เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 758 ขอให้คุณประสบความสำเร็จ
บทที่ 758 ขอให้คุณประสบความสำเร็จ
เมื่อพูดถึงฉู่หร่าน ฉู่ลั่วก็เดินไปที่หน้าต่างพลางชมดอกไม้และพืชพรรณเขียวขจีในสวน “หุ่นไม้ถูกทำลายแล้ว”
ฉู่เหิงอดทนรอไม่ไหว “งั้น…”
“แต่อย่าเพิ่งใจร้อนเลยค่ะ”
น้ำเสียงของฉู่เหิงแฝงไว้ด้วยความกังวล “ไม่ใช่ว่าพี่ใจร้อนอะไรนะ แต่อวิ๋นเสากำลังท้อง พี่คิดว่าต่อให้ยังจัดงานแต่งงานไม่ได้ แต่ก็ควรจดทะเบียนสมรสไว้ก่อน”
“เมื่อพูดถึงเรื่องจดทะเบียนสมรส ทั้งสองครอบครัวก็ควรมาพบกัน”
ฝั่งของตระกูลเวินไม่พอใจเรื่องที่เวินอวิ๋นเสาท้องก่อนแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเขายังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สองครอบครัวพบกัน ตระกูลเวินก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
“ถ้ายังเลื่อนต่อไปจะไม่ดีต่ออวิ๋นเสาน่ะ”
แต่ถ้าจะพบกัน เขาก็กลัวว่าฉู่หร่านจะแอบทำอะไรบางอย่าง
ตอนนี้เขาไม่สามารถให้เวินอวิ๋นเสาเจอปัญหาได้แม้แต่นิดเดียว!
สถานการณ์ปัจจุบันคือตระกูลเวินไม่พอใจเขาอย่างแรง ถ้ายังบ่ายเบี่ยงต่อไปอีกคงได้เกิดเรื่องแม่เลี้ยงเดี่ยวแน่
พี่ชายใหญ่อุตส่าห์หาเวินอวิ๋นเสาเจอด้วยความยากลำบาก และกว่าจะคลี่คลายความเข้าใจผิดในอดีตได้ เขาจึงไม่อยากจะให้ฉู่หร่านมาทำให้เสียเวลาอีก
“เพราะแบบนี้ไงคะ ถึงบอกว่าอย่าใจร้อน”
นี่เป็นแค่การหยั่งเชิง แต่จะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ เธอก็ยังไม่แน่ใจ
ฉู่เหิงสงบสติอารมณ์และมีสีหน้าแน่วแน่ขึ้น “เข้าใจแล้ว ฉันจะทำตัวเหมือนเดิมไปก่อน และจะไปบอกอาจิงเอง”
“อืม”
ฉู่เหิงลังเลอยู่สองสามวินาทีก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง “อาจิงฝากฉันมาถามถึงจั่วโยวโยวและยายา เขาไม่ค่อยสะดวกไปเยี่ยมพวกเธอน่ะ”
“พวกเธอสบายดีค่ะ จั่วโยวโยวเกือบจะหายดีแล้ว”
“ดีเลย ฉันจะรีบบอกเขา” ฉู่เหิงหันไปมองฉู่จิงที่อยู่ข้าง ๆ เป็นเชิงบอกว่าตอนนี้สบายใจได้แล้วนะ แล้วพูดกับฉู่ลั่วว่า “ไว้เจอกันที่บ้านนะ”
“ไว้เจอกันที่บ้านค่ะ”
หลังจากวางสายแล้ว ฉู่ลั่วก็หยิบรูปปั้นที่หักในกระเป๋ากางเกงออกมา
ตอนนี้รูปปั้นไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว มีเพียงพลังหยินเล็กน้อยเท่านั้น
ฉู่ลั่วเอาผ้าสีแดงห่อรูปปั้นและเก็บมันไว้
ตอนนั้นเองระบบก็เด้งขึ้นมา
[นายหญิง คุณต้องการแบบนี้จริง ๆ เหรอ]
ฉู่ลั่วตอบในใจ ‘ลองดู’
น้ำเสียงของระบบอ่อนลงมากและยังแฝงไว้ด้วยความกังวลเล็กน้อย
[แต่เธอเป็นลูกรักของสวรรค์นะ คุณวางแผนจัดการกับเธอแบบนี้…]
ฉู่ลั่วขัดจังหวะคำพูดของระบบ และย้อนถามอย่างไร้อารมณ์ ‘ฉันแค่พยายามดิ้นรนเพราะอยากมีชีวิตอยู่ ฉู่เหิงอยากให้ภรรยาและลูก ๆ ของเขามีชีวิตอยู่ ฉู่จิงก็อยากให้จั่วโยวโยวกับยายามีชีวิตอยู่เหมือนกัน’
ฉู่ลั่วพูดในใจ ‘พวกเราแค่อยากหาทางเอาตัวรอด’
ระบบเงียบไปนาน ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจักรกล
[หากล้มเหลว การกระทำของคุณจะสะท้อนกลับมาที่ตัวคุณเอง แล้วจะไม่มีใครช่วยคุณได้อีก]
‘อีก’
งั้นเหรอ?
คำ ๆ นี้ทำให้สีหน้าของฉู่ลั่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอไม่ได้พูดออกมา แต่กลับเก็บคำถามนี้เอาไว้ในใจ
ฉู่ลั่วพูดต่อ ‘ดังนั้น พวกเราจะลองหยั่งเชิงดู’
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสูงขึ้น ‘ในฐานะระบบ ‘ของฉัน’ นายควรจะอวยพรให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เหรอ?’
[…]
[ขอให้คุณประสบความสำเร็จ!]
…
วันถัดมา ฉู่ลั่วก็ลากกระเป๋าเดินทางเพื่อกลับบ้านตระกูลฉู่
เถาซูเยียนดึงแขนเสื้อฉู่ลั่วเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองเธอ
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันไปแค่ไม่กี่วัน แล้วจะรีบกลับมา”
เถาซูเยียนเบ้ปาก “ยายให้คุณดูแลหนู”
ฉู่ลั่วบอกเสียงนุ่มนวล “ที่นี่มีเพื่อนเล่นกับเธอเยอะแยะเลยนะ ไม่ดีเหรอ?”
เถาซูเยียนหันไปมองสนามหญ้าข้าง ๆ
ยายายังคงเล่นว่าวอยู่ เมี่ยวเมี่ยวก็กำลังรดน้ำดอกไห่ถัง ก้อนพลังวิญญาณลูกกลม ๆ หลายลูกกำลังลอยล้อมรอบดอกไห่ถัง และวิญญาณพยาบาทกำลังแปลงกายเป็นจิ่งเจียเหยียนอีกเวอร์ชันหนึ่ง
มนุษย์ วิญญาณเด็ก วิญญาณทารก วิญญาณพยาบาท…
รวมถึงเธอเองกลับชาติมาเกิด…
“คุณจะทิ้งหนูไว้ที่นี่จริง ๆ เหรอ ให้หนูอยู่คนเดียวงั้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วคุกเข่าลงและมองตรงเข้าไปในดวงตาของเถาซูเยียน “เธอกลัวเหรอ?”
เถาซูเยียนทำหน้าขึงขัง ส่ายหัว
“หรือไม่อยากเล่นกับพวกเขา?”
เถาซูเยียนส่ายหัวอีกครั้ง
ดวงตาของฉู่ลั่วยิ่งอ่อนโยนมากขึ้นและยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มสลวยของเถาซูเยียน “งั้นไปเล่นกับพวกเขาให้สนุกนะ อย่าออกไปข้างนอกคนเดียว ถ้าจะออกไปข้างนอก ก็ให้ไปกับหัวหว่านหรือเฉิงยวน รู้ไหม?”
เถาซูเยียนแปลกใจ “หนูออกไปได้เหรอ?”
“ได้สิ”
“เวลาที่คุณไม่อยู่ หนูก็ออกไปได้ใช่ไหม?”
“ได้แน่นอน… แต่ต้องมีคนไปด้วย”
เถาซูเยียนเม้มปากเข้าหากันอีกครั้ง
หัวหว่านเดินเข้ามาจับมือเล็ก ๆ ของเถาซูเยียน “คุณหนู รีบไปทำธุระของตัวเองเถอะ! ที่บ้านมีฉันอยู่ทั้งคน”
เฉิงยวนเข้ามาอุ้มเถาซูเยียนขึ้น “ธุระของเจ้าสำคัญกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงที่นี่หรอก ไม่มีอะไรที่ข้ากับหัวหว่านจัดการไม่ได้”
ฉู่ลั่วพยักหน้า แล้วลากกระเป๋าเดินทางออกไป
เป็นครั้งแรกที่เถาซูเยียน… โดนผีอุ้ม แม้ว่าจะเป็นอ้อมกอดที่เย็นเฉียบไร้ความอบอุ่น แม้ไม่น่ากลัว แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ
เธอขยับตัวดุ๊กดิ๊กในอ้อมกอดของเฉิงยวน “หนู… หนูจะลง”
“เจ้าหนู เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ! ข้าจะพาไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อของเล่น…” เฉิงยวนพูดจบก็ไม่รอให้เถาซูเยียนตอบตกลงและตะโกนเรียกซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับคนอื่น ๆ เสียงดัง “เราจะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน รีบไปเตรียมตัวให้ไวเลย พวกเรา… จะไปเดินห้าง!”
“ว้าว! เดินห้าง”
“เดินห้างละ”
“ช็อปปิง ช็อปปิง!”
หัวหว่านคว้าแขนเฉิงยวนอย่างหมดคำพูด “จะพาเด็กพวกนี้ออกไปทั้งหมดเลยเหรอ”
เฉิงยวนตอบด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน “ก็ใช่น่ะสิ!”
หัวหว่านถอนหายใจยาว “คุณหนูไม่อยู่ เธอก็ปล่อยตัวตามสบายเลยสินะ แล้วเธอจะดูแลพวกเด็ก ๆ ไหวเหรอ?”
เฉิงยวนโชว์การ์ดใบหนึ่งขึ้นมา “ไม่มีปัญหา! บัตรสมาชิกวีไอพีของห้างสรรพสินค้าในเครือบริษัทตระกูลฮั่ว แค่ไม่ไปเดินในที่คนเยอะ ๆ ก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“แล้วอีกอย่าง พวกเขาก็แค่เด็ก ข้าจะดูแลไม่ไหวได้อย่างไร?”
“ถึงข้าจะดูแลไม่ไหว ก็ยังมีจิ่งเจียเหยียนอยู่ไม่ใช่หรือ?”
หัวหว่าน “…”
เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางมองไปที่กลุ่มเด็ก ๆ ที่วิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น
มีเพียงเถาซูเยียนเท่านั้นที่เบิกตากว้างและมองสถานการณ์ด้วยความสับสน “ออกไปข้างนอก… ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ใช่แล้ว! เจ้าไม่อยากออกไปข้างนอกงั้นหรือ มีสวนสนุกให้เด็ก ๆ เล่นด้วยนะ”
สวนสนุกของเด็ก ๆ งั้นเหรอ?
เธอเคยเห็นในทีวี ดวงตาของเถาซูเยียนเปี่ยมความคาดหวัง
แต่ก็เต๊ะท่าเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา
สีหน้าแบบนี้ทำให้เฉิงยวนอดหัวเราะไม่ได้และยกมือขึ้นเคาะหัวเธอ “เจ้านี่ดีจังนะที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย”
…
อีกด้าน ฉู่ลั่วได้นั่งเครื่องบินไปเมืองเจียงแล้ว ทันทีที่เครื่องลงจอดก็มีรถที่ฉู่เหิงเตรียมไว้มารับเธอ
ไม่นาน รถก็มาจอดที่หน้าบ้านตระกูลฉู่
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าบ้านตระกูลฉู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถอนหายใจออกเบา ๆ และลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป
ทันทีที่เข้าบ้านมาก็ได้ยินเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของฉู่หร่านดังอยู่ เมื่อเธอเข้ามา เสียงหัวเราะก็หยุดลงทันทีกลายเป็นน้ำเสียงประหลาดใจเอ่ยถามขึ้น “ลั่วลั่ว เธอกลับมาได้ยังไงน่ะ?”
ฉู่ลั่วยกยิ้มมุมปาก “ที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันกลับมามันแปลกตรงไหนเหรอ?”
“…”
ฉู่หร่านรู้สึกว่าวันนี้ฉู่ลั่วดูแปลกไป