เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 844 แค่นั้นเอง
“ถ้าเธอไม่เชื่อ ไปถามพี่ไคจี้เลยสิ!” ฉู่หร่านตะโกนเรียกฝางไคจี้
หลังจากเขาเดินมาหา หล่อนก็ถามว่า “พี่ไคจี้ เมื่อคืนวานนี้พี่ไม่ได้
โดนโจมตีใช่ไหมคะ?”
“อืม”
“แต่ยันต์กลับกลายเป็นผุยผงไป ใช่ไหมคะ?”
“ใช่!” ฝางไคจี้พ่นออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะมองฉู่ลั่วด้วยสายตา
เย็นชา “ปรมาจารย์ฉู่ ถ้าคุณไม่เต็มใจจะให้ยันต์ผมก็บอกมาตรง ๆ สิ
จะเอายันต์ปลอมมาให้ทำไม? ถ้าเกิดผมเจออันตรายขึ้นมาจริง ๆ
ยันต์ที่คิดว่าจะช่วยผม ไม่เป็นการส่งผมไปเผชิญอันตรายแทน
เหรอ?”
“ผมรู้ว่าเพราะผมเอาแต่ปกป้องหร่านหร่าน ปรมาจารย์ฉู่เลยไม่
พอใจ แต่คุณในฐานะผู้บำเพ็ญ ควรแยกแยะเรื่องส่วนรวมกับเรื่อง
ส่วนตัวไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าปรมาจารย์ฉู่ไม่เต็มใจให้ยันต์ผม ก็ไม่ต้องให้ ผมไม่บังคับ!”
เขามีสีหน้าเย็นชา ท่าทางหยิ่งผยอง
ฉู่หร่านที่อยู่ข้าง ๆ รีบเกลี้ยกล่อมเขา เมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จ จึงหัน
มาเกลี้ยกล่อมฉู่ลั่วแทน “ลั่วลั่ว เธอรีบขอโทษพี่ไคจี้เร็ว แล้วก็ให้
ยันต์เขาเพิ่มอีกสักสองสามแผ่น!”
“พี่ไคจี้ไม่ได้โกรธจริง ๆ หรอก เขาแค่ต้องการความยุติธรรม…”
เย่อวิ๋นชูขมวดคิ้วแน่น ถามว่า “พี่ลั่วบอกว่ายันต์ช่วยพวกคุณ
จากการโจมตี แล้วพวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่ายันต์ไม่ได้ปกป้อง
พวกคุณ? มีสิทธิ์อะไรมาคิดว่ายันต์เป็นของปลอม?”
“เพราะว่าพวกเราไม่ได้ถูกโจมตียังไงล่ะ? พวกเราไม่รู้สึกอะไร
เลยนะ” ฉู่หร่านยกเหตุผลมาแย้ง “อีกอย่างพวกเราก็เชื่อฟังที่
ปรมาจารย์จี้ไจ่บอก จะถูกโจมตีได้ยังไง”
เย่อวิ๋นชูหัวเราะเยาะ “เชื่อฟัง? อย่างพวกคุณน่ะเหรอ?”
ฉู่หร่าน “แน่นอน!”
เย่อวิ๋นชูหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดอันดับการค้นหายอดนิยม
แล้วพูดเสียงดังอย่างไม่สนใจใครว่า “คู่จิ้นหร่านเซ่อจี้ชมจันทร์ยาม
ค่าคืน”
“ดวงจันทร์ของเมืองซินสวยแค่ไหน ก็ไม่สวยเท่าคู่รักอยู่เคียง
ข้างกัน”
“ฉู่หร่านกับฝางไคจี้ไลฟ์สตรีมชมจันทร์ยามค่าคืน”
หลังจากเธออ่านจบ “การค้นหายอมนิยมก็ออกมาแล้ว พวกคุณ
ยังกล้าพูดว่าตัวเองเชื่อฟังอีกเหรอ”
ฉู่หร่านดูไม่กังวลอะไรเลย “พวกเราแค่เดินลงมาข้างล่าง เมื่อคืน
ดวงจันทร์สวยมาก! พวกเราแค่อยากให้คนดูเห็นบรรยากาศสวย ๆ ก็
ผิดเหรอ?”
“อีกอย่าง พวกเราไม่ได้แตะต้องอะไรเลย”
“ไม่ได้หยิบอะไรมาเลยด้วย!”
จี้ไจ่กับฉู่ลั่วได้ฟังมาถึงตรงนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไป
ฉู่ลั่วหยิบโทรศัพท์ของเย่อวิ๋นชูมา กดเข้าไปดูในการค้นหายอด
นิยมก็เห็นวิดีโอไลฟ์สตรีมที่ชาวเน็ตตัดมาลง
ในวิดีโอ ฉู่หร่านกับฝางไคจี้เดินอยู่ภายใต้แสงจันทร์ เดินไปคุย
กันไป เป็นภาพที่สวยงาม บรรยากาศก็ดี ชายหญิงก็หล่อสวย
สีหน้าของฉู่ลั่วเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย ก่อนส่งโทรศัพท์ให้
ปรมาจารย์หนุ่ม
จี้ไจ่รับโทรศัพท์มา หลังจากดูวิดีโอแล้ว สีหน้าของเขานย่าแย่ยิ่ง
กว่าเดิม “พวกคุณบอกว่าไม่ได้ทำเรื่องที่ไม่ควรทำไม่ใช่เหรอ?”
“พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!” ฝางไคจี้บังฉู่หร่านเอาไว้ “พวก
เราแค่ลงมาเดินข้างล่างแค่นั้นเอง”
เดินเล่น…
ข้างล่าง…
แค่นั้นเอง?!
จี้ไจ่หน้ามืดจนเกือบจะเป็นลมล้มลงไปแล้ว
เขาพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้บำเพ็ญของ
ลัทธิเต๋า “ผมเคยเตือนพวกคุณแล้วใช่ไหม? ว่าอย่าเดินไปไหน
ตามใจ แถมยังเป็นตอนกลางคืน ในเวลาที่แสงจันทร์ส่องสว่างอีก…
ในสถานที่ที่หยินแข็งแกร่ง พวกคุณสองคนยังกล้าออกไปจาก
อาคาร”
ฝานจื้อที่กำลังโต้ตอบกับกล้องไลฟ์สตรีม ได้ยินน้าเสียงที่แทบ
จะคุมตัวเองไม่ไหวของจี้ไจ่ เขาจึงเดินเข้ามาด้วยความสงสัย “ท่าน
ปรมาจารย์ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
เย่อวิ๋นชูเล่าเรื่องที่ฉู่หร่านกับฝางไคจี้ทำเอาไว้เมื่อคืนออกมา
ด้วยความโกรธ
ฝานจื้อ “…”
เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะมองไปที่ฝางไคจี้ทันที “ผมห้ามไม่ให้
พวกคุณออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฝางไคจี้ยักไหล่ “พวกเราแค่ออกไปเดินเล่น พวกเรากลัวว่า
เสียงพูดคุยของพวกเราจะรบกวนการนอนของทุกคน เลยออกไปไง
ล่ะ”
ฝานจื้อ “…”
จะบอกว่าเป็นความผิดของพวกเขาด้วยใช่ไหม!
ในสมองของฝานจื้อนึกถึงตอนก่อนหน้าขึ้นมาโดยไม่ทราบ
สาเหตุ เขาก็รู้สึกว่าตรงหน้ามืดไปหมด จนเกือบจะเป็นลมล้นลงไป
แล้ว
“ท่านปรมาจารย์ทั้งสองครับ พวกเขาออกไปเดินแบบนี้คงไม่มี
ปัญหาอะไรใช่ไหมครับ! พวกเราคงไม่ได้ถูกขังเอาไว้ที่นี่ใช่ไหม! มี
ค่ายกลอะไรหรือเปล่าครับ!”
เขาถามด้วยความร้อนใจ
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่มีค่ายกลค่ะ สามารถเข้าออกได้ตลอด”
ฝานจื้อถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฝางไคจี้ทำหน้าเหลืออด “พวกเราไม่ได้แตะต้องอะไรเลย แล้วก็
ไม่ได้หยิบอะไรมาด้วย ไม่มีทางเดินเรื่องหรอก”
“พวกคุณตื่นตระหนกเกินไปเอง”
แต่จี้ไจ่หน้าซีดเผือดไปแล้ว “เป็นไปไม่ได้ …เทียบกับเมื่อวาน
ตอนนี้ในหลุมขนาดใหญ่มีพลังหยินรุนแรงขึ้นอีก ทั้งยังเป็นตอน
กลางวันด้วย
“พวกคุณต้องทำอะไรแน่นอน”