไม่ได้สนใจเลย หล่อนจึงเอ่ยปากพูดอีกครั้ง
จนกระทั่งฉู่ลั่วหันกลับมามอง พอฉู่หร่านเห็นความเย็นชาในแววตาอีกฝ่ายก็ตกใจ แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากขึ้นมาทันที
ตัวเองคงจะไปพูดอะไรจี้ใจดำฉู่ลั่วและเปิดโปงอะไรแน่ ๆ เธอถึงได้โกรธขนาดนี้
ฉู่หร่านพูดยิ้ม ๆ “ลั่วลั่ว เธออย่าโกรธเลยนะ! ฉันก็แค่อยากรู้เท่านั้นเองว่าทำไมเธอบอกว่าสถานที่นั้นมีสิ่งชั่วร้าย แต่ปรมาจารย์ที่เก่งขนาดนี้กลับบอกว่าไม่มี”
“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าในบรรดาพวกเธอใครกันแน่ที่พูดถูก ก็เลยมาถามไง”
“ถ้าเธอไม่อยากตอบก็ไม่ต้องก็ได้นะ ลั่วลั่วเก่งขนาดนี้คงไม่มีทางพูดอะไรผิดหรอก ปรมาจารย์ที่เก่งกาจคนนั้น… ก็คงไม่มีทางพูดอะไรผิดเหมือนกัน”
ดอกบัวขาวพูดอย่างลำบากใจ ดูคล้ายว่าไม่อยากทำให้ฉู่ลั่วขุ่นเคือง แล้วก็ไม่อยากให้ปรมาจารย์ท่านนั้นต้องเสียหายด้วย
จนสุดท้ายก็โพล่งขึ้นมาพร้อมกับตาแดง ๆ “ฉันผิดเองแหละ ฉันไม่ควรอยากรู้แล้วไปถามปรมาจารย์ในอินเทอร์เน็ตเลย”
ฉู่ลั่วเห็นว่าฉู่หร่านจะร้องไห้ ก็ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เธอคิดว่าที่นี่ไม่มีสิ่งลี้ลับสินะ?”