เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 754 บุปผาแห่งความตาย
บทที่ 754 บุปผาแห่งความตาย
ฉู่ลั่วหันกลับไปมองยายเฒ่าเถาที่ลมหายใจรวยริน เป็นท่าทีของคนที่ใกล้สิ้นอายุขัยแล้วจริง ๆ
ต้องตายตั้งแต่ที่เผาผลาญพลังวิญญาณฆ่าคนกลุ่มนั้นจนหมดแล้ว
เพียงแต่หลายปีมานี้ หญิงชราต้องอยู่ปกป้องเถาซูเยียนถึงฝืนรักษาลมหายใจสุดท้ายนี้ไว้
และลมหายใจสุดท้ายนี้หมดไป เพราะการปรากฏตัวของฉู่ลั่ว
เถาซูเยียนเอาแต่มองยมทูตขาวดำอย่างเคียดแค้น ใบหน้าเล็ก ๆ ทั้งโกรธเกรี้ยวทั้งชิงชัง
ยายเฒ่าเถาที่อ่อนแอลงมากแล้ว ยื่นมือไปจับแขนเถาซูเยียน พร้อมส่ายหัวใส่เธอช้า ๆ
เถาซูเยียนกัดฟัน น้ำตารื้นอยู่ในแววตา
“ไม่ต้องกลัว ๆ”
หญิงชราพูดคำว่าไม่ต้องกลัวอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่พูด เสียงจะเบาลงเรื่อย ๆ อ่อนแรงลงทุกขณะ
ท้ายที่สุด เสียงนั้นก็ทุ้มอยู่ในลำคอจนไม่อาจเปล่งออกมาได้อีก
วิญญาณเลือนรางตนหนึ่งลอยออกจากร่างกายยายเฒ่า
ทันใดนั้น โซ่ตรวนเส้นหนึ่งถูกเหวี่ยงเข้ามากลางอากาศ หมายจะพันธนาการวิญญาณหญิงชรา
แต่ไปได้เพียงครึ่งทางก็ถูกฉู่ลั่วยับยั้งด้วยกระบี่ทองสัมฤทธิ์
“เธอบังอาจขวางทางยมทูตที่มารับวิญญาณเชียวเหรอ!”
ยายเฒ่าบอกกับฉู่ลั่ว “ไม่เป็นไร ให้ฉันไปกับพวกเขาเถอะ”
ฉู่ลั่วกลับไม่ยอมหลีก กระบี่ทองสัมฤทธิ์ยังคงตั้งท่ากีดขวาง “พวกคุณจะพาเธอไปไหน?”
“แน่นอนว่าต้องไปปรภพ ตัดสินบาปบุญคุณโทษ จะได้เข้าสู่สังสารวัฏได้ไว ๆ”
“เธอบังอาจเข้ามาหยุดยั้ง คิดจะเป็นศัตรูกับปรภพเหรอ”
พลังหยินบนตัวยมทูตรุนแรงยิ่งขึ้น พลังหยินดุดันขนาดนี้ หากเป็นคนทั่วไปคงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ถูกพลังหยินจากพวกเขาแผ้วพานสักนิด เพียงเอ่ยเสียงเข้ม “ในเมื่อต้องไปปรภพ คงไม่รบกวนทั้งสองท่านแล้ว”
ฉู่ลั่วโบกมือ ก่อนสมุดเนื้อดำตัวอักษรทองพลันปรากฏขึ้นทันที
“ฉันคือทูตจากยมโลก จะส่งเธอเข้าสู่ห้วงสังสารวัฏแห่งการกลับชาติมาเกิดเอง”
ยมทูตทั้งสองรับสมุดของฉู่ลั่วไปดู พลังหยินรอบตัวพลันหายไป สีหน้าเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
“ที่แท้ก็เป็นทูตจากยมโลก แต่คนคนนี้… มีบุปผาแห่งความตายติดตัว ควรเป็นพวกเราที่มารับ”
ยมทูตชี้ไปยังวิญญาณของยายเฒ่าเถา
ฉู่ลั่วหันไปมอง ก็เห็นดอกไม้สีหม่นดอกหนึ่งบนแขนยายเฒ่าเถากำลังแปล่งประกายสีแดงเบาบาง
ดอกไม้นั้นสลักเข้าไปถึงวิญญาณได้เชียวเหรอ!
สายตาเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพียงแต่เมื่อหันกลับมาสีหน้าก็กลับมาสงบดังเดิม
“ให้คุณรับ กับให้ฉันรับต่างกันด้วยเหรอ?”
ยมทูตทั้งสองมองหน้ากัน
ฉู่ลั่วตวัดปลายกระบี่ ประชิดพวกเขาเข้าไปอีกเล็กน้อยพลางเตือน “ฉันเคยเข้าไปที่โลกหลังความตายแล้ว”
ยมทูต “…”
“และเคยพบยมทูตขาวดำด้วย!”
สีหน้ายมทูตทั้งสองเปลี่ยนไปทันที “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องขอรบกวนด้วย!”
คล้ายมีสายลมพัดผ่าน ยมทูตทั้งสองหายไปแล้ว
…
ปรภพ
ฉู่ลั่วพายายเฒ่าเถามายังโลกหลังความตาย
ยายเฒ่าเถากวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ “ที่นี่คือ… ปรภพเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ไม่รอให้เจ้านิกายพูดอะไร ยายเฒ่าเถาก็คว้ามือฉู่ลั่วมาจับแน่น “บนตัวซูเยียนก็มีบุปผาแห่งความตาย เป็นเพราะอย่างนี้ เธอถึง…”
“ฉันรู้ค่ะ” ไม่รอให้ยายเฒ่าเถาพูดจบ ฉู่ลั่วก็ตัดบทยายเฒ่าเถา “ฉันก็มีเหมือนกัน”
คราวนี้ ยายเฒ่าเถายิ่งมีสีหน้าตะลึงเข้าไปใหญ่
“คุณ… คุณ…”
ฉู่ลั่วรับปาก “ฉันจะปกป้องเธอ และดูแลตัวฉันเองให้ดีค่ะ”
ห่างออกไปไกล ยมทูตขาวดำรุดหน้ามาด้วยความเร็วสูงสุด เพียงพริบตาก็อยู่เบื้องหน้าแล้ว
สายตายมทูตขาวดำทอดมองแขนของยายเฒ่าเถา ลวดลายบุปผาแห่งความตายสีแดงดอกนั้นเตะตาเกินไป
“เธอคือ…”
“ตอนเธอสิ้นใจ ฉันอยู่ข้าง ๆ พอดี เห็นว่าไม่มียมทูตมาจึงพาเธอมาส่งด้วยตัวเอง”
ยมทูตขาวดำมองหน้ากัน ก่อนจะสะบัดแส้เกี่ยววิญญาณรัดยายเฒ่าเถา “อาจเพราะยมทูตในละแวกนั้นงานยุ่งเกินไป”
“พวกเราจะพาเธอไปส่งที่พระราชวังยมราชเดี๋ยวนี้แหละ”
ฉู่ลั่วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองยมทูตขาวดำพาวิญญาณยายเฒ่าเถาจากไป
ยายเฒ่าเถาหันกลับมาหลายต่อหลายครั้ง
เจ้านิกายยืนกราน “เรื่องที่ฉันรับปาก ฉันต้องทำให้ได้”
หญิงชราถึงยอมหันกลับ เดินตามยมทูตขาวดำไปจนลับสายตา