เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 772 อยู่ที่เมืองเจียง
บทที่ 772 อยู่ที่เมืองเจียง
ซ่งเชียนหย่า “…”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
ตามความคิดเห็นของพ่อแม่ แน่นอนว่าไม่อยากให้ฉู่หร่านออกไป
แต่ว่า…
พอมองดูท่าทางของฉู่เหิง ซ่งเชียนหย่าก็เม้มปาก
ฉู่เหว่ยฮ่าวกล่าวเสียงทุ้ม “หร่านหร่านเด็กดี ต่อให้ไม่อยู่ที่บ้าน พ่อแม่ก็รักลูกเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดี”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่จ้านก็พูดเกลี้ยกล่อมอยู่ข้าง ๆ “หร่านหร่าน เธอดูสิ พวกก็ออกจากบ้านไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นลูกของบ้านนี้อยู่”
“เธอออกจากบ้าน ก็ไม่เกี่ยวว่าเธอจะใช่หรือไม่ใช่น้องสาวของพวกเราหรอกนะ”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนเลื่อนไปบนใบหน้าของพวกเขาทีละน้อย ท้ายที่สุดก็มาตกที่ลูกสาวตัวจริงของบ้าน
เมื่อเห็นใบหน้าสงบของฉู่ลั่ว หล่อนก็หัวเราะเยาะออกมา “เธอพอใจแล้วใช่ไหม? ตอนนี้ไล่ฉันออกไปได้แล้ว เธอก็ได้ครอบครองบ้านนี้ไว้คนเดียว”
“นี่คือเป้าหมายของเธอใช่ไหม!?”
ฉู่ลั่วตอบเสียงเรียบ “บ้านนี้ไม่ได้มีทายาทแค่คนเดียว แต่ไหนแต่ไรก็ไม่มีใครครอบครองบ้านนี้ไว้เองได้อยู่แล้ว”
“ฉันทำไม่ได้” เธอเงียบไปชั่วขณะ สายตาเย็นชามองไปที่ลูกสาวตัวปลอมของบ้าน “เธอก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”
“…” ฉู่หร่านไม่มีข้ออ้างได้อีกแล้ว “ได้! อยากไล่ฉันไปใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไป! แค่ฉันไปก็พอแล้วใช่ไหม!”
พูดจบ หล่อนก็วิ่งขึ้นไปข้างบน ตรงเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง
ซ่งเชียนหย่าจะตามไป แต่ก็ถูกฉู่เหิงรั้งไว้ “แม่ครับ ท้องของอวิ๋นเสาจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดเจนแล้ว ผมไม่อยากให้คนคิดว่า ผมแต่งงานกับอวิ๋นเสาเพราะเธอมีลูก”
“เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรไปพบตระกูลเวินให้เร็วที่สุด แม่คิดว่ายังไงครับ?”
ซ่งเชียนหย่าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า “ได้เลย ลูกวางใจ ทางฝั่งแม่ไม่มีปัญหาแน่นอน ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของตระกูลเวิน”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเองก็หันมาสนใจลูกชายคนโต “ในที่สุดแกก็ตัดสินใจแต่งงานมีลูกแล้ว! ฉันกับแม่ของแกดีใจมาก จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแน่นอน”
ฉู่เหิงรั้งพ่อกับแม่ไว้ ก่อนจะขยิบตาเป็นสัญญาณให้ฉู่จิง
น้องรองพยักหน้า พาพ่อบ้านหยางกับคนรับใช้ขึ้นไปข้างบน
ฉู่หร่านที่กำลังสะอื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบปล่อยโฮออกมาทันที
เธอร้องไห้อย่างน่าเวทนา
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ก็ฟูมฟายให้น่าสงสารกว่าเดิม
“เก็บข้าวของของคุณหนูได้เลย หร่านหร่าน เธอมาดูว่าจะเอาอะไรไปบ้าง เอาของติดตัวไปนิดหน่อยก็พอแล้ว ที่เหลือไม่ต้องขนไปก็ได้”
เสียงร้องไห้ของฉู่หร่านหยุดลงทันที
เธอเงยหน้ามองทั้งที่น้ำตาเต็มหน้า “พี่รอง…”
ฉู่จิงนั่งลงข้างเตียงพร้อมสีหน้าอ่อนโยน มุมปากมีรอยยิ้ม ก่อนจะพูดกับฉู่หร่านด้วยท่าทางเหมือนกับเมื่อก่อน
แต่พอบวกเข้ากับแผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้า ทำให้รอยยิ้มนั้นดูน่าสยดสยองขึ้นหลายส่วน
“หร่านหร่าน พ่อแม่กับพวกพี่ชายหวังดีกับเธอนะ”
ฉู่หร่านคิดจะพูด ฉู่จิงก็เอ่ยปากสั่งคนรับใช้ให้เก็บของ ก่อนจะหันมาย้ำอีกครั้ง “พวกเราหวังดีกับเธอจริง ๆ เธอลองดูว่าจะย้ายไปเมืองไหนดี? ที่เมืองเจียงต้องมีคฤหาสน์หลังอื่นให้เธออยู่แน่นอน”
“ทางตี้จิงก็เจริญกว่าหน่อย แต่ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าชอบเมืองหรงไม่ใช่เหรอ? จะย้ายไปเมืองหรงก็ได้นะ!”
เมืองหรง?
เมืองหรงที่อยู่ห่างเมืองตี้จิงออกไปแปดร้อยกว่ากิโลเมตรน่ะนะ!?
“ไปที่ไหนดีล่ะ?”
ฉู่หร่านจะพูดว่าไม่อยากย้ายออกไป แต่ยังไม่ทันได้ปริปาก ฉู่จ้านก็กล่าวขึ้นมาก่อน “เมืองหรงแล้วกัน! ในเมื่อเธอชอบเมืองหรง ย้ายไปเมืองที่ตัวเองชอบจะได้ปรับตัวง่ายขึ้น…”
“หนูจะอยู่ที่เมืองเจียง!”
“เอานั้นก็ได้” ฉู่จิงไม่ได้ห้ามหล่อน “เมืองเจียงอยู่ใกล้บ้าน เธอรีบมาดูสิว่าจะเอาอะไรไป ไม่เอาอะไรไปบ้าง”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนไม่เคยคิดจะไปไหน แต่ท่าทางของฉู่จิงชัดเจนมากแล้วว่าไม่คิดจะให้อยู่ที่นี่อีกต่อไป
ฉู่หร่านยืนขึ้น เช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วเริ่มชี้ของที่จะเอาไปให้คนรับใช้เก็บ
หล่อนเก็บจนเต็มกระเป๋าขนาดยี่สิบนิ้วหนึ่งใบ ซึ่งน้อยกว่าของที่ขนไปทำงานนอกบ้านเสียอีก
กระเป๋าใบนั้นถูกฉู่จิงยกลงมาข้างล่าง ทุกคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก เห็นภาพนั้นต่างก็เงียบลงทันที
ซ่งเชียนหย่ายืนขึ้นถามว่า “เอาของไปแค่นี้เองเหรอลูก?”
ไม่รอให้ฉู่หร่านตอบอะไร ผู้เป็นแม่ก็พูดขึ้นอีกว่า “เอาไปแค่นี้ก็ดี เวลากลับบ้านจะได้สะดวก อยู่ข้างนอกขาดเหลืออะไรก็ซื้อใหม่ได้”
ฉู่หร่าน “…”