เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 756 สิ่งมีชีวิตชั้นสูง
บทที่ 756 สิ่งมีชีวิตชั้นสูง
เถาซูเยียนวางมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ นิ้วแตะกันไปมา พลางส่งสายตามองเด็กที่โต๊ะข้าง ๆ สลับกับฉู่ลั่ว
ท่าทางอยากกิน แต่กลับไม่กล้าขยับเขยื้อน
ฉู่ลั่วปักหลอดน้ำอัดลมลงแก้วก่อนจะยื่นให้ “ดื่มอย่างนี้”
ก่อนจะฉีกซองซอส บีบไว้ด้านหนึ่งพร้อมนำเฟรนช์ฟรายส์ไปจิ้มแล้วเอาเข้าปาก “กินอย่างนี้”
เถาซูเยียนถึงหยิบแก้วน้ำอัดลมลายการ์ตูนขึ้นมาดูดอึกหนึ่ง
เพียงคำเดียว เธอก็ตาโตอย่างอดไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายก่อนจะรีบดื่มอีกอึก
ฉู่ลั่วเห็นว่าเถาซูเยียนที่เอาแต่บึ้งตึงแสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่มาตลอด ในที่สุดก็มีท่าทีอย่างที่เด็กควรเป็นบ้าง ก็เผยสีหน้าอ่อนโยนแวบหนึ่ง
วินาทีต่อมา เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้น “เจ้านิกาย! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
ฉู่ลั่วหันไปก็เห็นจี้ไจ่ ห่างออกไปไม่ไกล มีคนจากทีมงานรายการกำลังเตรียมขึ้นเครื่องอยู่เหมือนกัน
“จากนี้ไป เด็กคนนี้อยู่ในความดูแลของฉันค่ะ”
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “หมายความว่า… ข่าวลือเป็นความจริง เจ้านิกายต้องการปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ?”
เถาซูเยียนที่กำลังกินเฟรนช์ฟรายส์ดื่มโคล่าอย่างมีความสุขมีสีหน้าระแวงขึ้นมาในบัดดล มือเล็ก ๆ กำแน่น ปากน้อย ๆ เม้มหากัน ดูขึงขังพร้อมสู้
ทว่ารอบปากเปื้อนซอสมะเขือเทศ ดูไม่มีความน่าเกรงขามสักนิด
ฉู่ลั่วหยิบทิชชูออกมา เช็ดรอยซอสมะเขือเทศรอบปากเถาซูเยียนอย่างอ่อนโยน “เธอกินของเธอไป ฉันกับเขามีเรื่องต้องคุยกัน”
ถ้าเถาซูเหยียนเป็นเม่นแคระ ท่าทีอ่อนโยนและน้ำเสียงนุ่มนวลของฉู่ลั่วก็ทำให้หนามบนตัวเด็กน้อยหุบกลับไปทันที
เธอก้มหน้า ดื่มโคล่าต่ออย่างว่าง่าย
ฉู่ลั่วส่งสัญญาณให้จี้ไจ่เดินออกไปอีกทาง
…
ฉู่ลั่วยืนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นเถาซูเยียนได้ เธอพิงเสาต้นใหญ่และจับจ้องเด็กผู้หญิงตลอดเวลา
จี้ไจ่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย “ในเมื่อเจ้านิกายระแวงเธออยู่ ทำไมถึงต้องพาเธอมาด้วยล่ะ”
ฉู่ลั่วฉงน “ระแวงเหรอ?”
“เจ้านิกายจ้องเธอแบบนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวว่าเธอจะก่อเรื่องอะไรหรอกเหรอ?”
“…” ฉู่ลั่วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “ช่วงนี้ฉันเพิ่งอ่านข่าวมา ข่าวบอกว่าพวกค้ามนุษย์ชอบฉวยโอกาสตอนพ่อแม่เผลอ แล้วก็ลักพาตัวเด็กไป”
ถึงคราวจี้ไจ่งุนงงบ้าง “…อะไรนะ?”
“คุณไม่รู้เหรอ?” ฉู่ลั่วเหลือบมองกลับมาด้วยความแปลกใจ “ช่วงนี้มีข่าวแบบนี้ออกมาเยอะแยะเลยนะ”
คำย้อนถามของเจ้านิกายทำให้สีหน้าของจี้ไจ่เปลี่ยนไป ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่เขาไม่ได้ดูข่าวได้ยังไง
ปรมาจารย์หนุ่มชี้ไปทางเถาซูเยียนที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย “เจ้านิกายเป็นห่วงว่าพวกค้ามนุษย์จะมาลักพาตัวเด็ก… ที่เป็นเหมิ่งหยวนลี่ที่กลับชาติมาเกิด?”
แต่น่าจะเป็นพวกค้ามนุษย์มากกว่าไหมที่ตกอยู่ในอันตราย
ฉู่ลั่วพูดเสียงนิ่ง “เธอคือเถาซูเยียน”
“เธอคือเหมิ่งหยวนลี่ที่กลับชาติมาเกิด เธอมีพิษกู่”
“จี้ไจ่!” ฉู่ลั่วมองหน้าปรมาจารย์หนุ่มที่ยังคงสับสน “องค์กรศักดิ์สิทธิ์ก่อตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร?”
“แน่นอนว่าเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้าย ปกป้องผู้บริสุทธิ์ และพิทักษ์ความยุติธรรม”
เอาละ… นายไม่ดูข่าว ทั้งยังดูขบวนการห้าสีมากเกินไป
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ “จริงเหรอ แล้วนายเป็นอย่างนั้นไหม?”
“ครับ”
ฉู่ลั่วไม่ได้โต้แย้งคำพูดของจี้ไจ่ แต่กลับถามต่อ “นายรู้จักชื่อหยาง ศิษย์น้องของนักพรตชิงหยางไหม?”
“รู้อยู่ เขาใช้วิชาเต๋าสังหารคนธรรมดาจึงถูกเจ้านิกายจับตัว ตอนนี้ยังคงถูกคุมขัง”
ฉู่ลั่วหันกลับไปมองไปที่เถาซูเยียนที่กำลังกัดกินแฮมเบอร์เกอร์คำเล็ก ๆ อยู่ “ชื่อหยางใช้วิชาเต๋าฆ่าคนธรรมดา กำจัดวิญญาณเร่ร่อนและยังเอามาใช้เพื่อผลประโยชน์ตัวเองอีกด้วย แต่เขาไม่เคยทำร้ายผู้บำเพ็ญเลย นายรู้ไหมว่าทำไม?”
จี้ไจ่ส่ายหน้า
“เพราะในสายตาของชื่อหยาง ผู้บำเพ็ญที่ใช้วิชาเต๋าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา” ฉู่ลั่วมองจี้ไจ่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เขาจึงมีสิทธิ์ตัดสินความเป็นความตายของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเหล่านั้น”
“วิญญาณคนธรรมดาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไปแล้ว”
สีหน้าจี้ไจ่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นไม่พอใจ
“จี้ไจ่ นายคิดว่าตัวนายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่อย่างแน่นอน”
“แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินคนที่ไม่เคยทำผิดอะไรเลยแบบนั้นล่ะ”
จี้ไจ่ไม่สบายใจนักและเผลอเถียงขึ้นมาว่า “แต่เธอคือเหมิ่งหยวนลี่ที่กลับชาติมาเกิด…”
“เราทุกคนอาจจะเป็นคนชั่วที่กลับชาติมาเกิด โลกนี้มีฆาตกรนับไม่ถ้วนที่กลับชาติมาเกิดใหม่ นายจะฆ่าพวกเขาในชาตินี้ ทั้งที่ไม่เคยทำผิดอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ?”
จี้ไจ่เงียบงัน เขาจะไม่ทำแบบนั้น
จะไม่ทำแน่ ๆ
แต่พวกคนชั่วธรรมดาจะเทียบกับเหมิ่งหยวนลี่ได้ยังไง?
เด็กคนนั้นคือร่างลับชาติมาเกิดใหม่ของเหมิ่งหยวนลี่เชียวนะ!