เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 822 มีจุดยืน
หัวหว่านยกมือมากุมหน้าผากท่าทางเหนื่อยหน่ายใจ “เพราะ
เหตุผลนี้เหรอ?”
“เหตุผลนี้ยังไม่พออีกเหรอ? คนเรามีจุดยืน ปีศาจก็มีจุดยืน
เหมือนกัน!” จิ่งเจียเหยียนยกเหตุผลมาพูด “ก่อนหน้านี้ตอนฉันอยู่ที่
วัดจิ่งไท่ เปี้ยนคงก็บอก ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือว่าคนต่างก็มีจุดยืน
ของตัวเอง”
“ตอนที่เขาสั่งสอนและเลี้ยงดู ฉันก็ไม่ได้เสียงปีศาจตนอื่นอีก
และตอนที่ฉันอยู่กับเขา ฉันก็ไม่ได้ฟังคนอื่นเลย เว้นแต่ว่าเขาหรือไม่
ก็ฉันตายไปเท่านั้น”
หล่อนไม่พอใจ “แต่ว่า… แต่ฉู่ลั่วไม่เหมือนกัน”
พูดไปพูดมา จิ่งเจียเหยียนก็เกิดน้อยใจ “ฉู่ลั่วไม่สนใจเรื่อง
จุดยืนเลย เธอไม่พูดเรื่องนี้ด้วยซ้า”
“เธอเลี้ยงผีตัวเดียวไม่พอ ยังเอามาเลี้ยงอีกตั้งหลายตัว”
“เธอต้องอยากเลี้ยงปีศาจเยอะ ๆ แน่นอน”
“ไม่ได้มีแค่ฉันตนเดียว!”
“ฉันแค่อยากทำให้บ้านหลังนี้มีฉันเป็นปีศาจแค่ตนเดียว แง้!”
จิ่งเจียเหยีนสะอึกสะอื้นสองที “เปี้ยนคงบอกว่ามนุษย์ก็สนใจเรื่องนี้
ไม่เห็นจริงเลย มนุษย์ไม่พูดถึงเรื่องจุดยืนด้วยซ้า”
เฉิงยวนกับหัวหว่านเคยได้ยินฉู่ลั่วพูดถึงเปี้ยนคงมาก่อน ตอนนี้
พอได้ยินอีกครั้ง ก็พากันเงียบทันที
เฉิงยวนกัดฟัน
“นั่นเพราะเจ้าลาหัวโล้นนั่นมีเจตนาไม่ดียังไงล่ะ!”
เพราะจิ่งเจียเหยียนไม่ได้เข้าไปพัวพันกับโลกอย่างลึกซึ้ง ไม่
เข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกมนุษย์ จึงจงใจทำให้เธอเข้าใจผิด
“เปี้ยนคงของฉันไม่ใช่ลาหัวโล้นนะยะ เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีด้วย
คนเราย่อมต้องมีจุดยืน คนที่ไม่มีจะถูกดูแคลน”
เธอนับนิ้วพลางเอ่ยว่า “คนที่มีภรรยาสองคนต้องถูกดูแคลน คน
ที่มีเจ้านายสองคนต้องถูกด่า คนมีสองสัญชาติไม่ได้…”
“นี่ก็คือจุดยืนยังไงล่ะ! แต่ว่า…” เธอทั้งไม่เข้าใจทั้งโกรธ “แต่
มนุษย์ไม่เคารพจุดยืนของปีศาจเลย พวกเขาทำลายอยู่เสมอ แล้วก็
หาเหตุผลมาแก้ตัวให้กับการกระทำแต่ละอย่างของตัวเอง”
“มันไม่ถูกต้องนะ!”
เฉิงยวนยังคิดจะพูดบางอย่าง แต่ฉู่ลั่วกลับส่ายหน้าให้
เธอเดินไปหาจิ่งเจียเหยียน แล้วคุกเข่าลง เผชิญกับจิ่งเจียเหยีย
ที่กำลังน้อยใจกังวล “แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะยุ่งเกี่ยวกับปีศาจ
แค่ตนเดียว”
จิ่งเจียเหยียนก้มหน้าด้วยความเสียใจ
“แต่ฉันรับรองได้ว่า ฉันจะไม่พาปีศาจตนอื่นกลับมาด้วย บ้าน
หลังนี้จะมีแค่เธอที่เป็นปีศาจเพียงตนเดียว”
จิ่งเจียเหยียนเงยหน้าขึ้นทันที มองฉู่ลั่วด้วยดวงตาเป็นประกาย
“จริงเหรอ เธอจะรักษาสัญญาใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ฉันเป็นผู้บำเพ็ญ รับผิดชอบคำพูด
ของตัวเองอยู่แล้ว”
“ลั่วลั่ว! รักเธอที่สุดเลย!”
จิ่งเจียเหยียนฟุบลงในอ้อมกอดของฉู่ลั่วอย่างดีอกดีใจ
เห็นภาพนี้ เฉิงยวนก็ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ “เจ้าตามใจ
นางเกินไปแล้ว!”
เด็กน้อยที่อยู่นอกหน้าต่างมองภาพนี้อย่างไม่เข้าใจ “มีเพื่อนที่
เหมือนกับตัวเองเยอะ ๆ ไม่ดีเหรอ?”
เด็กน้อยมองหน้ากัน พวกเขาไม่เข้าใจความคิดของจิ่งเจียเห
ยียน
“ทุกคนเล่นด้วยกันสิถึงจะดี!”
“ใช่แล้ว!”
“พวกเราอยู่ด้วยกันก็เล่นเกมได้เยอะแยะเลย อยู่คนเดียวก็เล่น
เกมสนุก ๆ ไม่ได้”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!”
“พี่เจียเหยียนแปลกจัง”
“แปลกมาก!”
“ปีศาจไม่เหมือนพวกเรานะ!” เถาซูเยียนที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่อยู่
เสมอเผยท่าทางเหนือกว่า “อีกอย่าง งูก็เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตัวเดียว ไม่
ชอบอยู่ร่วมกับฝูงอยู่แล้ว”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอียงคอ “แต่พี่เจียเหยียนชอบเล่นกับพวกเรามาก
เลยนะ”
“เพราะพวกเราไม่ใช่ปีศาจไงล่ะ!”
“โอ้! ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”
เหมือนเด็ก ๆ จะเข้าใจขึ้นมาแล้ว
“พี่เจียเหยียน!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวลอยเข้าไป เธอโถมตัวเข้าใส่ตัว
จิ่งเจียเหยียน กอดจิ่งเจียเหยียนไว้ “พี่เจียเหยียนวางใจได้ค่ะ หนูชอบ
แค่ปีศาจอย่างพี่เจียเหยียนคนเดียว ปีศาจตนอื่น หนูไม่ชอบหรอก”
“เมี่ยวเมี่ยว!”
จิ่งเจียเหยียนซาบซึ้งใจมาก
เด็กคนอื่น ๆ ก็วิ่งเข้ามาเช่นกัน สัมภเวสีเด็กกอดจิ่งเจียเหยียน
เลียนแบบซ่งเมี่ยวเมี่ยว ก่อนจะถูกจิ่งเจียเหยียนกอดเอาไว้
พวกลูกบอลหลายลูกก็วนรอบตัวจิ่งเจียเหยียนเช่นกัน
เถาซูเยียนยืนอยู่ข้าง ๆ เหมือนผู้ใหญ่ในร่างเด็ก หน้าเล็กเรียบ
เฉย พูดอย่างไม่พอใจว่า “บำเพ็ญจนกลายมาเป็นปีศาจแล้ว แต่ยัง
ไม่ทิ้งความเคยชินของปีศาจ…”
ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ถูกจิ่งเจียเหยียนดึงเข้ามาในอ้อมกอด
เถาซูเยียนขัดขืนพอเป็นพิธีสองสามครั้ง ก็ยอมอยู่ในอ้อมกอด
ของจิ่งเจียเหยียนแต่โดยดี
อ้อมกอดของปีศาจสาวเล็กมาก กอดเด็ก ๆ หลายคนขนาดนี้
ไม่ได้ หล่อนจึงกลับร่างเดิม ให้เด็ก ๆ นั่งลงบนตัวแล้วเลื้อยออกไปที่
สวนดอกไม้
เฉิงยวนเห็นภาพนี้ก็ถอนหายใจออกมา “นางก็แค่เด็กคนหนึ่ง”
ฉู่ลั่วยิ้มบาง “แบบนี้ก็ดีแล้ว”
ผีร้ายพันปีกลอกตามองบนอย่างหมดคำจะพูด “เจ้านี่นะ ตามใจ
นางเกินไปแล้ว!”
ฉู่ลั่วหัวเราะในลำคอ
ทันใดนั้นเองพลังหยินที่แข็งแกร่งสายหนึ่งก็ลอยตรงเข้ามา มัน
พุ่งไปที่ห้องนอนของฉู่ลั่ว
สีหน้าของฉู่ลั่วกับเฉิงยวนเปลี่ยนไปทันที
พวกเขาพากันวิ่งไปที่ห้องนอน
เมื่อเข้ามาในห้องนอน ก็เห็นพลังหยินสีดำมืดมนกระจายออกมา
จากลิ้นชัก
เมื่อเปิดลิ้นชักออก ก็เห็นรูปปั้นกุมารหยินกำลังกลิ้งไปกลิ้งมา
ฉู่ลั่วหยิบรูปปั้นกุมารหยินขึ้นมา ใช้นิ้ววาดยันต์ สะกดพลังหยิน
บนตัวมันเอาไว้
“จะสร้างผลสะท้อนกลับจากฉู่หร่านไหม?”
“ไม่รู้สิ”