เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 779 วัดจิ่งไท่
บทที่ 779 วัดจิ่งไท่
วันรุ่งขึ้น
ฉู่ลั่วพาจิ่งเจียเหยียนและต้นไห่ถังกระถางหนึ่งออกจากคฤหาสน์
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวหน้าหงิกหน้างอ ถามอย่างห่วงใยว่า “พวกพี่สาวจะเจอนํ้าอมฤตไหม ทำไมถึงไม่ยอมให้พวกเราไปด้วย”
เฉิงยวนยกมือเคาะหัวเด็กผู้หญิงตัวน้อยเบา ๆ “นั่นวัดจิ่งไท่เชียว เจ้าไม่เคยเห็นคำอธิบายในเน็ตหรือ วัดที่สืบทอดกันมาเกือบพันปี จนสามารถบ่มเพาะนํ้าอมฤตออกมาได้”
“ผีร้ายอย่างเราเข้าไปได้ที่ไหน?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวยังเจ็บใจ “แต่พี่เจียเหยียนก็ไปด้วยนี่”
“นั่นเป็นสถานที่บำเพ็ญของนาง มันเหมือนกันที่ไหน” เฉิงหยวนจับซ่งเมี่ยวเมี่ยวไว้มือหนึ่ง อีกมือรวบเจ้าก้อนวิญญาณที่เหลือไว้หมดก่อนจะลากเข้าคฤหาสน์ “ยอมกลับเข้าไปแต่โดยดีกันซะ!”
บนรถ…
จิ่งเจียเหยียนวางไห่ถังไว้ด้านหนึ่ง มือกอดอกมองฉู่ลั่วที่นั่งข้างคนขับ สลับฮั่วเซียวหมิงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างเดือดดาล
“ทำไมต้องให้ลั่วลั่วนั่งที่นั่งข้างคนขับด้วย! ที่นั่งนี้มีโอกาสตายจากอุบัติเหตุสูงที่สุดนะยะ”
ฮั่วเซียวหมิงหักพวงมาลัย ไม่สนใจคำถามของจิ่งเจียเหยียน
ปีศาจงูสวาทเกาะหลังเบาะข้างคนขับ “ลั่วลั่ว ที่จริงพวกเราไม่ต้องให้เขาจัดทริปให้ก็ได้ ฉันคุ้นเคยกับวัดจิ่งไท่มาก รูไหนเกิดจากฝีมือหนูตัวไหนฉันรู้หมด”
“เขาแค่ส่งพวกเราไปสนามบิน”
เฮอะ!
จิ่งเจียเหยียนแค่นเสียง นั่งบ่นพึมพำเบา ๆ อยู่บนเบาะ “ลั่วลั่ว เธอต้องบำเพ็ญนะ ผู้บำเพ็ญตกหลุมรักง่าย ๆ ไม่ได้”
“ผู้บำเพ็ญล้วนมีชีวิตยืนยาวกว่าคนทั่วไป และรักษารูปโฉมได้นานกว่าปุถุชน”
“ผู้ชายบางคน เห็นตอนนี้หน้าตาหล่อเหลา แต่… ถ้าผ่านไปอีกไม่กี่ปีก็กลายเป็นตาแก่เหมือนกันหมดนั่นแหละ ดูไม่ได้เลย”
“ต่อให้ตกหลุมรักจริง ๆ ก็ควรตกหลุมรักผู้บำเพ็ญเหมือนกัน!”
หล่อนบ่นอุบอิบไปทั้งทาง ทว่าใช้ระดับเสียงที่ได้ยินกันทั้งรถ
…
รถแล่นมาจอดหน้าสนามบิน
จิ่งเจียเหยียนโอบดอกไห่ถังลงรถ
ฉู่ลั่วเองก็ตามลงไป ขณะที่กำลังจะโบกมือลาฮั่วเซียวหมิง ก็ถูกเขาคว้าข้อมือไปจับก่อน
ชายหนุ่มออกแรงเล็กน้อย ดึงเธอกลับมาเบา ๆ
ฉู่ลั่วมองเขาอย่างตกใจ
“วันนี้ผมฉีดน้ำหอมมาเหมือนกัน”
เธอพยักหน้า “ฉันได้กลิ่นแล้ว”
“หอมไหม”
“อืม”
เทียบกับเมื่อวานที่ฉู่ลั่วหลบสายตา วันนี้ สีหน้าของเธอเป็นปกติ ท่ามกลางผู้คนที่สัญจรไปมา ไม่มีอะไรผิดสังเกตสักนิด
นิ้วของฮั่วเซียวหมิงไล้ผ่านข้อมือบางอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะปล่อยมือเธอในวินาทีต่อมา “รอคุณกลับมาเมื่อไร พวกเราไปทานข้าวด้วยกันนะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ได้สิ”
แววตาคู่สวยที่ดูเย็นชามีรอยยิ้มซ่อนอยู่
“เข้าไปเถอะ!” จิ่งเจียเหยียนไม่รอให้หนุ่มสาวคุยกันจบ ก็เข้ามาดึงมือฉู่ลั่วออกทันควัน หล่อนเดินไปพลางพูดไปพลาง “เร็วเข้า พวกเราจะขึ้นเครื่องสายแล้ว!”
เดินไปได้ครึ่งทาง งูสวาทหันกลับมาหาด้วยสีหน้าท้าทาย ยักคิ้วหลิ่วตา อีกทั้งแลบลิ้นใส่เขาอีก
ฮั่วเซียวหมิง “…”
นาทีนี้ เขาพลันเข้าใจความหมายของแฟนคลับประเภทคีพเมนและเกลียดคนอื่นรอบเมนที่เฉิงยวนบอกแล้ว
…
วัดจิ่งไท่ เมืองหนิง
ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่อายุนับร้อยปี มีตำนานเล่าขานต่อมาไม่น้อย แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีคนใหญ่คนโตเดินทางมาสักการบูชาไม่ขาด
และที่เลื่องชื่อที่สุดในวัดจิ่งไท่ก็คือปลาคาร์ปที่ถูกเลี้ยงในบ่อ
ตำนานกล่าวว่า ปลาคาร์ปในบ่อบุพเพแห่งวัดจิ่งไท่ขลังมาก แค่ขอพรที่นี่ก็จะพบเนื้อคู่
แม้แต่วันทำงานยังมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างน่าตกใจ
เมื่อเห็นคนที่พากันต่อแถวซื้อตั๋ว จิ่งเจียเหยียนส่งเสียงจิ๊ปาก “คนยังเยอะเหมือนเดิม”
หลังซื้อตั๋วเสร็จ ทั้งคู่เข้าไปข้างใน
จิ่งเจียเหยียนมองซ้ายมองขวา “ไม่ได้กลับมาตั้งหลายปี เปลี่ยนไปไม่น้อยเลยนะ”
หล่อนสะท้อนใจอยู่เพียงครู่เดียวก็ลากฉู่ลั่วเดินไปทางหนึ่ง “น้ำอมฤตอยู่ทางนี้”
ทั้งสองเดินไปได้ไม่กี่นาที ก็เจอประตูเหล็กบานหนึ่งขวางหน้า
“ทำไมถึงล็อกไว้นะ” จิ่งเจียเหยียนขมวดคิ้ว ก่อนก้มมองดอกไห่ถังในอ้อมอก “ไม่สนแล้ว พวกเราแอบเข้าไปกันดีกว่า!”
“สีกาทั้งสอง ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยว ข้างหน้าเขียนระบุแล้วว่าโปรดหยุดตรงนี้ ต้องขอให้สีกาออกไปด้วย”
เสียงอ่อนนุ่มเสียงหนึ่งดังมา
ทั้งคู่หันไปมอง ก็เห็นสามเณรน้อยอายุสี่ห้าขวบประนมมือ กล่าวกับพวกเธออย่างมีมารยาท
“สีกาทั้งสอง?”
สามเณรเดินมาหาพวกเธอสองสามก้าว ทันใดนั้น เขาพลันชะงักฝีเท้า ดวงตาเล็ก ๆ เบิกกว้าง
“ปีศาจ!” เขาชี้จิ่งเจียเหยียน ทำท่าพร้อมโจมตี “เจ้าปีศาจ มาวัดจิ่งไท่ของเราทำไม!?”