เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 827 รอจนกว่าฉู่หร่านจะไป
“พี่สาม ดีนะคะที่พี่ไม่ได้ไปทดสอบรถ! ถ้าเป็นพี่ไปทดสอบรถล่ะ
ก็ ตอนนี้คนที่เกิดอุบัติเหตุคงเป็นพี่แล้ว”
ฉู่หร่านเผยสีหน้าดีใจออกมา เธอยกมือขึ้นกุมหน้าอก “เปลี่ยน
เรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้ ถือเป็นเรื่องดี คืนนี้พวกเรามาฉลองกัน
เถอะค่ะ!”
ฉู่จ้านเม้มปาก เขาพูดออกมาอย่างทนไม่ไหวว่า “พี่เปลี่ยนร้าย
กลายเป็นดี แต่โต้วหยางต้องมาประสบอุบัติเหตุแทนพี่นะ”
“ทำไมพี่สามถึงคิดแบบนี้ล่ะคะ?” ฉู่หร่านมีสีหน้าไม่เห็นด้วย
“เขาเป็นผู้ช่วยของพี่สามนะ ในเวลาที่พี่สามทดสอบรถไม่ได้ ก็ต้อง
เป็นเขาที่ทดสอบรถแทนอยู่แล้วนี่คะ!”
“เขาได้รับเงินเดือนสูงขนาดนั้น ก็สมเหตุสมผลแล้ว!”
ฉู่จ้าน “…”
คำพูดของฉู่หร่านมีเหตุผล แต่พอเขาฟังแล้วกลับไม่สบายใจ
ผ่านไปสักพักหนึ่ง พี่ฟางก็วิ่งกลับมา เขาหอบหายใจพลางพูด
กับฉู่จ้านว่า “โต้วหยางไม่เป็นอะไร แค่หัวแตกนิดหน่อย”
“รถคว่า ก็เลยเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา โต้วหยางบอกว่าน่าจะมีคน
ทำอะไรกับพวงมาลัยหรือเบรก”
“ถึงเทคนิคในการขับรถของนายกับโต้วหยางจะเหมือนกันมาก
แต่ความเร็วของโต้วหยางยังสู้นายไม่ได้ เบรกนั้นจะทำงานตาม
ความเร็วของนาย”
“โชคดีที่ครั้งนี้คนทดสอบรถเป็นโต้วหยาง ถ้าเปลี่ยนเป็นนาย คง
ไม่จบแค่หัวแตกแน่นอน”
พี่ฟางพูดจบก็ขนลุกซู่
“ปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์!” เขาตบไหล่ฉู่จ้านที่นั่งอยู่ในรถ
“ท่านปรมาจารย์ช่วยชีวิตนายไว้นะ! นายต้องของคุณท่านให้มาก ๆ
ล่ะ”
ฉู่จ้านก็โล่งใจเช่นกัน โต้วหยางไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว
“ฉันจะสืบให้ว่าใครเป็นคนมายุ่งกับรถ”
ฉู่จ้านพยักหน้า เขาโทรไปบอกพี่ใหญ่ว่าตนเองปลอดภัยแล้ว
ทางนั้นก็สบายใจ เขาเอนตัวพิงตัวรถอย่างหมดแรง
[ลั่วลั่วบอกว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่านายจะ
ปลอดภัยจริง ๆ ต้องรอไปอีก… สองวันถึงจะดี]
รอจนกว่าฉู่หร่านจะไป!
แต่ฉู่เหิงไม่ได้พูดคำนั้นออกมา
“ลั่วลั่วบอกว่า ทางที่ดีนายหาบ้านที่เคยมีคนตายอยู่ไปก่อน”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” ฉู่จ้านพยักหน้า เขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อน
พูดต่อ “พี่ใหญ่… พี่ช่วยขอบคุณเค้าแทนผมด้วยนะ ผมไม่ให้เค้า
ช่วยผมฟรีแน่นอน ผม… ผมต้องตอบแทนแน่ครับ”
“นายจำไว้ให้ดีเลยนะ” ฉู่เหิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เวลาที่ตอบ
แทน อย่าลืมตอบแทนให้มากหน่อย อย่าลังเล เธออยู่ข้างนอกตัวคน
เดียว ไม่มีรายได้อะไร แถมยังต้องเลี้ยง… กลุ่มใหญ่ขนาดนั้น”
หลังจากชะงักไปหลายวินาที ฉู่เหิงถึงพูดว่า “เพื่อนกลุ่มใหญ่
ขนาดนั้น ต้องจ่ายเงินจำนวนมาก”
ฉู่จ้านตอบรับออกมา
ฉู่เหิงเอ่ยเตือนอีกครั้ง “นายจับตาดูคนดูแลของนายให้ดีหน่อย
ฉันให้เขาติดต่อไปหานาย แต่เขาก็เงียบไปไม่ทำอะไร”
“ไม่อย่างนั้น ฉันคงไม่ต้องติดต่อไปหาเจ้าของสโมสรแข่งรถ
โดยตรง ให้พวกเขาติดต่อนายให้”
ฉู่จ้านส่งเสียงตอบรับออกมา
หลังจากวางสายแล้ว เขาก็มองพิจารณาพี่ฟาง
พี่ฟางถูกสายตานั่นจ้องจนแผ่นหลังชาไปหมด “ทำไมถึงมองฉัน
แบบนั้น? นายคงไม่ได้สงสัยว่าฉันเป็นคนทำอะไรกับรถนายใช่ไหม!”
ฉู่จ้านพยักหน้า
อีกฝ่ายกัดฟันด้วยความโกรธ “สมองนายมีปัญหาเหรอ? ฉันจะ
ทำร้ายนาย จำเป็นต้องลงมือกับรถด้วยเหรอ? แค่วางยาถ่ายนาย
นายก็จบเห่แล้ว!”
ฉู่จ้านยกเหตุผลมาพูด “ถ้าอย่างนั้นทำไมพี่ไม่ติดต่อมาหาผม?
พี่ใหญ่บอกผมหมดแล้ว คนแรกที่เขาติดต่อไปหาคือพี่ ถ้าไม่ใช่
เพราะพี่ไม่สนใจ เขาจะโทรไปหาคนอื่นทำไม”
พี่ฟางทำหน้าไม่รู้เรื่อง “ฉัน… ก็คุณหนูใหญ่ฉู่นั่นแหละ! คุณหนู
ใหญ่ฉู่บอกว่า พี่ใหญ่ของนายไม่ได้มีธุระสำคัญอะไร ไม่ให้ฉันไป
รบกวนนาย”
ฉู่จ้าน “…”
เขาหันกลับไปมองน้องสาวด้วยความตกใจ
ฉู่หร่านทำหน้าใสซื่อ “หนูคิดว่า… พี่ใหญ่รู้มาจากไหนว่าพี่สาม
พาหนูมาสนามแข่งรถ เลยโกรธมาก แล้วคิดจะต่อว่าพี่สาม”
“หนูเลยไม่อยากให้พี่ฟางบอกพี่สามไงคะ”
“พี่สาม หนูไม่คิดจริง ๆ ว่าเรื่องมันจะร้ายแรงขนาดนี้”
พูดจบ เธอก็จะร้องไห้ออกมา
ฉู่จ้านจึงรีบพูดว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ! เรื่องนี้… เธอคงคิดไม่ถึงจริง ๆ
แต่ที่เธอพูดก็ไม่ผิด พี่ใหญ่ต้องไม่อยากให้พี่พาเธอมาที่สนามแข่งรถ
แน่นอน”
ก่อนหน้านี้เขาอยากพาฉู่หร่านมาที่สนามแข่งมาก แต่คนที่บ้าน
ไม่เห็นด้วย
“เธอกลับไปก่อนเถอะ! พี่ยังต้องหาบ้านที่เคยมีคนตายอยู่”
ฉู่หร่านยังอยากออดอ้อนต่อ แต่ถูกพี่ชายสามปฏิเสธเสียแล้ว
เธอจึงต้องออกไปจากสนามแข่ง เดินไปได้สามก้าวก็หันมามอง
สนามแข่งที
จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอหายไปจนมองไม่เห็นแล้ว ฉู่จ้านถึง
แอบรู้สึกสบายใจ แม้การแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน
แต่ว่า…
พี่ฟางมองออกแล้ว