เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 767 ไม่มีอะไรแปลก
บทที่ 767 ไม่มีอะไรแปลก
ฉู่จ้านถอนหายใจเช่นกัน ในสมองของเขาเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงถามเสียงเบาว่า “ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง…”
“ว่า?”
“มีเพื่อนคนหนึ่งที่บ้านของเขาเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เขามาถามความคิดเห็นจากฉัน แต่ฉันยังคิดอะไรไม่ออกเลย พอจะช่วยได้ไหม?”
“เรื่องอะไร แล้วนายมีเพื่อนที่ฉันไม่รู้จักด้วยเหรอ?”
ฉู่จ้านไม่สนใจความสงสัยของอีกฝ่าย แต่เลี้ยวกลับเข้าประเด็น “ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คือที่บ้านของเพื่อนฉันมีน้อง… น้องชายสองคน เพราะเหตุผลบางอย่าง น้องชายคนหนึ่งเลยถูกเลี้ยงดูมาข้างนอก”
“ตอนนี้เขากลับมาที่บ้าน แล้วรู้สึกว่าครอบครัวติดหนี้เขา แถมยังทะเลาะกับน้องชายอีกคนตลอด…”
“ฝาแฝดหรอ?” อีกฝ่ายถาม
ฉู่จ้านครุ่นคิด “ก็… ไม่เชิงว่าเป็นฝาแฝดหรือเปล่านะ?”
“แล้วทำไมต้องส่งอีกคนออกไป แล้วเหลืออีกคนไว้ล่ะ?”
“โอ๊ย ก็เพราะเหตุผลพิเศษบางอย่างนั่นแหละ น้องชายที่อยู่ที่บ้านคนนั้น กลัวว่าน้องชายที่กลับมาจะแย่งความรักของครอบครัวไป เลยทำเรื่องบางอย่าง… ตอนนี้น้องชายที่ถูกส่งออกไปรู้เรื่องเข้า ในบ้านเลยวุ่นวายขึ้นมา”
สมองของฉู่จ้านประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาพูดเรื่องที่ฉู่หร่านทำออกมาสองสามเรื่อง แต่เป็นแค่การสรุปแบบคร่าว ๆ เท่านั้น จากนั้นจึงถามอย่างระมัดระวัง “นายคิดว่าเพื่อนคนนี้ของฉัน ควรยืนอยู่ข้างน้องชายคนไหน”
อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่ง
ฉู่จ้านถามย้ำอีกครั้ง “คนไหน?”
อีกฝ่ายถึงตอบมาว่า “ขึ้นอยู่กับความรู้สึกมั้ง?”
ฉู่จ้านเอ่ยปาก “ถ้าเกิดว่ามองคนผิดล่ะ”
“มองถูกหรือผิดแล้วเกี่ยวอะไรล่ะ น้องชายคนนั้นเป็นพวกเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ… นายควรแนะนำเพื่อนของนายนะ! ระวังสมบัติในบ้านจะไม่เหลือ”
ฉู่จ้านกำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว “นายบอกว่าเป็นพวกเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ คือ…”
“ก็ต้องเป็นน้องชายคนที่อยู่ที่บ้านไงล่ะ! วิธีการแบบนี้ คนปกติคิดไม่ได้หรอก นี่เหมือนอยากให้อีกฝ่ายถึงตายหรือเสียชื่อเสียงเลยนะ”
“ถุย ถุย ถุย ถ้านายไม่บอกว่าเป็นฝาแฝด ฉันคงคิดว่าพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่เป็นศัตรูกันไปแล้ว!”
ฉู่จ้าน “…”
“นายแนะนำเพื่อนโง่ ๆ ของนายคนนั้นหน่อย! น้องชายในบ้านเขาแผนการล้ำลึกมาก เป็นไปไม่ได้ที่เขาอยากอยู่ในบ้านอย่างเดียว แต่ต้องการทรัพย์สินของตระกูลแน่นอน!”
ฉู่จ้าน “…”
อีกฝ่ายถอนหายใจพลางพูดอีกสองสามประโยค ถึงได้วางสายไป
ทิ้งให้ฉู่จ้านกำโทรศัพท์ไว้ในมือพร้อมกับความสับสน
ชายหนุ่มเปิดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นหนึ่ง ก่อนจะตั้งกระทู้ถามคำถามของตนเองลงไปว่า
[ผมมีน้องสาวสองคน หนึ่งในนั้น… ผมอยากรู้ว่า ระหว่างใครกันแน่ที่มีปัญหา?]
หลังจากคำถามถูกโพสต์ไปแล้ว รออยู่สักพักก็ยังไม่มีใครตอบ เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจ ทอดมองออกไปข้างนอกด้วยสายตาว่างเปล่า
ขณะที่กำลังคิด ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากบันได
ครั้นหันหน้าไปมอง ก็เห็นฉู่เหิงกับฉู่จิงเดินเข้าไปในห้องนอนของฉู่ลั่ว
ดึกขนาดนี้ พวกเขาสามคนมารวมตัวกันปรึกษาเรื่องอะไรนะ?
แต่คิดอย่างไร ฉู่จ้านก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี พวกเขายังมีอะไรต้องหารือกันด้วยงั้นหรอ
พวกพี่ชายต้องคุยกันว่าจะไล่หร่านหร่านออกจากบ้านตระกูลฉู่ได้ยังไง!
ฉู่จ้านถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหย่อนก้นนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง สายตาว่างเปล่ามองไปอย่างไร้จุดหมาย
…
ในห้องนอนของฉู่ลั่ว
ฉู่จิงกับฉู่เหิงยืนอยู่ตรงหน้าเธอท่าทางประหม่า
สายตาของฉู่ลั่วมองหน้าพี่ชายทั้งสองสลับกันไปมา เพ่งสายตาอย่างละเอียด สุดท้ายก็ส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ”
ฉู่เหิงถาม “เธอดูให้ละเอียดหน่อย ไม่มีจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
“อวิ๋นเสากับลูกของพี่ล่ะ โดนผลกระทบอะไรไหม?”
“ดวงชะตาสามีภรรยาและดวงชะตาบุตรธิดาไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ”
ฉู่เหิงระบายลมหายใจออกมาอย่างแรง เขาผ่อนคลายความตึงเครียดลง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง
แม้แต่เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อครู่น้ำเสียงตนกำลังสั่น
ตอนทำเรื่องพวกนี้ เขาไม่กลัวอะไรเลย กลัวแค่มันจะเป็นการทำร้ายอวิ๋นเสากับลูก
ฉู่จิงที่ลมหายใจติดขัดก็รอคอยเช่นกัน
“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ”
ฉู่จิงโล่งใจแล้ว
แม้แต่ฉู่ลั่วก็โล่งอกเหมือนกัน
ทั้งสามคนมองหน้ากัน ในดวงตาเผยให้เห็นรอยยิ้ม
ฉู่ลั่วบอกให้ฉู่เหิงไปซื้อกุมารหยินไม้มา หลังสอบถามกับสัมภเวสีเด็กแล้ว จากนั้นก็ให้ฉู่จิงมอบให้กับฉู่ลั่ว
กุมารหยินไม้กับกุมารทองมีวิธีทำเหมือนกัน ขอเพียงเลี้ยงดูให้ดี ก็จะนำพาโชคลาภมาให้เจ้าของ แต่กฎในการดูแลนั้นมีเยอะมาก หากไม่ระวังอาจถูกกุมารหยินย้อนกลับมาทำร้ายได้
ครั้งก่อนหลังจากฉู่หร่านทำลายพระเครื่อง ฉู่ลั่วก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ
เธอยิ้มเยาะระบบในใจ ‘หึ ลูกรักสวรรค์มีช่องโหว่เยอะไปหน่อยหรือเปล่า’
ระบบสั่นสะท้าน ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ