เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 846 เครื่องสังเวย
จี้ไจ่เดินเข้าไปตรวจดูบาดแผลนั้น “ถ้าไม่ใช่เพราะยันต์ของ
ปรมาจารย์ฉู่ คุณคงตายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
ฝางไคจี้หน้าถอดสีแต่ยังปากแข็ง “ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกมั้ง!
เมื่อวานพวกเราไม่ได้แตะต้องอะไรเลยนะ!”
ฉู่หร่านที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดเสียงเบา “ใช่ค่ะ! พวกเราไม่ได้แตะต้อง
อะไรเลย”
จี้ไจ่เผยสีหน้าเคร่งขรึม “ไม่เชื่อเหรอ?”
ทั้งสองคนไม่พูดอะไร
“ถ้าไม่เชื่อก็รอดูคืนนี้ก็แล้วกัน คุณคือเครื่องสังเวยของพวกมัน
แล้ว”
ฝางไคจี้ “…”
ฉู่หร่าน “…”
จากนั้นจี้ไจ่ก็เดินเข้าไปพูดคุยเรื่องอื่นกับฉู่ลั่ว
ฝางไคจี้ยังคงอยู่ในท่าถลกแขนเสื้อขึ้น กล้องก็ยังถ่ายไปที่แขน
ซึ่งดูน่ากลัวของเขา
ฉู่หร่านปล่อยมือที่ดึงแขนเสื้อเขาออก “พี่ไคจี้ พี่ไม่เป็นอะไร
หรอกค่ะ ลั่วลั่วกับปรมาจารย์จี้ไจ่เก่งขนาดนี้ ต้องไม่ยอมให้เกิดเรื่อง
ขึ้นกับพี่แน่นอน”
“ตอนนี้ฉันจะไปขอร้องลั่วลั่วให้เอง ไม่ว่าลั่วลั่วจะโกรธมากแค่
ไหน ขอแค่เธอช่วยพี่ไคจี้ได้ ให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นค่ะ”
ฉู่หร่านพูดจบก็เดินไปหาฉู่ลั่ว
แต่กลับถูกฝางไคจี้ดึงแขนเอาไว้ “ทำไมต้องให้เธอไปขอร้อง
ด้วย หน้าที่ของฉู่ลั่วคือปกป้องพวกเรา”
ฝางไคจี้ก้าวยาว ๆ ไปหาฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ที่อยู่อีกด้าน พลางเอ่ยถาม
“ต่อจากนี้ต้องทำยังไง?”
จี้ไจ่ “…”
ฉู่ลั่ว “…”
ฉู่หร่านที่ตามฝางไคจี้มาพูดเสียงเบา “ลั่วลั่ว ฉันรู้ว่าเธอโกรธ
แต่ถ้าเธอยอมช่วยพี่ไคจี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรฉันpอมทำให้หมดเลย”
“หร่านหร่าน การปกป้องพวกเราคือหน้าที่ของหล่อน นี่เป็น
เหตุผลที่รายการเชิญหล่อนมาด้วย ไม่ต้องไปขอร้อง”
ฝางไคจี้มองฉู่ลั่วด้วยความโกรธ “ตอนนี้ผมบาดเจ็บแล้ว ไม่
อยากถูกใช้เป็นเครื่องสังเวย เพราะฉะนั้นคุณต้องปกป้องผม”
เขาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ “คุณมาปกป้องผม”
เขาชี้ไปที่ฉู่ลั่ว
เธอมองหน้าเขาโดยไม่แสดงอารมณ์ ก่อนจะหันมาหาฉู่หร่าน
ทันใดนั้นมุมปากก็ยกยิ้มจาง ๆ “ได้สิ”
ฝางไคจี้หัวเราะเย็นชาอย่างได้ใจ ขณะที่กำลังจะพูด ก็ได้ยินฉู่ลั่ว
พูดขึ้นก่อนว่า “แน่นอนว่ามีเรื่องที่ต้องการให้ช่วย”
สายตาของปรมาจารย์สาวจับจ้องไปที่ฉู่หร่าน “หากไม่กำจัดสิ่ง
ที่อยู่ในหลุมยักษ์นี้ สัญลักษณ์ของคุณจะไม่หายไป”
“แต่ใช้คุณคนเดียวล่อสิ่งที่อยู่ในหลุมยักษ์ออกมา …อาจจะไม่
พอ”
ฉู่ลั่วยกคางขึ้นเล็กน้อยไปทางฉู่หร่าน “เธอมาเป็นเหยื่อล้ออีก
คน…”
“ได้ยังไง!?” ฉู่หร่านรีบพูดทันที “ทำไมต้องให้ฉันไปเป็นเหยื่อล้อ
ด้วย? ฉัน…”
“เธอบอกเองไม่ใช่เหรอ ขอแค่ฉันยอมช่วยเขา ให้เธอทำอะไรก็
ได้ทั้งนั้น?” ฉู่ลั่วพูดแทรกฉู่หร่านขึ้นมา “วางใจได้”
ได้ยินแบบนี้ ฉู่หร่านก็มองฝางไคจี้อย่างลำบากใจ “พี่ไคจี้ ฉัน
อยากตอบตกลงมากจริง ๆ นะคะ แต่ว่าฉัน… ฉันขี้ขลาดมาก ฉัน
กลัวค่ะ”
ฝางไคจี้พยักหน้า “พี่เข้าใจ”
เขามองฉู่ลั่วอย่างโกรธเคือง “ปรมาจารย์ฉู่ เรื่องนี้อันตรายมาก
หร่านหร่าน…”
“ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ก็ไม่ต้องมาขอร้องให้ช่วย”
ฝางไคจี้ “…”
ระหว่างจี้ไจ่กับฉู่ลั่ว
ทุกคนที่นี่ต่างรู้ดีว่าควรเลือกใคร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ชีวิตเขาตกอยู่ในอันตราย ย่อม
ต้องเลือกฉู่ลั่วแน่นอน
เขามองฉู่หร่านโดยไม่รู้ตัว
ฉู่หร่านขอบตาแดงก่า หล่อนเม้มปากท่าทางเสียใจ “พี่ไคจี้ ถึง
ฉันจะกลัวมากก็จริง แต่ถ้าพี่ต้องการให้ฉันช่วยจริง ๆ ฉันต้องช่วยพี่
แน่นอนค่ะ”
หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึก “ฉัน… ฉันไม่กลัว ฉันไม่กลัวจริง ๆ ”
แต่ท่าทางของหล่อนเหมือนคนที่กลัวจนตัวสั่น ทำให้ฝางไคจี้
ปวดใจมาก
“ผมไม่ต้องการให้คนอื่นช่วย แค่ผมคนเดียวก็พอ!”
ฝางไคจี้มองฉู่ลั่ว
แต่เธอส่ายหน้า “คนเดียวไม่พอ ต้องสองคน”
ฝางไคจี้รีบมองไปที่แขกรับเชิญคนอื่น ๆ
เย่อวิ๋นชูรีบแสดงท่าทางอ่อนแอออกมาทันที “ฉันก็กลัวค่ะ!”
หางเจียซิ่นหันไปมองกล้อง แสร้งทำเป็นทักทายผู้ชมในช่องไลฟ์
สตรีม ทำเหมือนมองไม่เห็นเหตุกาณ์
เหยียนอันอี้โบกมือ “ฉันอายุมากแล้ว ถึงใจสู้ แต่ร่างกายไม่
ไหว…”
ฝางไคจี้อยากพูดว่าอายุสี่สิบกว่ายังไม่ได้แก่มากเท่าไหร่!
แต่เขารู้ว่านี้ไม่สามารถพูดแบบนั้นออกไปได้ หากหลุดปากต้อง
ถูกชาวเน็ตโจมตีแน่
เขาจึงเลื่อนสายตามายังฝานจื้อที่อยู่ทีมเดียวกัน
“ฝานจื้อ พวกเราก็เหมือนพี่น้อง แถมยังเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน
ด้วย หร่านหร่านเป็นผู้หญิงขี้กลัว นายน่าจะเข้าใจได้นะ?”
ฝานจื้อส่ายหน้า “ผมไม่เข้าใจ เมื่อคืนนี้ตอนที่พวกคุณแอบหนี
ออกมา ผมไม่เห็นว่าเธอจะกลัวสักเท่าไหร่เลย!”
ฉู่หร่านห่อไหล่ หล่อนพูดแก้ตัวเสียงเบา “พวกเราไม่รู้ว่าข้าง
นอกมีอะไรอยู่นี่?”
“ปรมาจารย์ฉู่เคยเตือนแล้วนะครับ”
“ปรมาจารย์จี้ไจ่ก็เคยเตือน”
“ผมก็เคยเตือนพวกคุณแล้วเหมือนกัน”
“แต่พวกคุณกลับไม่ฟัง ดื้อจะออกไปให้ได้!” ฝานจื้อส่ายหน้า
“เป็นหลักฐานว่าพวกคุณไม่ได้ขี้ขลาดเลยสักนิด ไม่ต้องการความ
ช่วยเหลือจากพวกเราหรอก”
“อีกอย่าง…” ฝานจื้อเผยรอยยิ้มสดใส “เมื่อวานก็พูดเอาไว้ไม่ใช่
เหรอ? พวกคุณสองคนจะปกป้องผม”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้ “…”