เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 826 รถที่มีคนตาย
รถขับเข้ามาแล้ว
เมื่อเห็นรถปอร์เช่ใหม่เอี่ยมคันหนึ่ง ฉู่จ้านก็กะพริบตาปริบ เขา
เดินวนดูรอบตัวรถ ก่อนจะถามออกมาเสียงดังว่า “พี่บอกว่านี่เป็นรถ
ที่เคยมีคนตายเหรอ พี่หลอกกันหรือเปล่าเนี่ย?”
“รถคันนี้มันรถใหม่ชัด ๆ เลย มันไม่ได้ถูกพ่นสีใหม่ทับเลยด้วย
ซ้า!”
เขาเป็นคนขับรถแข่ง จะดูไม่ออกได้อย่างไร?
พี่ฟางอธิบาย “ฉันจะหลอกนายไปทำไม เคยมีคนตายจริง ๆ
แถมยังตายมาแล้วสองคน”
เขาดึงประตูฝั่งคนขับออก “นี่เป็นของตระกูลเติ้งคนนั้นไง อายุสี่
สิบกว่าปีแล้ว เขาเลี้ยงนักศึกษาอายุสิบกว่าปีไว้ข้างนอก แล้วถูกเมีย
หลวงจับได้”
“เมียหลวงคนนั้นยุ่งด้วยได้ง่าย ๆ เหรอ? หล่อนหยิบมีดมาเล่ม
หนึ่ง พอตกกลางคืนก็ซ่อนตัวอยู่ที่เบาะหลัง รอจนพวกเขาขึ้นมาทำ
อะไรกันบนรถ ก็เลยใช้มีดแทงตายไปทีละคน”
“เลือดสด ๆ เลยล่ะ!”
“โอ๊ย!”
“สองวันก่อนยังขึ้นการค้นหายอดนิยมอยู่เลย นายไม่เห็นเหรอ?”
ฉู่จ้านครุ่นคิด ดูเหมือนเขาจะเห็นการค้นหายอดนิยมนี้
เขาพูดกับคนที่ขับรถมาให้ “รถคนนี้ผมเอานะ เดี๋ยวจะให้เงิน
คุณทีหลัง”
“ไม่เป็นไรเลยครับ เงินแค่นี้คุณชายสามฉู่จะเบี้ยวผมได้ยังไง?”
หลังจากพูดจบคนตระกูลเติ้งก็จากไปแล้ว
ฉู่จ้านเปิดประตูรถ ก่อนเข้าไปนั่งในตำแหน่งคนขับทันที
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งที่นั่งอยู่ในรถซึ่งเคยเกิดเหตุฆาตกรรม แต่
ทันทีที่เข้าไปนั่ง จิตใจที่ร้อนรนของเขา พลันสงบขึ้นมาทันที
ฉู่จ้านถอนหายใจออกมาเบา ๆ
พี่ฟางกับฉู่หร่านก็เปิดประตูรถเข้ามานั่งข้างในเช่นกัน
ทันทีที่พี่ฟางเข้ามานั่งก็รู้สึกเย็นไปทั้งร่าง เขาอดจะลูบแขน
ตัวเองไม่ได้ “ทำไมอยู่ดี ๆ นายถึงอยากได้รถที่มีคนตายขึ้นมาล่ะ?”
ทั้งที่ด้านนอกมีแสงแดดจ้า และภายในรถยังไม่ได้เปิดแอร์ แต่
กลับรู้สึกเย็นยะเยือกอย่างประหลาด
พี่ฟางมองภายในตัวรถด้วยความระมัดระวัง ทั้งที่มองไม่เห็นอะไร
เลย แต่รู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างกำลังแอบมองอยู่
หลังจากฉู่จ้านกับฉู่เหิงพูดคุยกันอีกสองสามประโยคก็วางสาย
ไป เขาพิงเบาะรถอย่างสบายใจ
“รอดแล้ว!”
พี่ฟางงงหมด “รอดแล้วอะไร?”
ฉู่หร่านที่อยู่ข้าง ๆ พูดเหมือนจนปัญญา “พี่สามของฉันฟัง
คำพูดของลั่วลั่ว ที่บอกว่าต้องหารถที่เคยมีคนตายมานั่ง ไม่รู้หรือไง
ว่าสำหรับนักแข่งรถ รถที่เคยมีคนตายไม่มงคล? แถมยัง…”
“ที่แท้ก็ท่านปรมาจารย์ฉู่บอกมานี่เอง!” พี่ฟางพูดแทรก “ถ้า
อย่างนั้นก็ต้องฟังไว้”
ฉู่หร่านเงียบลงไปทันที
“ท่านปรมาจารย์ยังบอกอะไรอีกไหม? อย่างเช่นจะวาดยันต์ให้
หรือเปล่า หรือให้พวกเราซื้อธูปเทียนอะไรมาเพิ่มไหม! ต้องโขกศีรษะ
หรือเปล่า?”
ฉู่หร่านหมดคำจะพูด
ฉู่จ้านส่ายหน้า “ฉู่ลั่วไม่ได้เป็นคนติดต่อมาหาผมครับ แต่ติดต่อ
ผมผ่านพี่ใหญ่อีกที”
พี่ฟางได้ยินแบบนี้ ก็มองฉู่จ้านด้วยสายตารังเกียจ “นายบอกมา
ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย? นายต้องทำตัวไม่ดีกับท่านปรมาจารย์
แน่นอนเลย ท่านถึงไม่อยากติดต่อมาหานาย”
พูดไป เขาก็ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง
ฉู่จ้านก็ถอนหายใจ
ตอนนี้เขาเสียใจทีหลังขึ้นมาแล้ว!
แน่นอนว่าเขารู้ว่าฉู่ลั่วเก่งขนาดไหน!
แต่ตอนนี้เขาทำผิดกับฉู่ลั่วไปแล้ว ถ้าจะให้ก้มหน้าขอร้องเธอ
เอาป่านนี้ เขาทำไม่ได้
คิดมาถึงตรงนี้ ฉู่จ้านจึงทำได้เพียงโทรไปหาเพื่อนสนิทของ
ตัวเองอีกครั้ง
พอทางนั้นรับสายก็พูดออกมาอย่างหมดความอดทน
[อาจ้าน! ฉันบอกนายแล้ว ถ้าหากท่านปรมาจารย์ว่า ฉันจะ
ติดต่อไปหานายทันที]
ฉู่จ้านก็จนปัญญาเหมือนกัน “จะว่างเมื่อไหร่เล่า? ตอนนี้ทางฉัน
กำลังเจอปัญหาหนักจริง ๆ นะ”
เพื่อนสนิทก็จนปัญญา “อีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์นะ ไม่ได้ขัดสน
เงินทอง จะรู้ตารางงานของท่านได้ เป็นเรื่องยากมาก แล้วฉันจะบังคับ
อีกฝ่ายที่เป็นปรมาจารย์ได้เหรอ?”
“ฉันก็ไม่ได้ให้นายบังคับ…” สุดท้ายฉู่จ้านก็ถอนหายใจออกมา
“ถ้าท่านปรมาจารย์ว่างแล้ว นายต้องติดต่อมาหาฉันทันทีเลยนะ!
ต้องบอกทันทีนะ!”
หลังวางสาย พวกเขาสามคนก็นั่งอยู่ในรถเกือบครบหนึ่งชั่วโมง
โครม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงชนดังสนั่นขึ้นมาจากที่ไกล ๆ
ทุกคนหันไปมองก็เห็นรถคันหนึ่งพลิกคว่าอยู่ข้างทาง มีควันดำ
ลอยออกมาหนาแน่น
พี่ฟางร้อนใจขึ้นมาทันที “อาจ้าน นั่นรถของนายนี่! โต้วหยาง
เป็นคนทดสอบรถอยู่ตอนนี้!”
“ฉันจะออกไปดูหน่อย!”
“ผมไปด้วย!”
“รออยู่ในรถนี่แหละพ่อคุณ! ฉันไปเองก็พอ” พี่ฟางเปิดประตูรถ
แล้วรีบวิ่งออกไปแล้ว
ฉู่จ้านเกาะกระจกรถมองไปยังรถที่อยู่ไกลออกไป ในใจของเขา
เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และรู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน
ทั้งหมดเป็นเพราะเขา!
เดิมทีคนที่ต้องเจออุบัติเหตุทางรถยนต์คือเขา… ควรจะเป็นเขา