เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 823 ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์
ฉู่จิงกับฉู่เหิงกลับมายืนอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วท่าทางประหม่า
เธอจ้องพวกเขาพักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าพลางเอ่ยว่า “จนถึง
ตอนนี้ ยังไม่มีผลสะท้อนกลับค่ะ”
ฉู่เหิงโล่งใจแล้ว
ฉู่จิงก็แอบถอนหายใจเช่นกัน จากนั้นเขาจึงถามกลับว่า “แล้ว
พ่อกับแม่จะได้รับผลสะท้อนกลับอะไรไหม?”
“ไม่มีผลถึงชีวิตค่ะ”
ดวงชะตาพ่อแม่ของพี่ชายทั้งสองไม่เปลี่ยนแปลง
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าวิธีนี้ได้ผลใช่ไหม?”
ฉู่เหิงถามอย่างระมัดระวัง
ฉู่จิงก็รอคอยด้วยความตื่นเต้น
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ใบหน้าของทั้งคู่เผยรอยยิ้มออกมาทันที!
ฉู่เหิงถอนหายใจออกมาอย่างแรง มือของเขาจับพนักพิงโซฟา
แล้วค่อย ๆ นั่งลง เพื่อสงบสติอารมณ์
ตั้งแต่คาดเดาถึงอิทธิพลที่แท้จริงของฉู่หร่านได้ ไม่มีวันไหนที่
เขาไม่กังวล
กลัวอะไรก็ไม่เท่ากลัวทำร้ายในครอบครัว
กลัวว่าทำอะไรไปนิดหน่อยก็จะกระทบถึงคนในครอบครัวแล้ว
ยิ่งเคยเจอกับเรื่องที่เวินอวิ๋นเสาเกือบถูกฆ่าตาย เขาก็ยิ่งกลัว
อิทธิพลนั้นมากขึ้นไปอีก
หากเกิดอะไรขึ้นกับอวิ๋นเสาหรือลูก เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำเรื่อง
ขาดสติและเหตุผลอะไรลงไปบ้าง
ตอนนี้…
ในที่สุดก็มีวิธีแล้ว!
แม้จะเป็นวิธีการแก้ไขชั่วคราวไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุโดยตรง แต่ก็
ดีกว่าไม่มีหนทางอะไรเลย
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรายังต้องทำอะไรต่อไหม?”
ฉู่จิงถาม
ฉู่เหิงโบกมือ “ไม่ต้อง เพิ่งเคยลองครั้งเดียว ถ้าทำอีกครั้ง ก็ไม่
รับประกันว่าหล่อนจะรู้ตัว”
หากฉู่หร่านสังเกตเห็นได้ล่ะก็ แบบนั้นคงจบกันแล้ว
ฉู่ลั่วก็พยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของฉู่เหิง “ตอนนี้พวกเรารู้วิธี
ควบคุมหล่อนแล้ว แต่จะใช้บ่อย ๆ ไม่ได้”
ฉู่จิงก้มหน้าลงซ่อนสายตาผิดหวังของตนเอง
ในสวนดอกไม้ งูสีเงินตัวหนึ่งกำลังเล่นกับเด็ก ๆ
เสี่ยวยาก็อยู่ข้างหลังพวกเขา กำลังปีนอยู่บนตัวงูสีเงิน จากนั้นก็
สไลด์ตัวลงมา พร้อมส่งเสียงหัวเราะมีร่าเริง
ฉู่จิงมองด้วยสายตาอ่อนโยน
เขาหันไปอีกเล็กน้อย ก็เห็นจั่วโยวโยวยังคงนั่งอยู่บนรถเข็น
ช่วงนี้เธอรักษาตัวจนดีขึ้นมากแล้ว ท่าทางสับสนมึนงงหายไปไม่
น้อย ใบหน้าซีดเซียวก็กลับมาเป็นปกติ ทั้งยังเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง
ๆ
ฉู่จิงจ้องมองพี่ชายรองอยู่ข้าง ๆ พักหนึ่ง
เหมือนว่าสายตาของเขาจะแวววาวเกินไป จนทำให้จั่วโยวโยว
รู้สึกได้
เธอหันหน้ามาหา ทำให้ฉู่จิงตื่นตระหนกและเมินหนีโดยไม่รู้ตัว
เขาซ่อนอยู่หลังต้นไม้เล็ก ๆ ริมระเบียง หัวใจเต้นรัวไม่หยุด
ไม่ง่ายกว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะกลายมาเป็นปกติ เขาค่อย
ๆ หันหน้ากลับไป แต่ก็พบว่าในสวนดอกไม้ก็ไร้เงาของจั่วโยวโยวกับ
ลูกสาวแล้ว
หัวใจที่ก่อนหน้านี้เต้นรัวจนร้อนราวกับภูเขาไฟระเบิด ถูกปก
คลุมไปด้วยน้าแข็งและหิมะทันที
เขายืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าซีดขาว
ฉู่เหิงที่พูดคุยกับฉูลั่วเสร็จแล้วเดินเข้ามาหาน้องชาย เมื่อเห็น
ใบหน้าขาวซีดของฉู่จิง จึงมองสวนดอกไม้
พี่ชายใหญ่ตบไหล่ปลอบใจ “ไปเถอะ!”
ฉู่จิงเดินตามหลังฉู่เหิงออกไปทั้งที่สมองยังมึนงง เมื่อเดินออกไป
ไกลแล้ว ขณะที่กำลังจะเดินออกจากคฤหาสน์ เขาก็เอ่ยถามออกมา
เสียงเบา “พี่ใหญ่ เธอไม่ได้เกลียดแค่ฉู่หร่าน แต่เกลียดผมด้วย”
ฉู่เหิงไม่ตอบคำถาม
ฉู่จิงก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ “แม้แต่หน้า เธอยังไม่อยากจะมอง
ผมเลย”
เขาเสียงแหบพร่า “แต่พี่ใหญ่…”
“ผมเป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกัน ผมเองก็ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกัน”
ฉู่เหิงหันไปมองฉู่จิงที่มีสีหน้าเจ็บปวด หัวใจก็แผ่วลงไปเล็กน้อย
เขาคิดมาตลอดว่าน้องรองรู้สึกผิดและอยากรับผิดชอบจั่วโยว
โยวกับลูก
แต่ท่าทางของฉู่จิงในตอนนี้ พี่ชายใหญ่เข้าใจได้ทันที
“อาจิง นาย…”
เขาไม่ได้พูดคำที่เหลือออกมา
ในใจของฉู่เหิงหนักอึ้ง
จุดเริ่มต้นความเจ็บปวดของจั่วโยวโยวมาจากฉู่หร่าน แม้ว่าฉู่จิง
จะเป็นผู้ถูกกระทำเช่นกัน แต่สำหรับจั่วโยวโยวแล้ว ทั้งสองต่างก็
เป็น… ศัตรู
หรือจะบอกว่า นอกจากลั่วลั่วแล้ว จั่วโยวโยวเกลียดคนตระกูลฉู่
ทุกคน
เพราะตระกูลฉู่เลี้ยงฉู่หร่านออกมาแบบนี้
เพราะตระกูลฉู่ทำให้ฉู่หร่านคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ทำร้ายคนอื่นได้
ตามใจ
เพราะคนในครอบครัวตระกูลฉู่…
เป็นพวกเขาเอง
พวกเขาไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์
พวกเขาคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดของฉู่หร่าน ไม่ว่ายังไง
ก็ตาม
ฉู่เหิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตบไหล่ของฉู่จิงอีกครั้ง “ไป
เถอะ!”