เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 757 ผิดงั้นหรอ
บทที่ 757 ผิดงั้นหรอ
“จี้ไจ่ เธอคือเถาซูเยียน เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย และอีกอย่าง… เธอยังตกเป็นเหยื่อด้วยซ้ำ”
“นายเป็นผู้บำเพ็ญ ต้องมีเหตุผลแล้วยืนอยู่ในฝั่งเดียวกับความถูกต้องสิ”
ฉู่ลั่วเห็นจี้ไจ่ขมวดคิ้วและมีสีหน้าครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่าคำพูดไม่กี่คำของเธอทำให้เขาตกใจ
เธอหันหลังและกำลังจะเดินจากไปก็ได้ยินเสียงของจี้ไจ่ถามอย่างสั่นเครือว่า “แล้วถ้าต่อไป เธอเป็นอันตรายมนุษยชาติล่ะ?”
“ฉันจะฆ่าเธอเอง” ฉู่ลั่วพูดโดยไม่ลังเล “แต่ตอนนี้เธอยังไม่ได้ทำอะไร ฉันจึงจะไม่ลงมือ”
เจ้านิกายไม่สนใจสีหน้าของจี้ไจ่ที่อยู่ด้านหลังอีกต่อไป แต่เดินไปหาเถาซูเยียน “กินเสร็จแล้วหรือยัง?”
“ค่า!”
“ไปกันเถอะ เราต้องรีบไปขึ้นเครื่องแล้ว”
ฉู่ลั่วส่งทิชชูเปียกให้เถาซูเยียนเอาไปเช็ดมือเช็ดปาก ก่อนจะจูงมือเธอไปที่ประตูทางออกขึ้นเครื่อง
เถาซูเยียนเดินไปสองสามก้าว แล้วหันกลับไปมองจี้ไจ่ที่ยังคงยืนตกตะลึงอยู่ที่เดิม
จู่ ๆ ปรมาจารย์หนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเถาซูเยียน
เด็กผู้หญิงตัวน้อยขมวดคิ้วแล้วแลบลิ้นใส่เขา ก่อนจะหันหน้าหนีไป
จี้ไจ่มองแผ่นหลังของทั้งสองอย่างสับสน
คำพูดของฉู่ลั่วก่อให้เกิดคลื่นความคิดอันโกลาหลในหัวคนเถรตรงอย่างเขา
กำจัดเหมิ่งหยวนลี่เป็นสิ่งที่ผิดอย่างนั้นเหรอ?
วัตถุประสงค์ขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายหรอกเหรอ?
ผิด… งั้นเหรอ?
…
เมืองตี้จิง
เฉิงยวนมองไปที่เจ้าตัวเล็กข้างกายฉู่ลั่ว หล่อนปิดปากถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นไปวนรอบตัวของฉู่ลั่วกับเถาซูเยียน
“ฉู่ลั่ว! เจ้ามีนิสัยชอบสะสมมากเกินไปไหม? ทำไมทุกครั้งที่ออกไปต้องพาผีกลับมาทุกครั้งเลย?”
“ไม่ใช่สิ! ข้าพูดผิดไป เจ้าไม่ได้พาแต่ผี ครั้งนี้มันอะไรกัน… เหมือนจะเป็นมนุษย์นะ”
หล่อนสำรวจเถาซูเยียนและพบว่าถึงจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่ก็แตกต่างจากคนทั่วไปอยู่บ้าง
ฉู่ลั่วอธิบายสั้น ๆ “เธอคือเหมิ่งหยวนลี่ที่กลับชาติมาเกิด”
เฉิงยวน “…”
หล่อนเอามือทั้งสองปิดปาก ตาเบิกกว้างจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า
“นาง… นางคือ …เหมิ่งหยวนลี่ เจ้าตำนานพิษกู่!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
เฉิงยวนมองเถาซูเยียนด้วยความตื่นเต้นยินดี “ถึงจะเป็นการเกิดใหม่ แต่นั่นก็น่าทึ่งมาก คิก ๆๆ ไม่คาดคิดเลยว่าเหมิ่งหยวนลี่ที่มาเกิดใหม่จะน่ารักขนาดนี้!”
ผีร้ายพันปีวนเวียนอยู่รอบ ๆ เถาซูเยียนด้วยความตื่นเต้นและอยากเข้าไปสัมผัส
แต่หัวหว่านดึงเฉิงยวนออกมา “ทำตัวปกติหน่อยจะได้ไหม เธอกำลังทำให้เด็กกลัวอยู่นะ”
เฉิงยวนมองไปก็เห็นว่าริมฝีปากเล็ก ๆ ของเถาซูเยียนเม้มเข้าหากัน ร่างเล็กซุกตัวอยู่ด้านข้างฉู่ลั่ว สายตาแฝงไปด้วยความหวาดระแวงและไม่สงบ
เฉิงยวนหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นทันที
ใบหน้าหัวหว่านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอเดินเข้าไปหาเถาซูเยียนแล้วนั่งยอง ๆ ลง “หนูชื่อเถาซูเยียนใช่ไหม! งั้นหลังจากนี้พี่ขอเรียกหนูว่าซูเยียนได้ไหม?”
เถาซูเยียน “…”
“ต่อจากนี้ไปหนูจะอยู่ที่นี่ พี่เป็นคนรับผิดชอบที่นี่ ถ้าหนูอยากได้อะไรหรืออยากซื้ออะไรก็บอกพี่ได้เลยนะ พี่ชื่อหัวหว่าน หนูเรียกพี่หัวหว่านหรือพี่หว่านหว่านก็ได้”
เฉิงยวนก็คุกเข้าลง “ข้าชื่อเฉิงยวน เรียกว่าพี่ยวนยวนก็ได้”
หัวอสรพิษขนาดใหญ่โผล่เข้ามา มันแปลงกายเป็นคน “ส่วนฉัน ๆๆ… ฉันคือจิ่งเจียเหยียน เรียกยังไงก็ได้”
เถาซูเยียน “…”
เด็กผู้หญิงเงยหน้ามองผู้ใหญ่สามคนที่คุกเข่าเรียงกันอยู่ พอหันไปเห็นฉู่ลั่วที่ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้ ความกังวลก็หายไปทันที
เธอรู้ว่าตัวเองเป็นเด็กประหลาด
แต่ว่า…
ไม่ว่าจะประหลาดแค่ไหน ก็ไม่น่าจะประหลาดได้เท่ากับผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าพวกนี้แล้ว!
ฉู่ลั่วเห็นว่าสีหน้าระแวดระวังของเถาซูเยียนเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว จึงหันไปพูดกับหัวหว่าน “หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของเธอแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงสังเกตการณ์เถาซูเยียน ยังปล่อยให้ออกไปข้างนอกคนเดียวไม่ได้”
“คุณหนูไม่ต้องกังวล ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง”
หลังจากฝากฝังเถาซูเยียนไว้กับหัวหว่านแล้ว ฉู่ลั่วก็เดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตนเอง
ขณะที่เดินเข้าห้องนอนและปิดประตู โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
ฉู่เหิงโทรมา ฉู่ลั่วก็กดรับสาย
พี่ชายใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างตึงเครียด “ฉู่หร่านกลับมาที่เมืองเจียงแล้ว เราจะดำเนินการตามแผนเลยไหม?”