เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 760 มื้อเย็นบ้านตระกูลฉู่
บทที่ 760 มื้อเย็นบ้านตระกูลฉู่
บรรยากาศชั้นล่างคึกคักมาก
ฉู่เหิง ฉู่จิง แล้วก็ฉู่จ้านกลับมากันหมดแล้ว หัวหน้าครอบครัวอย่างฉู่เหว่ยฮ่าวก็กำลังนั่งคุยกับพี่ชายทั้งสามคนอยู่ที่โซฟา ส่วนสองแม่ลูกอย่างซ่งเชียนหย่ากับฉู่หร่านก็นั่งพูดคุยยิ้มแย้มกันอยู่ข้าง ๆ เช่นกัน
ฉู่เหิงเงยหน้าขึ้นมาเห็นฉู่ลั่วเข้าจึงกวักมือเรียก “ลั่วลั่ว ลงมานี่สิ”
ฉู่หร่านจับแขนซ่งเชียนหย่าเอาไว้ พลางเอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนหวาน “ลั่วลั่ว รีบลงมานี่เร็วเข้า พวกเรารอเธออยู่คนเดียวเลย”
“วันนี้ที่บ้านทำอาหารโปรดของเธอหลายอย่างเชียวนะ”
เมื่อพูดคำนี้ออกไป ท่าทีของฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฉู่เหว่ยฮ่าวพูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ใช่ คนทั้งบ้านรอลูกอยู่คนเดียว…”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดสั่งสอนจบ ฉู่เหิงก็แทรกขึ้นมาก่อน “พ่อครับ นี่มันยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นของพวกเราเลยไม่ใช่เหรอ ลั่วลั่วก็ลงมาตรงตามเวลานี่ครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
ฉู่ลั่วลงมาก่อนจะไปนั่งอยู่ด้านข้างฟังพวกฉู่เหว่ยฮ่าวพูดคุยกับเรื่องห้างสรรพสินค้าในช่วงนี้ ซ่งเชียนหย่าก็อยากคุยกับฉู่ลั่วอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดก็ถูกฉู่หร่านเปลี่ยนเรื่องไปเสียก่อน
คุณแม่ส่งสายตามองไปทางฉู่ลั่วเป็นระยะ ๆ แต่ก็ถูกฉู่หร่านดึงความสนใจให้หันไปคุยกับหล่อนแทน
ทางด้านฉู่เหิง เขาก็ตอบคำถามพ่อไป ใช้หางตาคอยสังเกตความสัมพันธ์ของซ่งเชียนหย่ากับฉู่หร่านไป แต่พอเห็นดังนั้น ดวงตาก็ยิ่งเยือกเย็นมากขึ้น
มองไปได้สักพัก เขาก็ละสายตากลับมาสบตากับฉู่จิง ต่างคนต่างมีความหมายลึกซึ้งอยู่ภายใน
ส่วนฉู่จ้านอยู่ข้าง ๆ กำลังถือมือถือทำทีเหมือนดูคลิปอยู่ แต่สายของเขากลับเลื่อนไปหาฉู่หร่านที ฉู่เหิงกับฉู่จิงที สลับกับฉู่ลั่วที่ไม่ไหวติง
เห็น ๆ อยู่ว่าบรรยากาศในครอบครัวกลมเกลียวมีความสุขกัน แต่เขากลับสังเกตเห็นแรงกดดันก่อตัวเหมือนทะเลสงบก่อนพายุจะเข้า
จนกระทั่งทั้งครอบครัวไปนั่งกันที่โต๊ะอาหาร อาหารทั้งหมดก็มาเสิร์ฟ
ซ่งเชียนหย่าถึงหาโอกาสคุยกับฉู่ลั่วได้ “ลองชิมดูสิ ของโปรดของลูกทั้งนั้นเลยนะ ครั้งต่อไปถ้าลูกจะกลับมาก็รีบบอกแม่ก่อนเลยนะ แม่จะได้ให้ในครัวทำเพิ่มอีกหลาย ๆ อย่างเลย”
ฉู่ลั่วกำลังจะตอบ แต่ฉู่หร่านก็พูดออดอ้อนขึ้นมาก่อน “แม่คะ จะทำแค่ของโปรดลั่วลั่วเหรอคะ ไม่ทำของหนูเหรอ?”
ซ่งเชียนหย่าเผยรอยยิ้มจนใจ “จ้า ทูนหัวของแม่ มีครั้งไหนบ้างที่ลูกกลับมาแล้วแม่ไม่ได้บอกให้ในครัวทำของโปรดให้ลูกล่ะ”
“แหะ ๆๆ หนูรู้อยู่แล้วละค่ะว่าแม่ชอบหนูที่สุด” เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารให้ซ่งเชียนหย่า “แม่คะ ลองชิมดูสิคะว่าอาหารที่หนูคีบให้อร่อยหรือเปล่า?”
“อร่อยจ้ะ อาหารที่ลูกคีบให้ต้องอร่อยอยู่แล้วสิ”
ฉู่หร่านลุกขึ้นคีบอาหารให้พ่อ ฉู่เหว่ยฮ่าวก็ชมไม่ขาดปากเช่นกัน
ฉู่หร่านจึงนั่งลงอย่างมีความสุขพลางเอ่ยเตือน “ลั่วลั่ว เธอก็รีบคีบอาหารให้พ่อแม่เร็วเข้าสิ”
ฉู่ลั่วยกมือจะไปคีบอาหาร
“เอ๊ะ! อาหารนั่นไม่ใช่ของชอบของแม่นะ”
“ว้าย อาหารจานนี้ หมอเคยเตือนไว้ว่าพ่อกินมากไม่ได้นะ”
“ลั่วลั่ว ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร!”
ฉู่หร่านถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าจนปัญหา “พวกเราเป็นลูกสาวก็ต้องใส่ใจพ่อแม่ เราเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่นะ จะไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแลพ่อแม่เหมือนพวกพี่ชายไม่ได้หรอกนะ”
ฉู่ลั่วคีบอาหารนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ แล้วลดมือลงอย่างช้า ๆ
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วกับฉู่หร่านที่แสนอ่อนโยน ก่อนลอบถอนใจอยู่เงียบ ๆ
ก็ไม่แปลกที่ตนจะลำเอียงไปหาหร่านหร่านมากกว่า
หร่านหร่านเป็นลูกสาวที่ใส่ใจและกตัญญูขนาดนี้ ใครจะไม่ชอบล่ะ!
ฉู่เหว่ยฮ่าวเองก็ส่ายหัวใส่ฉู่ลั่วเช่นกัน
ฉู่หร่านเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของทั้งสองคน สายตาของหล่อนก็เผยแววกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างซ่อนไม่อยู่
ฉู่เหิงกับฉู่จิงสบตากัน แล้วทั้งสองก็หันไปหาฉู่ลั่ว
แต่น้องสาวตัวจริงกลับค่อย ๆ ช้อนตาขึ้นมอง… ผีน่ากลัวที่เกาะหลังฉู่หร่านอยู่
ผีตัวนั้นเอาหัวพาดไว้บนไหล่ของหล่อน กรงเล็บที่แหลมคมจับผมกับคอหญิงสาวอยู่เป็นครั้งคราว
วินาทีต่อมา มันก็รู้สึกได้ถึงสายตาของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วจึงหันไปขยิบตาให้พี่ชายใหญ่กับพี่ชายรองแทน
ท่าทีของสองหนุ่มเคร่งขรึมขึ้นมาทันที แล้วรีบกลับสู่ท่าทีปกติโดยเร็ว
ส่วนฉู่หร่านเอาแต่พล่ามไม่หยุด เดี๋ยวก็บอกว่าตัวเองทำงานเหนื่อยอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็บอกว่าตอนอยู่ในรายการ ฉู่ลั่วทำให้หล่อนดูไม่ดี