เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 829 อายุเจ็ดสิบถึงแปดสิบปี
เฉิงยวนจับมือสัมภเวสีเด็กพากันเดินลงไปข้างล่าง ระหว่างนั้นก็
ถามไปด้วย “พ่อแม่บุญธรรมของเจ้ายังไม่ส่งชื่อมาให้อีกเหรอ?”
สัมภเวสีเด็กพูดอย่างเชื่อฟัง “ป่าป๊ากับหม่าม้าบอกว่าอยากตั้ง
ชื่อที่ดีให้ หม่าม้าบอกว่าจะใช้นามสกุลหม่าม้า แต่ป่าป๊าก็อยากให้ใช้
นามสกุลป่าป๊า ทั้งสองคนเลยทะเลาะกัน”
ได้ยินแบบนี้ เฉิงยวนก็กลอกตามองบน
หล่อนใช้นิ้วจิ้มสัมภเวสีเด็กเบา ๆ “เจ้านี่นะ! อย่าโง่ไปหน่อยเลย
ถ้าเจ้ามีชื่อ มีป้ายวิญญาณ ก็จะมีที่ให้ดวงวิญญาณสถิต สามารถ
หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณได้ หากเจ้าบำเพ็ญให้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นผีที่
บรรลุเต๋าได้เลยนะ”
สัมภเวสีเด็กเอียงศีรษะไม่เข้าใจ
แต่เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ก็ได้ยินเสียงคึกครื้นดังออกมาจากข้าง
นอก เด็กน้อยจึงสลัดมือของเฉิงยวนออก แล้วลอยออกไปด้วยความ
ดีใจ
เฉิงยวน “…”
ในบ้านหลังนี้ ไม่มีใครทะเยอทะยานเลยเหรอ?
พวกเขาได้มาอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว มีโอกาสดีขนาดนี้ไม่คิดจะ
บำเพ็ญ คิดแต่จะเล่นกันทั้งวัน
เพื่อนร่วมชายคาด้อยพัฒนาพวกนี้!
ผีร้ายพันปีเดินลงมาข้างล่าง มองไปรอบ ๆ ก็เห็นของที่วางอยู่บน
โต๊ะ “นี่คืออะไร?”
หล่อนถามหัวหว่าน
บนโต๊ะมีเครื่องประดับ หยก และมีดอกไม้สดช่อใหญ่
หัวหว่าน “ตระกูลฮั่วส่งมาน่ะ”
เฉิงยวนดวงตาเป็นประกาย ยังไม่ทันได้เผยสีหน้าดีใจก็ได้ยินหัว
หว่านพูดว่า “คุณนายฮั่วส่งมาให้”
สีหน้าของผีร้ายพันปีหดหู่ “เออ ข้ารู้อยู่แล้ว! ฮั่วเซียวหมิงจะได้
ดั่งใจขนาดนี้ได้ยังไง! เจ้าสมองทื่อเป็นท่อนไม้นั่น!”
เฉิงยวนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ถ่ายรูปดอกไม้กับของขวัญ
แล้วส่งไปให้ฮั่วเซียวหมิง
[ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้รับสืบทอดมันสมองมาจากแม่ของเจ้า!]
ฉู่ลั่วส่งกุมารหยินไปแล้ว ก็เห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะ
หัวหว่านบอกว่า “ตอนคุณนายฮั่วโทรมา คุณหนูกำลังยุ่ง เลย
บอกว่าไม่อยากรบกวนคุณหนูค่ะ”
“ถ้าคืนนี้คุณหนูไม่มีธุระอะไร ไปทานมื้อค่าที่บ้านตระกูลฮั่วนะ
คะ”
“รถกำลังรออยู่ด้านนอกค่ะ”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า
เธอควรไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้วิญญาณของฮั่วเซียวหมิงด้วย
ฉู่ลั่วนั่งรถออกไป เฉิงยวนยืนโบกมืออยู่หน้าประตูใหญ่
จนกระทั่งรถออกไปไกลแล้ว หล่อนถึงได้เอามือกอดอก ทำหน้าเคร่ง
ขรึม
หัวหว่านเหลือบมองผีร้ายพันปี “เธอคิดอะไรอีกแล้ว?”
“ข้ากำลังคิดว่า ด้วยท่าทีของฮั่วเซียวหมิง ไม่แน่ว่ารอให้ทั้งสอง
อายุเจ็ดสิบถึงแปดสิบปี ผมขาวไปทั้งหัว ก็ยังไม่พัฒนาไปไหน”
หัวหว่านเบ้ปากอย่างจนปัญญา “เธอเป็นห่วงพวกเขาขนาดนี้
เลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ! ถ้าเขาแก่ก็เสียใบหน้าหล่อเหลานั้นไปแล้ว เมื่อความ
โดดเด่นที่สุดหายไป ข้าก็สนับสนุนคู่นี้ต่อไปไม่ได้แล้ว” คิดมาถึงตรง
นี้ เฉิงยวนก็ทำได้แค่ส่ายหน้า “เฮ้อ! เสียดายที่ฮั่วเซียวหมิงไม่
สามารถบำเพ็ญได้ ไม่อย่างนั้นคงรักษาใบหน้านั้นไว้ได้แล้ว!”
หัวหว่าน “…”
…
คฤหาสน์ของฉู่ลั่วกับคฤหาสน์ตระกูลฮั่วอยู่บนยอดเขาใกล้เคียง
กัน
ก่อนหน้านี้ฉู่ลั่วเคยมาที่คฤหาสน์ของตระกูลฮั่วหลายครั้ง การ
รักษาความปลอดภัยเข้มงวดยิ่งกว่าคฤหาสน์ของเธอมาก หลังจาก
ผ่านป้อมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตีนเขามาได้ ตลอด
ทางยังมีกล้องวงจรปิดจำนวนไม่น้อย
รถขับมาได้ครึ่งทาง ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมา
ฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบหน้าต่าง ทำให้ทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่าง
ดูแปลกตามาก
ฉู่ลั่วหันหน้ามองไปข้างนอก ก็เห็นว่ารถขับมาถึงหน้าประตูใหญ่
ของคฤหาสน์แล้ว ทันใดนั้นสายตาก็ชะงักไป เธอจ้องมองร่างสีขาว
ด้านนอกคฤหาสน์
ฝนเทกระหน่าลงมา เงาร่างนั้นทั้งผอมบางและอ่อนแอ กำลังขด
ตัว สองมือกอดไหล่เอาไว้ แล้วซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้อย่างโดดเดี่ยว
ร่างกายของหล่อนเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่สายตากลับจับจ้องไปที่คฤหาสน์
เมื่อเห็นรถขับเข้ามา ดวงตาคู่นั้นก็เป็นประกาย หล่อนเผยสีหน้า
ดีใจออกมา พร้อมกับวิ่งเข้าหารถ
ร่างนั้นขวางหน้ารถไว้ บังคับให้รถต้องหยุด
หล่อนวิ่งมาทางที่นั่งด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเคาะกระจก
รถด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“อาหมิง ฉันรู้ว่าใกล้จะถึงวันเกิดคุณแล้ว ฉันเลยตั้งใจเตรียมเค้ก
มาให้คุณเป็นพิเศษ ฉันทำเองเลยนะ”
ผู้หญิงคนนั้นยกเสื้อขึ้น เผยให้เห็นเค้กที่ถูกปกป้องไว้อย่างดี
เพราะมีกระจกกั้น หล่อนจึงมองเห็นคนในรถไม่ชัด
แต่ฉู่ลั่วที่อยู่ในรถกลับมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
รวมถึงเค้กก้อนนั้นด้วย
“อาหมิง ฉันรู้ฐานะของตัวเองดี ฉันไม่สามารถมาร่วมงานเลี้ยง
วันเกิดของคุณได้ แต่ว่า…” บนใบหน้าอ่อนแอของหญิงสาว ปรากฏ
รอยยิ้มภาคภูมิใจออกมา “คุณคิดว่ากล้องวงจรปิดพวกนี้จะขวางฉัน
ได้เหรอ?”
“ถ้าฉันอยากเจอคุณ ฉันก็มาเจอได้แน่นอน”
ทั้งที่แสดงท่าทางเหมือนเขินอาย แต่สายตากลับอวดดีมาก
คนขับรถที่อยู่เบาะหน้าใบหน้าซีดขาวไปนานแล้ว