เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 768 เจ้าของกระทู้คิดอะไร?
บทที่ 768 เจ้าของกระทู้คิดอะไร?
ฉู่เหิงสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง เขาเดินไปที่ระเบียง พลางหยิบโทรศัพท์มาโทรติดต่อไปหาเวินอวิ๋นเสา ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “รบกวนคุณหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร แค่จู่ ๆ อยากโทรหาน่ะ อีกสักพักผมจะนอนแล้ว”
“คุณก็นอนเร็วหน่อยนะ ถ้ามีอะไรไม่สบายอย่าทนนะต้องบอกแม่บ้าน แล้วโทรมาหาผมด้วย”
“อืม พรุ่งนี้ผมก็กลับแล้วละ”
เห็นฉู่เหิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าอ่อนโยน ฉู่จิงก็หยิบโทรศัพท์ออกมาบ้าง แต่ตอนที่เปิดดูรายชื่อผู้ติดต่อ กลับเห็นว่าตัวเองไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ของจั่วโยวโยวกับลูกสาวเลย
พี่ชายรองมองมือถืออย่างหดหู่
ฉู่เหิงเดินเข้ามาเห็นดังนั้นจึงแอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ลั่วลั่ว”
“หืม?”
“ช่วยติดต่อไปที่คฤหาสน์ในตี้จิงได้ไหม ดูว่าตอนนี้จั่วโยวโยวกับลูกสาวเขาเป็นยังไงบ้าง? ปลอดภัยดีหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า แล้วโทรติดต่อไปทันที
ปลายสายเป็นหัวหว่านที่มารับ
ฉู่จิงตาโต มองน้องสาวด้วยความคาดหวัง
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ยื่นโทรศัพท์ให้เขา เธอแค่ถามคำถามสองสามคำถามท่ามกลางสายตาผิดหวังและประหลาดใจของพี่ชายรองก่อนจะวางสายไป
“หัวหว่านบอกว่า พวกเธอสองแม่ลูกเข้านอนแล้ว”
“วันนี้พวกเธอไปช็อปปิงกัน ค่อนข้างเหนื่อยก็เลยนอนเร็วค่ะ”
ฉู่เหิง “…”
เขาหันหน้าไปมองฉู่จิง
ฉู่จิงส่ายหน้ากลับมาให้ “แค่รู้ว่าพวกเธอสองแม่ลูกปลอดภัย ก็น่าดีใจมากแล้วครับ”
ส่วนเรื่องอื่น เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ฉู่จ้านอยู่ในมุมหนึ่งมองฉู่เหิงกับฉู่จิงเดินออกมาจากห้องนอนของฉู่ลั่ว แล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา ชั่วเวลาขณะหนึ่ง แอปพลิเคชันก็แจ้งเตือนว่ามีคนเข้ามาตอบคำถามจำนวนไม่น้อย
ฉู่จ้านรีบไล่อ่านทีละข้อความ
[เจ้าของกระทู้ พูดตามตรงนะ คิดอะไรกับน้องสาวที่เก็บมาเลี้ยงคนนั้นหรือเปล่า? ถ้าคิดก็บอกมาตามตรง พวกคุณไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ ยังแต่งงานกันได้นะ]
[เดี๋ยว! ลองสมมุติว่าตัวเองเป็นน้องสาวแท้ ๆ สิ พวกเธอไม่รู้สึกว่าพี่ชายคนนี้กับน้องสาวตัวปลอมน่ารังเกียจบ้างเหรอ ตั้งถามคำถามแบบนี้ออกมาได้ โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่]
[น้องสาวตัวปลอมห่วงว่าหลังจากน้องสาวตัวจริงกลับมา คนในครอบครัวจะไม่รักเธอแล้ว ก็เลยให้พวกพี่ชายตัวทำตัวเย็นชาใส่น้องสาวตัวจริง พี่ชายพวกนั้นก็ทำตามด้วย? …อิหวังวะ คนเป็นผู้ใหญ่เขาทำเรื่องแบบนี้กันเหรอ?]
เห็นข้อความตอบกลับแรก ฉู่จิงก็สบถเสียงเบาหนึ่งประโยค แต่ยิ่งเลื่อนไปถึงข้อความหลัง ๆ หัวใจของเขายิ่งเย็นยะเยือก ในสมองยิ่งเกิดความสงสัยหนักขึ้นเรื่อย ๆ
พี่ชายสามทำได้เพียงตอบไปหนึ่งข้อความว่า
[พวกคุณไม่ได้รู้จักเธอดี เธอเป็นคนจิตใจดีใสซื่อมาก แค่กลัวว่าตัวเองจะสูญเสียครอบครัวไปก็เท่านั้น]
ข้อความนี้เพิ่งโพสต์ได้ไม่นาน ก็มีคำตอบเด้งขึ้นมาไม่น้อย
[โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย เธอจิตใจดี เธอใสซื่อ แล้วคุณจะบอกว่าใครร้ายกาจ ใครเจ้าแผนการล่ะ? น้องสาวแท้ ๆ คนนั้นเหรอ? บ้าบอ!]
[ไล่ลูกสาวตัวจริงของคนอื่นออกไปเรียกใสซื่อ จิตใจดีเหรอ? ทัศนคติของเจ้าของกระทู้มีปัญหานะ!]
ฉู่จ้านอ่านข้อความนี้ เขาก็รีบตอบกลับทันที
[เธออยากไปเอง พวกเราไม่ได้ไล่เธอไป]
[ไม่ได้ไล่ แต่ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอออกไป ยังจะมาทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก เพื่อ? คุณกับน้องสาวตัวปลอมของมันก็คนประเภทเดียวกัน ให้บอกว่าคุณไม่ได้ชอบเธอ คงมีแต่ผีที่เชื่อ!]
ฉู่จ้านนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น พลางจิ้มไปบนหน้าจอ แล้วเริ่มตอบกลับอย่างรวดเร็ว
ยิ่งตอบกลับ เขาก็ยิ่งหัวร้อน ทะเลาะกับชาวเน็ตหนักขึ้น
…
แสงยามเช้าส่องสว่างก็มีการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ
“ว้าย คุณชายสาม ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ?” น้ำเสียงประหลาดใจดังขึ้นมา
ฉู่จ้านตกใจ เขาลืมตาขึ้นมามองก็เห็นสาวใช้กำลังทำความสะอาดอยู่
ชายหนุ่มก้มหน้ามองโทรศัพท์ของตัวเอง ก็พบว่ามันแบตหมดจนดับไปแล้ว
เมื่อคืนเขาใช้เวลาทั้งคืนไปกับการตอบโต้ชาวเน็ต เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองกับฉู่หร่านมีความสัมพันธ์แบบพี่ชายน้องสาวอย่างบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่าหร่านหร่านไม่ใช่ผู้หญิงร้ายกาจแบบที่พวกเขาบอก
แต่ตอบไปตอบมา เขาก็หลับไปแล้ว
“ไม่มีอะไร เธอไปทำงานของตัวเองเถอะ”
คนรับใช้จากไปพร้อมความสงสัย
ฉู่จ้านขยับขาอย่างระมัดระวัง แค่ขยับก็รู้สึกได้ว่าโดนเหน็บกินมาทั้งคืนแล้ว เขาส่งเสียงโอดโอยขณะนวดขาตัวเอง จึงค่อย ๆ พิงกำแพงยืนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก สีหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
วินาทีต่อมา ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นมอง
พลันเห็นฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงทางลงบันได ส่งสายตางุนงงมาหาเขา
ฉู่จ้าน “…”