เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 766 คำขอของฉู่ลั่ว
บทที่ 766 คำขอของฉู่ลั่ว
เสียงร้องไห้ของฉู่หร่านหยุดลงแล้ว “ให้หนูออกจากบ้านเหรอคะ?”
ซ่งเชียนหย่าพยักหน้า “ขอแค่ลูกออกจากบ้าน”
ทั้งยังมีคำพูดไร้เยื่อใยนั้นอีก แต่แม่ไม่พูดมันออกมา
ฉู่จ้านขมวดคิ้ว “นี่มันก็… นี่มันก็…”
“หนูไม่ไป! หนูไม่ออกจากบ้าน!” ฉู่หร่านซุกตัวในอ้อมกอดของซ่งเชียนหย่า แล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง “หนูจะไม่จากพ่อแม่ไปไหน หนูจะไม่จากพ่อแม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ฉู่จ้านมองน้องสาวร้องไห้ปวดใจอยู่ข้าง ๆ ก็ถอนหายใจออกมา เขารอจนเสียงร้องของฉู่หร่านเบาลง ถึงได้ถามต่อว่า “ยังมีความต้องการอื่นไหมครับ?”
“ไม่มีแล้ว เธอแค่อยากให้หร่านหร่านย้ายออกจากบ้านตระกูลฉู่”
ฉู่จ้านกะพริบตาปริบ “แค่ย้ายออกจากบ้านตระกูลฉู่เหรอครับ?”
ไม่ต้องบอกเล่าภูมิหลังของฉู่หร่านต่อหน้าตระกูลร่ำรวยของเมืองเจียง
และไม่ได้ขอให้หร่านหร่านตัดความสัมพันธ์กับตระกูลฉู่?
แค่ขอให้ย้ายออก?
แค่นี้เองหรอ?
ฉู่จ้านดวงตาเป็นประกาย “แค่ย้ายออกเอง นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะ!”
ซ่งเชียนหย่าพูดต่อ “ลั่วลั่วไม่ให้ฉู่หร่านกลับมาบ้านตามใจ ต้องให้ลั่วลั่วกลับมาที่บ้าน หร่านหร่านถึงจะมาได้ และไม่ให้พวกเราไปเจอฉู่หร่านตามใจ…”
แววตาของฉู่หร่านวูบไหวตอนที่ได้ยินคำขอร้องเหล่านี้ หล่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเอ่ยเสียงเบา “ถ้าหนูคิดถึงแม่ ก็มาหาแม่ไม่ได้เหรอคะ?”
ซ่งเชียนหย่าถอนหายใจอย่างหมดหนทาง “ลั่วลั่วขอร้องไว้แบบนั้น”
ฉู่หร่านไม่ยอม
ซ่งเชียนหย่าก็ไม่ยอม
แต่ฉู่จ้านกลับรู้สึกว่าคำขอนี้ไม่ใช่เรื่องยากจะรับได้
หร่านหร่านโตเป็นผู้ใหญ่ สามารถย้ายออกจากบ้านตระกูลฉู่ได้แล้ว
ย้ายออกไป ก็ได้มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง และได้มีสังคมของตัวเองด้วย
พี่ชายสามอยากจะเอ่ยปาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของฉู่หร่านกับแม่ คำพูดก็ติดอยู่ตรงริมฝีปาก
ฉู่จ้านอาศัยตอนที่สองแม่ลูกกำลังงอแง แอบออกไปจากห้องของฉู่หร่าน
ตอนยืนอยู่ตรงโถงทางเดิน เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ในหัวคิดถึงคำพูดของฉู่เหิงวันนี้
ทุกอย่างที่ว่ามา ก็ใช่ว่าเมื่อก่อนพี่ใหญ่ไม่เคยพูดมาก่อน
แต่ตอนนั้นเรามีการตอบสนองยังไงนะ?
เราไม่คิดว่าหร่านหร่านทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว?
หร่านหร่านไม่อยากออกจากบ้านไป …ก็ปกติไม่ใช่เหรอ?
หร่านหร่านไม่อยากให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านของพวกเขา …ก็ยิ่งปกติไม่ใช่หรือไง?
แต่วันนี้เมื่อได้ฟังคำพูดเหล่านั้นอีกครั้ง เรากลับรู้สึกแปลกขึ้นมาทันที
ราวกับว่า…
หร่านหร่านเป็นคนเจ้าแผนการ
หร่านหร่านเป็น… ผู้หญิงตอแหล
ทันทีที่ความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาในสมอง ฉู่จ้านก็รีบส่ายหน้า
ชายหนุ่มพูดเสียงเบา “เราต้องถูกฉู่ลั่วทำให้สับสนแน่”
เราจะหลงกลฉู่ลั่วเหมือนพี่ใหญ่กับพี่รองไม่ได้
หลังจากพี่ใหญ่กับพี่รองเปลี่ยนไปเพราะฉู่ลั่ว ครอบครัวก็ตกอยู่ในความอลหม่าน
หากตอนนี้เรายังไม่ยืนอยู่ข้างหร่านหร่านอีก หร่านหร่านก็ไม่เหลืออะไรแล้วไม่ใช่เหรอ?
ยิ่งสมองของฉู่จ้านคิดมากเท่าไหร่ ในใจยิ่งรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผลจนขมวดคิ้วแน่น
คิดไปคิดมา เขาก็เดินไปหาสถานที่เงียบ ๆ หยิบโทรศัพท์ออกมา ติดต่อไปหาหมายเลขหนึ่ง
หลังจากอีกฝ่ายรับสาย เขาก็ถามเลยว่า “ปรมาจารย์ที่นายเล่าให้ฟังล่ะ ช่วงนี้มีข่าวคราวอะไรบ้างไหม?”
“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ท่านปรมาจารย์กลับบ้านไปแล้ว”
ฉู่จ้านสงสัย “ปรมาจารย์ละทางโลก มีครอบครัวกับเขาด้วยเหรอ?”
“โอ๊ย พูดแล้วก็เหมือนนิยายน้ำเน่านะ ท่านปรมาจารย์ไม่ได้ถูกครอบครัวนั้นเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก หลังจากกลับไปที่บ้าน ครอบครัวนั้นก็ไม่ดีกับเธอ แต่ยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกัน บางครั้งก็ต้องทำเพื่อรักษาหน้า”
ฉู่จ้านได้ยิน ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ “ต่อให้ท่านปรมาจารย์ไม่ได้ถูกเลี้ยงมาในครอบครัว แต่ก็เป็นลูกเขาคนหนึ่ง ทำไมถึงทำไม่ดีกับปรมาจารย์ล่ะ นี่มันครอบครัวตาบอดแบบไหนเนี่ย”
“ใช่ไหมล่ะ! นายก็คิดแบบนั้นใช่ไหม!” ปลายสายโกรธเคืองมาก “ที่แปลกกว่านั้นคือ ครอบครัวนั้นไล่ท่านปรมาจารย์ออกจากบ้าน แต่ท่านปรมาจารย์ใจกว้าง ไม่ติดใจเอาความกับเรื่องบ้า ๆ ที่ครอบครัวทำ แถมยังให้ความร่วมมือเพื่อรักษาหน้าของพวกเขาอีก”
“ถุย ถุย ถุย ถ้าเป็นฉันนะ ฉันทนไม่ไหวหรอก!”
ฉู่จ้านก็โกรธมากเช่นกัน “ฉันก็ทนไม่ได้! ทำไมต้องพยายามรักษาหน้าให้อีก ถ้าฉันมีชีวิตที่ไม่ดี ครอบครัวนั้นก็อย่าได้มีชีวิตที่ดีเลย”
อีกฝ่ายถอนหายใจ “เพราะแบบนี้ท่านเลยเป็นปรมาจารย์ยังไงล่ะ ส่วนพวกเรามันก็แค่คนธรรมดา”