เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 759 นี่มันบ้านของฉัน
บทที่ 759 นี่มันบ้านของฉัน
เถาซูเยียนเม้มปากอีกครั้ง
หัวหว่านเดินเข้ามาจับมือเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิง “คุณหนู รีบไปทำธุระของตัวเองเถอะ! ที่บ้านมีฉันอยู่ทั้งคน”
เฉิงยวนเข้ามาอุ้มเถาซูเยียนขึ้น “ธุระของเจ้าสำคัญกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงที่นี่หรอก ไม่มีอะไรที่ข้ากับหัวหว่านจัดการไม่ได้”
ฉู่ลั่วพยักหน้า แล้วลากกระเป๋าเดินทางออกไป
เป็นครั้งแรกที่เถาซูเยียน… โดนผีอุ้ม แม้ว่าจะเป็นอ้อมกอดที่เย็นเฉียบไร้ความอบอุ่น แม้ไม่น่ากลัว แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ
เธอขยับตัวดุ๊กดิ๊กในอ้อมกอดของเฉิงยวน “หนู… หนูจะลง”
“เจ้าหนู เราออกไปเดินเล่นกันเถอะ! ข้าจะพาไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อของเล่น…” เฉิงยวนพูดจบก็ไม่รอให้เถาซูเยียนตอบตกลงและตะโกนเรียกซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับคนอื่น ๆ เสียงดัง “เราจะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน รีบไปเตรียมตัวให้ไวเลย พวกเรา… จะไปเดินห้าง!”
“ว้าว! เดินห้าง”
“เดินห้างละ”
“ช็อปปิง ช็อปปิง!”
หัวหว่านคว้าแขนเฉิงยวนอย่างหมดคำพูด “จะพาเด็กพวกนี้ออกไปทั้งหมดเลยเหรอ”
เฉิงยวนตอบด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน “ก็ใช่น่ะสิ!”
หัวหว่านถอนหายใจยาว “คุณหนูไม่อยู่ เธอก็ปล่อยตัวตามสบายเลยสินะ แล้วเธอจะดูแลพวกเด็ก ๆ ไหวเหรอ?”
เฉิงยวนโชว์การ์ดใบหนึ่งขึ้นมา “ไม่มีปัญหา! บัตรสมาชิกวีไอพีของห้างสรรพสินค้าในเครือบริษัทตระกูลฮั่ว แค่ไม่ไปเดินในที่คนเยอะ ๆ ก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“แล้วอีกอย่าง พวกเขาก็แค่เด็ก ข้าจะดูแลไม่ไหวได้อย่างไร?”
“ถึงข้าจะดูแลไม่ไหว ก็ยังมีจิ่งเจียเหยียนอยู่ไม่ใช่หรือ?”
หัวหว่าน “…”
เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางมองไปที่กลุ่มเด็ก ๆ ที่วิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น
มีเพียงเถาซูเยียนเท่านั้นที่เบิกตากว้างและมองสถานการณ์ด้วยความสับสน “ออกไปข้างนอก… ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ใช่แล้ว! เจ้าไม่อยากออกไปข้างนอกงั้นหรือ มีสวนสนุกให้เด็ก ๆ เล่นด้วยนะ”
สวนสนุกของเด็ก ๆ งั้นเหรอ?
เธอเคยเห็นในทีวี ดวงตาของเถาซูเยียนเปี่ยมความคาดหวัง
แต่ก็เต๊ะท่าเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา
สีหน้าแบบนี้ทำให้เฉิงยวนอดหัวเราะไม่ได้และยกมือขึ้นเคาะหัวเธอ “เจ้านี่ดีจังนะที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย”
…
อีกด้าน ฉู่ลั่วได้นั่งเครื่องบินไปเมืองเจียงแล้ว ทันทีที่เครื่องลงจอดก็มีรถที่ฉู่เหิงเตรียมไว้มารับเธอ
ไม่นาน รถก็มาจอดที่หน้าบ้านตระกูลฉู่
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ครู่หนึ่ง ถอนหายใจออกเบา ๆ และลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป
ทันทีที่เข้าบ้านมาก็ได้ยินเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของฉู่หร่านดังอยู่ แต่เมื่อฉู่ลั่วเข้ามา เสียงหัวเราะก็หยุดลงทันที
กลายเป็นน้ำเสียงประหลาดใจเอ่ยถามขึ้น “ลั่วลั่ว เธอกลับมาได้ยังไงน่ะ?”
ฉู่ลั่วยกยิ้มมุมปาก “ที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันกลับมามันแปลกตรงไหนเหรอ?”
“…”
ฉู่หร่านรู้สึกว่าวันนี้ฉู่ลั่วดูแปลกไป
พอซ่งเชียนหย่าเห็นว่าฉู่ลั่วกลับมา ดวงตาก็ประกาย คุณแม่ดีใจมาก ๆ รีบให้แม่บ้านกับคนรับใช้ไปรับกระเป๋าสัมภาระจากมือลูกสาวตัวจริงทันที
“วันนี้เป็นวันที่ดีอะไรอย่างนี้ พี่ ๆ ของลูกทั้งพี่ใหญ่พี่รองแล้วก็พี่สามกลับมากันหมดเลยนะ”
“ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที จะได้นั่งกินข้าวพร้อมกัน”
ซ่งเชียนหย่าเข้าไปตรวจดูฉู่ลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า “นั่งเครื่องบินมาเหนื่อยไหมลูก อยากพักผ่อนสักหน่อยไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าแล้วขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง
ซ่งเชียนหย่าไปจับมือฉู่หร่านอย่างมีความสุข “ดีจังเลย ลั่วลั่วยอมกลับมาที่บ้านแล้ว เธอต้องยอมอยู่กับพวกเราด้วยดีแล้วแน่เลย”
“หร่านหร่าน ลูกเป็นพี่สาว ต้องดูแลเธอให้ดี ๆ นะ!”
มุมปากของฉู่หร่านยิ้มค้างไปครู่หนึ่ง แล้วรีบฉีกยิ้มให้กว้างขึ้นกว่าเดิมทันที “แม่คะ หนูต้องดูแลเธออยู่แล้วค่ะ ก็หนูกับลั่วลั่วเป็นพี่น้องกันนี่นา”
หล่อนเอนหัวไปซบไหล่ซ่งเชียนหย่า “แต่แม่อย่ารักแค่ลั่วลั่วแล้วไม่รักหนูนะคะ”
“สบายใจได้เลย! แม่รักทั้งลูกทั้งลั่วลั่วนั่นแหละ”
“คุณแม่แสนดีที่สุดเลยค่ะ”
แต่ในมุมที่ซ่งเชียนหย่ามองไม่เห็น สีหน้าของฉู่หร่านก็ค่อย ๆ มืดมนลง สายตาขมองแผ่นหลังของฉู่ลั่วที่ขึ้นไปชั้นบน พลางกัดฟัน
ฉู่ลั่วบำเพ็ญเพียรอยู่ในห้องเป็นเวลานาน กระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นถึงได้ลงไปชั้นล่าง