เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 741 เสียงกรีดร้องของผี
[เอฟเฟกต์สมัยนี้ล้ำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?]
[เสี่ยวเย่จื่อของฉัน! เธอกลัวหรือเปล่า? ตายแล้ว ฉันกลัวมาก!]
[ฉันก็กลัว!]
เย่อวิ๋นชูชะงักชั่วครู่เท่านั้น เสียงของฉู่ลั่วก็ดังเข้ามาในหู “จับเขาไว้!”
เสียงนี้กำจัดความกลัวของดาราสาวออกไป เธอพุ่งเข้าหาทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย จับศีรษะของผีร้ายเอาไว้ แล้วลากมันออกมาจากผ้าม่าน
เธอไม่มองใบหน้าสยดสยองของมัน แต่เริ่มพันเชือกแดงทันที
ดูเหมือนการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของเย่อวิ๋นชูกับรัศมีที่แข็งแกร่งจะทำให้ผีร้ายนิ่งไป นานอยู่เหมือนกันกว่าจะเริ่มขัดขืน
ผีร้ายจะวิ่งหนีออกนอกหน้าต่าง!
ทันใดนั้นผมของมันก็ถูกเย่อวิ๋นชูกระชาก ตัวลอยออกนอกหน้าต่างไปได้แค่ครึ่งตัว ส่วนอีกครึ่งตัวยังอยู่ในห้อง
“จะหนีไปไหน! อย่าหนี! ฉันจะให้แกสิงร่างฉันให้ได้!”
ผีร้าย “…”
เดี๋ยวนี้มนุษย์ดุถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?
ถึงกับเป็นฝ่ายร้องขอให้สิงร่างเองเลยเหรอ?
ผีร้ายขัดขืนแรงขึ้นแล้ว
เย่อวิ๋นชูใช้มือข้างหนึ่งจับผมของผีร้ายไว้ มืออีกข้างเอาด้ายแดงไปพันบนนิ้วของเขา
ผีร้ายขัดขืนอย่างแรง มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมออกมา ทำเอาเย่อวิ๋นชูไม่สามารถควบคุมเขาได้เลย
ฉู่ลั่วพูดเตือน “ยันต์ที่แปะบนประตูใกล้จะหมดฤทธิ์แล้วค่ะ!”
เย่อวิ๋นชูหันไปมอง ก็เห็นว่าอักขระสีแดงบนยันต์ ค่อย ๆ กลายเป็นสีดำแล้ว
เสียงนอกประตูที่เคยเงียบไป พลันกลับมาอีกครั้ง
สีหน้าเย่อวิ๋นชูเปลี่ยนไปกะทันหัน!
เธอกัดฟันอย่างแรง มือข้างหนึ่งกระชากผมอีกฝ่าย มืออีกข้างก็บีบคอผีร้าย ออกแรงเพียงครั้งเดียว ก็ดึงส่วนที่ออกไปนอกหน้าต่างกลับเข้ามาได้ทั้งหมด!
ปัง!
ผีร้ายถูกเธอทุ่มลงบนพื้น
ไม่รอให้มันได้ตอบสนอง
เย่อวิ๋นชูก็ใช้เข่าข้างหนึ่งกดลงไป ไม่สนใจว่าผีร้ายจะขัดขืน เธอจับแขนของมัน แล้วใช้ด้ายแดงมัดเข้าที่นิ้วอีกฝ่าย
ผีร้ายบนพื้นพยายามดิ้นรน พร้อมส่งเสียงกรีดร้องดังไม่หยุด
“ปล่อยฉัน! ปล่อยฉัน!”
“เธอคิดจะทำอะไร? ฉันไม่เข้าสิงเธอหรอกนะ!”
“อ้ากกก! ฉันบอกแล้วว่าไม่สิงร่างเธอ! ฉันไม่สิงร่างเธอโว้ย!”
“ฉันจะบอกให้นะ ฉันเก่งมาก! ฉันเป็นผีร้าย ฉัน… ฉัน… ฉันยังมีคนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ฉันจะบอกเธอให้…”
เมื่อด้ายแดงผู้เข้าที่นิ้วเสร็จแล้ว ภาพวิญญาณชั่วร้ายก็หายวับไปจากบนพื้นทันที
เย่อวิ๋นชูนิ่งอยู่ที่เดิมหลายวินาที เธอกะพริบตาเร็ว ๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ พลางถอนหายใจ “สำเร็จแล้วใช่ไหมคะ? ฉันรู้สึกว่าร่างกายตัวเองแปลก ๆ ไป!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “อืม สิงร่างสำเร็จแล้วละ แต่เพราะพลังหยางของคุณแข็งแกร่งมาก ถึงได้ควบคุมผีร้ายในร่างได้”
เย่อวิ๋นชูรีบล้มตัวนั่งลงบนเตียง พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือมากุมหน้าอก “ตกใจแทบตาย!”
ขณะที่พูด เธอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
ผีร้ายในร่างกาย “…”
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีม “…”
หางเจียซิ่นที่ดูผ่านหน้าจอยังนิ่งอึ้งไปแล้ว เขากะพริบตาเร็ว ๆ และกลืนน้ำลายไปหลายอึก “เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องใช่หรือเปล่า?”
ฝานจื้อก็นิ่งอึ้งไปด้วย “ฉันได้ยินเหมือนกัน”
หางเจียซิ่น “ไม่ใช่เสียงกรีดร้องของเย่อวิ๋นชูสินะ”
ฝานจื้อบอก “ใช่… เป็นเสียงกรีดร้องของผี”
หางเจียซิ่นกับฝานจื้อมองหน้ากัน ก่อนจะหันไปดูเย่อวิ๋นชูที่อยู่บนหน้าจออีกครั้ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมนับถือ!
ดุดันไม่เกรงใจใครเกินไปแล้ว!
เสียงร้องโหยหวนของผีตนนั้นทำเอาคนที่ได้ยินปวดใจไปด้วย ได้ยินแล้วน้ำตาจะไหล!
หากไม่รู้ที่มาที่ไปมาก่อน พวกเขาคงคิดว่าเด็กผู้ชายตัวน้อยน่าสงสารสักคนหนึ่งถูกอันธพาลรังแก
[เธอตกใจแทบตายเหรอ? เธอต่างหากที่ทำพวกเราตกใจแทบตาย!]
[ไม่ถูกสิ ทำผีตกใจแทบตายต่างหาก! เมื่อกี้ผีกรีดร้องน่าสงสารมาก!]
[ผีตายไปแล้ว มาตกใจแทบตายอะไรล่ะ?]
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ผีตัวเมื่อกี้ ท่าทางตอนดิ้นรนอยู่บนพื้นเหมือนเต่าที่ถูกจับหงายเลย?]
[ก่อนหน้านี้ฉันยังสงสัยในการตัดสินใจของฉู่ลั่ว จะให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเย่อวิ๋นชูไปสู้กับผีได้ยังไง? ตอนนี้พูดได้แค่ว่า สมกับเป็นปรมาจารย์ ตาถึงมาก!]