เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 785 รักพี่สามที่สุดเลย
ฉู่จ้านทําได้เพียงพาน้องสาวไปที่บ้าน แล้วเทนํ้าให้แก้วหนึ่ง
พลางถามอย่างอ่อนโยน “หร่านหร่าน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทําไม
ถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะ?”
ฉู่หร่านดื่มนํ้าไปอึกหนึ่ง แล้วตอบด้วยเสียงสะอื้น “พี่สาม หนูอยู่
คนเดียวไม่ชินเลยค่ะ หนูไม่อยากมาอยู่ข้างนอก หนูอยากอยู่ที่บ้าน
ตระกูลฉู่”
ฉู่จ้าน “…”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคนบอกไม่อยากออกไปอยู่คนเดียว
อยากอยู่บ้านพ่อแม่
“มันไม่ชินยังไง ไหนบอกพี่สามมาหน่อยสิ”
“ไม่ชินทั้งหมดเลยมั้งคะ หนูอยากกลับไปอยู่ที่บ้าน พี่สาม พี่ช่วย
พูดกับพ่อแม่ให้หนูกลับไปอยู่บ้านหน่อยได้ไหมคะ” เธอจับแขนฉู่
จ้านไว้แน่น “หนูไปหาพี่ใหญ่กับพี่รองมาแล้ว แต่พวกเขาไม่เห็น
ด้วย”
“พี่สาม พี่รักหนูที่สุด พี่ช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ?”
“ตั้งแต่เล็กจนโต หนูก็ไม่เคยห่างบ้านเลย หนูไม่อยากออกจาก
บ้านไปอยู่ที่อื่นค่ะ”
“หนูออกมาอาศัยอยู่ข้างนอกแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย”
“หนูรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่ แต่หนูเห็นทุกคนเป็น
ครอบครัวของหนูจริง ๆ นะ”
ว่าแล้ว ฉู่หร่านก็ร้องไห้เสียใจออกมาอีก
ฉู่จ้านรีบหยิบกระดาษทิชชูส่งให้เธอ “หร่านหร่าน พวกเราเองก็
เห็นว่าเธอเป็นครอบครัวเหมือนกันนะ ที่พี่ใหญ่กับพี่รองโกรธครั้งนี้ก็
เพราะว่า…”
เรื่องพวกนั้น ตอนที่เขาได้ฟังก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่ามันไม่มีอะไร
แต่ในช่วงนี้ เขาเอาเรื่องที่หร่านหร่านทําส่งไปถาถมคนที่ปรึกษา
ได้ ต่างก็ได้รับคําตอบแบบเดียวกัน
หร่านหร่านมีปัญหา
ปัญหาใหญ่เลยด้วย!
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้รู้สึกว่าหร่านหร่านผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
ทั้งยังรู้สึกว่าคนอื่นจ้องจะทําร้ายน้องสาวสุดที่รักด้วยซํ้า
ถ้าคนพูดหนึ่งคนก็อาจจะไม่สําคัญ
คนพูดสองคนก็อาจจะผิดพลาดได้
แต่นี่… มีคนบอกเป็นเสียงเดียวกันมากมายขนาดนี้ เขาก็ต้อง
เผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว
ฉู่หร่านมองฉู่จ้านอย่างน้อยใจ “พี่สามเองก็คิดว่าเป็นความผิด
ของหนูเหรอคะ?”
ฉู่จ้านถอนหายใจ “หร่านหร่าน เรื่องเวินอวิ๋นเสามันอาจจะบอก
ได้ว่าเป็นเพราะเธอยังเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่เรื่องจั่วโยวโยวน่ะ…”
“เรื่องนั้นจะมาโทษหนูไม่ได้นะคะ!” ฉู่หร่านร้องไห้เสียใจมากขึ้น
อีก “ตอนที่หนูขึ้นม.ปลาย ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าหนูควรจะได้เป็นดาว
โรงเรียน ทุกคนก็ต่างลงความเห็นกันให้หนูเป็น แต่ทําไมตอนสุดท้าย
กลับกลายเป็นจั่วโยวโยวที่ได้เป็นดาวโรงเรียนล่ะคะ?”
“ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยก็อีก ทําไมของของหนูถึงถูกเธอแย่งไป
ทุกครั้งเลย?”
“พี่สาม เธอเป็นคนแย่งของของหนูไปก่อนนะคะ”
ฉู่จ้าน “…”
เห็นชัด ๆ อยู่ว่าฉู่หร่านที่อยู่ตรงหน้ากําลังร้องไห้เสียใจมาก ๆ
แต่ในใจของฉู่จ้านกลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
เขาอ้าปากจะถามน้องสาว
ว่าสิ่งที่ทําใส่พี่ใหญ่กับพี่รองนั่นได้ทําใส่เขาด้วยหรือเปล่า?
หรือจะบอกว่าเรื่องพวกนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่สําหรับฉู่หร่าน
“พี่สามคะ พี่สาม!”
ฉู่จ้านเรียกสติกลับมา แล้วเห็นว่าฉู่หร่านหยุดร้องไห้แล้วมองมา
ที่เขาอย่างสับสน “เป็นอะไรไปคะ”
“พี่สาม หนูไม่อยากอยู่ในบ้านที่ว่างเปล่าเพียงลําพังค่ะ หนูอยู่ที่นี่
ได้ไหมคะ”
ฉู่จ้านคิดจะปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นใบหน้าของฉู่หร่านที่
เปียกปอนไปด้วยนํ้าตาอย่างน่าสงสารนั้นแล้ว เขาก็กลืนคําพูด
ปฏิเสธนั้นไป
“พี่สาม พี่เองก็ไม่ยอมเหรอคะ”
“เปล่านะ” ฉู่จ้านรีบบอก “พี่แค่กําลังคิดว่าคอนโดที่พี่เป็นผู้ชาย
อยู่ตัวคนเดียวคงจะไม่เหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอ ถ้าอย่างนั้น…”
“หนูไม่แคร์ค่ะ! หนูอยู่ที่นี่กับพี่สามได้ แล้วก็เก็บกวาดบ้านให้พี่
สามได้ด้วย” ฉู่หร่านยิ้มหวานพร้อมทั้งออดอ้อน “ขอแค่พี่สามไม่
รังเกียจที่หนูเก็บกวาดห้องให้ก็พอ”
ฉู่จ้านกระตุกที่มุมปาก “พี่สามไม่รังเกียจเธออยู่แล้ว”
ฉู่หร่านดีใจมาก โผเข้ากอดฉู่จ้านทันที “พี่สามใจดีที่สุดเลย ใน
บรรดาพี่ ๆ หนูรักพี่สามที่สุดเลยค่ะ”
เมื่อก่อนพวกเขามักจะชอบถามฉู่หร่านว่ารักพี่ชายคนไหนมาก
ที่สุด
พวกเขาสามคนมักจะแย่งชิงความรักกันด้วยเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ
แต่ตอนนี้…
หลังจากที่ได้ยินคําว่า ‘รักที่สุด’ ฉู่จ้านกลับรู้สึกขนลุกชัน เขาจับ
ไหล่ของฉู่หร่านด้วยสองมือของเขาแล้วค่อย ๆ ผลักเธอออก พลาง
ยิ้มแห้ง “พี่ออกกําลังกายมาเหงื่อท่วมตัว จะให้เปื้อนเจ้าหญิงน้อย
ของเราได้ยังไงกัน”
“พี่ไปอาบนํ้าก่อนนะ”
พูดจบ ฉู่จ้านก็วิ่งเข้าห้องตัวเองไปราวกับหนี
เขาปิดประตูห้องนอนแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ เลยล็อกเอาไว้ด้วย