เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 780 อาจารย์ป้า
บทที่ 780 อาจารย์ป้า
เจียเหยียนเอียงคออย่างข้องใจ “ตอนฉันออกมายังไม่มีสามเณรในวัดจิ่งไท่เลย วัดนี้รับสามเณรแล้วเหรอ?”
“เป็นกรณีพิเศษ เขาเป็นเด็กกำพร้า เพราะวาสนาสัมพันธ์กับพุทธศาสนา วัดจึงรับเลี้ยงไว้เฉย ๆ โตกว่านี้แล้วต้องไปโรงเรียนอยู่ดี”
“อาจารย์ป้าสุญตา!” ใครบางคนเรียกจิ่งเจียเหยียนด้วยชื่อไม่คุ้นหูนัก
“นี่! อย่าเรียกสมญานามสิ ฉันไม่ใช่แม่ชี แล้วก็ไม่ใช่พระ ทำไมต้องตั้งสมญานามให้ฉันด้วย!”
หลวงจีนจิ้งเฉินประนมมือ เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “เจ้าอาวาสรู้ว่าทั้งสองท่านจะมา จึงสั่งให้อาตมามารับ”
จิ่งเจียเหยียนได้ยินคำว่า ‘เจ้าอาวาส’ ก็คิ้วขมวดเป็นปม “ฉันไม่อยากไป ฉันแค่มารดน้ำน้ำอมฤตให้ดอกไห่ถังเท่านั้น”
แม้ผู้มาเชิญมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทว่ายืนกรานหนักแน่น “เจ้าอาวาสเรียนเชิญ”
จิ่งเจียเหยียนพ่นลมหายใจ อุ้มดอกไห่ถังเดินตามหลังหลวงจีนจิ้งเฉินอย่างหมดเรี่ยงหมดแรง
ฉู่ลั่วกลับหันมองปีศาจงูสวาท “อาจารย์ป้า?”
จิ่งเจียเหยียนเอ่ยเสียงระอา “ฉันบำเพ็ญอยู่ในวัดจิ่งไท่มาหลายร้อยปี เพิ่งจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้เมื่อร้อยปีก่อน แต่ร่างมนุษย์ยังไม่มั่นคง บางครั้งจะคืนร่างเดิม”
“ต่อมาถูกหลวงจีนในวัดพบเห็น เลยตั้งนามฉายาให้ฉัน”
ปีศาจสาวมีสีหน้ารังเกียจ “ฉันไม่ใช่พระ และไม่ใช่แม่ชี ฉันบอกไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าไม่ชอบสมญานามนี้!”
หล่อนโอดครวญ หน้าตาไม่พอใจสุด ๆ
“หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันเรียกฉันว่าอาจารย์ป้า เฮ้อ!”
ปีศาจงูสวาทถอนหายใจเฮือกใหญ่
นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมหล่อนถึงไม่เต็มใจกลับมา
พวกเขาเดินจนหนึ่งหน้าประตูห้องเจ้าอาวาส เมื่อจิ้งเฉินเคาะประตูแล้วถึงผลักเข้าไป “เชิญทั้งสองท่าน”
ฉู่ลั่วและจิ่งเหยียนมาถึงก็พบหลวงจีนห่มจีวร ในมือถือลูกประคำผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ
หลังได้ยินเสียง หลวงจีนรูปนั้นลืมตา ยืนขึ้นพร้อมประนมมือให้ฉู่ลั่ว “ซิวหนิง เจ้าอาวาสแห่งวัดจิ่งไท่ คารวะท่านเจ้านิกายเต๋า”
ฉู่ลั่วตอบกลับเสียงเบา “ท่านเจ้าอาวาสไม่ต้องมากพิธี ที่พวกเรามาครั้งนี้เพราะมีเรื่องขอร้องค่ะ”
เจ้าอาวาสซิวหนิงเผยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา คิ้วและเคราล้วนเป็นสีขาวโพลน ทว่าใบหน้ากลับดูเหมือนคนอายุสามสิบสี่สิบ “ในวัดมีผู้เดินทางมากราบไหว้จำนวนมาก เด็กก็เยอะ อาตมาจึงปิดผนึกน้ำอมฤตเอาไว้”
จิ่งเจียเหยียนอุ้มดอกไห่ถังไว้ในมือ “โธ่! ซิวหนิง นายสู้อาจารย์นายไม่ได้เลยนะ แต่ก่อน อาจารย์ของนายกางค่ายอาคมปกคลุมไปทั่ว ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องกับวัดจิ่งไท่หรอก”
“อิทธิฤทธิ์ของอาจารย์ลึกล้ำสูงส่ง อาตมาย่อมสู้ไม่ได้” ซิวหนิงเงยหน้ามองจิ่งเจียเหยียนอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอารี “อาจารย์ป้าอยู่ข้างนอกสบายดีไหม?”
“อย่าเรียกฉันว่าอาจารย์ป้า!” จิ่งเจียเหยียนบอกอย่างจนใจ แต่ยังยอมตอบคำถาม “ดีสิ ต้องดีอยู่แล้ว อย่างที่นายเห็น ตอนนี้ฉันได้ติดตามเจ้านิกาย มีเหรอจะไม่ดี”
ว่าแล้วหล่อนก็ชูดอกไห่ถังขึ้น “ช่วยพาพวกเราไปที่น้ำอมฤตก่อนได้ไหม ภูตไห่ถังต้นนี้น่าสงสารมาก อุตส่าห์ออกดอกแล้วดันโดนเด็ดไป”
สิ่งสำคัญคือเจ้าพวกก้อนวิญญาณที่บ้านร้องไห้ที… อย่างกับโลกาวินาศ
“ได้แน่นอน”
ซิวหนิงพาพวกฉู่ลั่วไปยังน้ำอมฤตด้วยตัวเอง น้ำอมฤตเป็นเพียงน้ำพุขนาดเท่าปากถ้วย มีสายธารใสกระจ่างพุ่งออกมา
ทันทีที่จิ่งเจียเหยียนเห็นมันก็แนะนำต่อฉู่ลั่วอย่างอดไม่ได้ “ตอนนั้นฉันขดตัวอยู่บนต้นไม้ต้นนี้ ฉวยโอกาสที่เปี้ยนคงไม่ทันสังเกตแอบลงมาดื่ม”
“เปี้ยนคงคือเจ้าอาวาสรุ่นก่อนของรุ่นก่อนของรุ่นก่อนของวัดจิ่งไท่ เก่งสุด ๆ! เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่อายุสิบกว่าปี และเป็นคนซึมกะทือ ไม่ชอบพูดจา น่าเสียดายที่ด่วนตายเกินไป”
เมื่อพูดถึงอดีต จิ่งเจียเหยียนส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
หล่อนย่อตัวลง ใช้ขันน้ำด้านข้างวักน้ำให้ดอกไห่ถัง “เธอนี่โชคดีจริง ๆ นะ ดื่มน้ำอมฤตได้อย่างเปิดเผย ทีตอนปีศาจอย่างฉันขโมยกินนิดกินหน่อย… โดนเปี้ยนคงใช้ลูกประคำไล่ฟาดอยู่ตั้งหลายรอบ”
ฉู่ลั่วทอดมองเจ้าอาวาสซิวหนิง อีกฝ่ายประนมมือพยักหน้าให้ โดยไม่ได้พูดอะไรมาก
ฉู่ลั่วก็ยั้งคำถามที่กำลังจะหลุดออกไป
เปี้ยนคงเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่อายุยังน้อย นั่นหมายความว่าบรรลุพระธรรมในระดับสูงส่ง แต่ผู้ที่บำเพ็ญธรรมะได้ระดับสูง ๆ มักจะอายุยืน มีพวกอายุสั้นด้วยเหรอ
ฉู่ลั่วมองจิ่งเจียเหยียนที่บ่นกระปอดกระแปดด้วยหัวใจหนักอึ้ง
ดูเหมือนซิวหนิงมองความคิดเจ้านิกายออก จึงเอ่ย “ทุกอย่างเป็นไปตามเวรกรรม บรรพจารย์ไม่นึกเสียใจ”
“เสียใจเหรอ… เจ้านั่นต้องเสียใจเรื่องอะไรกันล่ะ” จิ่งเจียเหยียนเชิดคาง เผยให้เห็นสีหน้าสับสน “ใคร ใครต้องเสียใจอะไร?”