เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 755 ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญแล้ว
บทที่ 755 ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญแล้ว
รถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านเก่า หนุ่มสาวสองคนลงจากรถ ต่างคนต่างชูมือถือไว้
แต่เมื่อเห็นธงขาวไว้อาลัยที่แขวนอยู่บนบ้านเก่าก็ต้องชะงัก
เสียงเซ็งแซ่ดังออกมาจากบ้านเก่า หนุ่มสาวมองซ้ายมองขวา สุดท้ายก็จับคนคนหนึ่งที่เดินออกมาจากข้างในมาสอบถาม “คุณยายใจดีคนนั้นล่ะ?”
“แกเสียแล้ว”
“หา! เสียแล้วเหรอ”
“พวกเราตั้งใจมาสัมภาษณ์เธออยู่เลย”
“พวกคุณคงไม่มีโอกาสนั้นแล้วละ”
คนหนุ่มสาวยังไม่ยอมตายใจ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอเข้าไปถ่ายทำได้ไหม?”
“ไม่น่าจะได้ครับ”
หนุ่มสาวได้แต่หันหลังกลับด้วยความผิดหวัง
“กระแสดีขนาดนี้กลับคว้าไว้ไม่ได้!”
“ก็ไม่ถือว่าคว้าไว้ไม่ได้นี่ เรื่องนี้ก็เป็นจุดขายเหมือนกัน โพสต์ในเน็ตได้เหมือนกัน ช่วงนี้ ‘ซุปตาร์ล่าผี’ กำลังจะฉายในทีวีแล้วไม่ใช่เหรอ พวกเราเกาะกระแสได้พอดี”
ทั้งคู่ขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง ในมุมถนนที่พวกเขาขับออกไป รถเอสยูวีสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ด้านข้างบ้านเก่า หน้าต่างรถเปิดออกเล็กน้อย เด็กหญิงน่ารักคนหนึ่งฟุบอยู่บนหน้าต่างรถ จ้องภายในรั้วกำแพงตาเป็นมัน
เสียงทะเลาะเบาะแว้งจากในรั้วดังเข้ามาอย่างชัดเจน
“รอให้ยายเฒ่าไปอยู่บนเขาแล้ว เราควรหารือเรื่องรื้อบ้านนี้ทิ้งได้แล้ว!”
“ฝ่ายเจ้าของโครงการรอยายเฒ่ายอมย้ายออกมาตลอด…”
“เฮ้อ! ยายเฒ่าแกหัวรั้น ถ้ายอมตกลงเร็วกว่านี้ คงได้ใช้ชีวิตสุขสบายไปแล้ว”
“เฮ้อ! ทำไมที่นี่ถึงมีป้ายวิญญาณเยอะแยะขนาดนี้ แล้วยังชื่อซูเยียนหมด…”
“เผาเถอะ! เผาไปพร้อมรูปถ่ายพวกนั้นนั่นแหละ”
ตามมาด้วยยินเสียงเปรี๊ยะ ๆ จากกองไฟ
ฉู่ลั่วซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ จ้องมองใบหน้าเล็ก ๆ ของเถาซูเยียน “อยากไปเอาป้ายวิญญาณเหล่านั้นออกมาไหม”
เถาซูเยียนส่ายหน้า “เอาออกมาทำไม”
มือเล็กสองข้างของเธอยังคงเท้าอยู่ใต้คาง จ้องมองบ้านเก่าอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ “คุณยายไม่ยอมให้หนูเข้าห้องนั้นเลย แต่หนูเคยเข้าไปนานแล้ว”
“ทั้งป้ายพวกนั้น รูปถ่ายเหล่านั้น… หนูเคยเห็นหมดแล้ว”
ฉู่ลั่วฟังเสียงนุ่มนวลของเถาซูเยียน เฝ้ามองใบหน้าละอ่อนของอีกฝ่าย กลับพบว่ามันแฝงไปด้วยวุฒิภาวะอย่างที่ไม่ควรมีในวัยนี้
“หนูเฝ้ามองมาตลอด”
“ตลอดชีวิต… คุณยายต้องอยู่เพื่อป้ายวิญญาณและรูปถ่ายเหล่านั้น ตอนนี้คุณยายจากไปแล้ว ของพวกนั้นก็ไม่สำคัญอีกแล้ว”
“ท่านจากไปแล้ว ซูเยียน ของเหล่านั้น… ล้วนไม่สำคัญอีกแล้ว”
ซูเยียนอย่างเธอ ก็ไม่สำคัญแล้ว
ป้ายวิญญาณถูกทิ้งได้
รูปถ่ายถูกเผาได้
แม้แต่บ้านนี้ก็จะถูกทุบทิ้งในอีกไม่นาน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพลงแห่ศพดังออกมา ยายเฒ่าที่เคยอยู่ตัวคนเดียว บัดนี้มีรถขับมาส่งจากหัวมุมคันแล้วคันเล่า
หญิงชราที่เคยอยู่ตามลำพัง ดูเหมือนมีญาติเพิ่มขึ้นมหาศาลในเวลาอันสั้น
เถาซูเยียนฟุบมองอีกพักหนึ่ง ได้ยินเสียงโต้เถียงเรื่องรื้อบ้านดังออกมาอีกครั้ง จึงกลับไปนั่งดี ๆ “พวกเราไปกันเถอะ”
ฉู่ลั่วถาม “ไม่อยู่ดูต่ออีกหน่อยเหรอ อีกไม่นานที่นี่คงถูกทุบทิ้งแล้ว”
“ไม่ดูแล้วละ”
แม้ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอบูดบึ้งขึงขัง ทว่าขอบตากลับแดงก่ำ ความวาววามรื้นชื้นสะท้อนอยู่ในนั้น คล้ายว่าน้ำตาจะร่วงลงมาให้ได้ แต่ถูกฝืนกลั้นไว้
“ไปกันเถอะ”
ฉู่ลั่วบอกกับคนขับรถ
…
สนามบิน
ฉู่ลั่วจูงมือเถาซูเยียนไปยังเคาน์เตอร์เช็กอิน
ดวงตาเถาซูเยียนกวาดผ่านสิ่งของละลานตา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ บางครั้งยังมองขนมในมือเด็กหญิงข้าง ๆ ด้วยความอิจฉา
“อยากกินไหม?”
เถาซูเยียนส่ายหน้า
ฉู่ลั่วเอ่ยบอก “ถ้าอยากกินเราก็ไปซื้อด้วยกัน ต้องรออีกพักหนึ่งถึงขึ้นเครื่องได้”
เธอชี้ร้านฟาสต์ฟูดที่ห่างออกไปไม่ไกล มีผู้ปกครองพาลูกมาด้วยไม่น้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้
เถาซูเยียนมองท่าทางที่เด็กเหล่านั้นสวาปามแล้วกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ “หนู… หนูจะกินแค่คำเดียว แค่คำเล็ก ๆ”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอจูงมือเด็กผู้หญิงมายังร้านฟาสต์ฟูด สั่งชุดอาหารเด็กแล้วยกไปวางบนโต๊ะด้านนอก เถาซูเยียนจดจ่ออยู่บนอาหารอย่างไม่สามารถละสายตาไปไหนได้
ฉู่ลั่วดันอาหารชุดไปตรงหน้าอีกฝ่าย “กินสิ”