เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 771 ออกจากบ้านตระกูลฉู่
บทที่ 771 ออกจากบ้านตระกูลฉู่
ฉู่เหิงสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่น
“แม่ครับ เรื่องนี้ถ้าจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่ใช่ความผิดหร่านหร่านคนเดียว แม่กับพ่อก็ผิดด้วย พวกเราในฐานะพี่ชายก็มีส่วนผิด”
ฉู่เหว่ยฮ่าวขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินลูกชายคนโตพูดต่อ “พวกเราให้ท้ายหร่านหร่านมากเกินไป ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่าเรื่องอะไรเราก็ช่วยจัดการให้หมด ทำให้เธอคิดว่าบนโลกใบนี้ นอกจากเธอแล้ว พวกเราจะรักใครไม่ได้อีก”
ฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่าเงียบไปแล้ว
“พ่อครับ แม่ครับ หร่านหร่านโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอควรเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ด้วยตัวเอง”
“พวกเราปกป้องเธอไปได้ทั้งชีวิตก็จริง แต่การปกป้องของพวกเรา ไม่ควรเป็นการทำร้ายคนอื่นใช่ไหมครับ?”
“พ่อ… เรื่องของผม เรื่องของอาจิง จะจริงหรือเท็จ ถ้าพ่ออยากจะสืบ พ่อต้องสืบหาความจริงออกมาได้แน่นอนครับ” ฉู่เหิงวางยาขนานใหญ่แล้ว “แต่จะจริงหรือเท็จไม่สำคัญ… ไม่ใช่เหรอครับ?”
“ตอนนี้คือทำยังไงจะแก้นิสัยของหร่านหร่านได้”
“ก่อนอื่น ก็ให้หร่านหร่านย้ายออกจากบ้านตระกูลฉู่ ให้เธอไปใช้ชีวิตคนเดียวดูบ้าง จะให้เธออยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”
“พ่อกับแม่คิดยังไงครับ?”
…
ฉู่หร่านนั่งอยู่ในห้องนั่ง นั่งก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ อย่างน่าสงสาร
ฉู่จ้านเห็นแล้วก็เวทนามาก ยากจะเข้าไปนั่งปลอบใจเธอ แต่ในสมองกลับเอาแต่คิดถึงคำพูดของชาวเน็ตอย่างควบคุมไม่ได้ เขาทำได้เพียงนั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมเอ่ยปลอบเสียงเบา “หร่านหร่าน เธออย่าร้องเลย พี่สามเชื่อเธอนะ”
ฉู่หร่านเงยหน้า เธอสะอื้นจนตาพร่ามัว “จริงเหรอคะ”
“แน่นอน พี่สามเชื่อเธอแน่อยู่แล้ว”
ฉู่หร่านยิ้มทั้งน้ำตา “พี่สามดีที่สุดเลยค่ะ! หนูรักพี่สามที่สุดเลย หนูไม่รักพี่ใหญ่กับพี่รองแล้ว!”
รัก…
เมื่อคำนี้ออกมา สีหน้าของฉู่จ้านก็แข็งค้างทันที
น้องสาวรักพี่ชาย เป็นเรื่องปกติมาก
ระหว่างพวกเขาคือความบริสุทธิ์ใจ
หร่านหร่านก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเขาเช่นกัน
แน่นอนว่าไม่มี!
ฉู่จิงเดินมาหยุดอยู่ข้างฉู่ลั่ว ก่อนกระซิบถามเสียงเบาหนึ่งประโยค “ยังอยู่ไหม?”
ฉู่ลั่วมองไปที่กุมารหยินซึ่งเกาะอยู่บนตัวฉู่หร่าน แล้วพยักหน้า
เขาโล่งอกไปที
…
สิบนาทีต่อมา พี่ชายใหญ่ พ่อ กับแม่ก็เดินเข้ามาแล้ว
ฉู่เหิงพยักหน้าเบา ๆ ให้น้อง ๆ
ฉู่จิงยกมุมปากขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม แต่ไม่นานก็หยุดเอาไว้
เรื่องราวยังไม่สำเร็จอย่างสมบูรณ์…
อีกด้าน ซ่งเชียนหย่าพูดสิ่งที่พวกเขาตัดสินใจแล้วออกมา ฉู่หร่านลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยิน มองพวกเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พ่อกับแม่จะไล่หนูออกไปเหรอคะ?”
“ไม่ได้ไล่ออกไป” ซ่งเชียนหย่ารีบอธิบาย “จะไล่ลูกออกไปได้ยังไงกันล่ะ? ที่นี่เป็นบ้านของลูกตลอดไป พวกเราก็เป็นพ่อแม่ของลูกตลอดไป”
“เพียงแต่ลูก… จะอยู่กับพ่อแม่ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ ต้องออกไปลองใช้ชีวิตคนเดียวบ้าง”
ฉู่เหว่ยฮ่าวก็พูดเช่นกัน “ลูกวางใจได้ ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองเจียงหรือตี้จิง ลูกอยากซื้อบ้านที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น อยากซื้อบ้านหลังใหญ่ขนาดไหนก็ได้ทั้งหมด”
ฉู่หร่านกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลออกมาจากขอบตา มองพวกเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ซ่งเชียนหย่าปวดใจมาก อยากจะกลับคำเสียเดี๋ยวนั้น แต่เมื่อคิดถีงคำพูดของฉู่เหิง
ว่าท้องของเวินอวิ๋นเสาใหญ่ขึ้นแล้ว ทั้งสองตระกูลต้องหารือเรื่องการแต่งงานได้แล้ว
ตระกูลเวินไม่พอใจลูกชายคนโตมากอยู่แล้ว หากรู้เรื่องที่ฉู่หร่านทำในตอนนั้นอีก ต้องไม่ยอมให้เวินอวิ๋นเสาแต่งเข้าบ้านตระกูลฉู่แน่นอน
ยังมีเรื่องของจั่วโยวโยวกับลูกสาวอีก…
ซ่งเชียนหย่าลำบากใจทั้งสองทาง “หร่านหร่าน แค่ออกไปอยู่ข้างนอกเท่านั้นเอง”
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สามของลูก ยังมีลั่วลั่วอีก พวกเขามีบ้านอยู่ข้างนอกกันหมด กลับมาบ้านแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ที่นี่ก็ยังเป็นบ้านของพวกเขานะ”
“มันไม่เหมือนกันค่ะ!” ฉู่หร่านตะโกนเสียงดัง “นี่มันไม่เหมือนกัน! หนูไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อกับแม่”
“พ่อกับแม่ไม่ต้องการหนูแล้ว แค่อยากไล่หนูออกไป!”
ทั้งที่เมื่อก่อนเคยพูดเอาดิบดีว่า ต่อให้ฉู่ลั่วกลับมา ทุกคนจะยังรักฉันเหมือนเมื่อก่อน แต่เพราะอะไร…
“ทำไมทุกคนถึงไม่รักษาคำพูด ทำไมทุกคนต้องทอดทิ้งหนูเพราะเธอด้วย!”
หล่อนร้องไห้เสียงดัง
ซ่งเชียนหย่ารีบปลอบใจ ฉู่เหว่ยฮ่าวก็ปวดใจมากเช่นกัน
สองสามีภรรยาคอยพูดปลอบอยู่ข้าง ๆ
ไม่ง่ายเลยที่จะปลอบฉู่หร่านให้สงบลงได้ หล่อนสะอื้นถามว่า “หนูไม่ออกไปจากบ้านได้ไหมคะ? หนูไม่อยากอยู่ห่างกับพ่อแม่”