เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 849 หล่อนไม่ได้กรีดเลือด
“ระทึกมาก” เย่อวิ๋นชูพูดเสียงแผ่ว “คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอ
เรื่องราวแบบนี้ในชีวิตจริง!”
หางเจียซิ่นดวงตาเป็นประกาย “เมื่อกี้พี่ลั่วเท่มาก!”
“ใช่ไหม ใช่ไหม!”
เย่อวิ๋นชูกับหางเจียซิ่นมันมาสบตา พลางปรบมือเบา ๆ
ฝานจื้อเองก็นั่งลงบนพื้นอย่างเหนื่อยล้าโดยไม่สนภาพลักษณ์
ส่วนฉู่ลั่วดึงกระบี่ออก ก่อนมายืนอยู่ที่ปากหลุม มองดูโลงศพสี
แดงที่ยังมีเลือดไหลซึม
จี้ไจ่สังเกตการณ์หลุมยักษ์
ทีมงานของรายการก็วิ่งเข้ามาเช่นกัน พวกเขาจัดการกับแผล
บนตัวของแขกรับเชิญ
ฉู่หร่านผลักทีมงานออก ก่อนเดินตรงไปหาฝางไคจี้ “พี่ไคจี้ไม่
เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
ฝางไคจี้ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรงเพราะเสียเลือดมาก ใบหน้าของ
เขาขาวซีด ไม่มีแรงแม้แต่จะพูด
ฉู่หร่านมองชายหนุ่มอย่างปวดใจ ก่อนหันมามองฉู่ลั่วกับจี้ไจ่
ด้วยความโกรธ “ปรมาจารย์ทั้งสองท่าน ขอคำอธิบายได้ไหม?!”
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่หันกลับมา
“อธิบาย… อธิบายอะไร?”
“รายการเชิญพวกคุณมาปกป้องพวกเรา นี่น่ะหรอคือปกป้อง?
ให้พวกเราเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับด้วยตัวเอง นี่คือการคุ้มครองของ
พวกคุณเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “…”
จี้ไจ่ “…”
ฉู่หร่านยังคงเรียกร้องทั้งที่เสียงแหบแห้ง “พี่ไคจี้ไม่เท่าไหร่ แต่
พวกเราล่ะ? พวกเราเป็นคนธรรมดา ทำไมต้องมาเจอสถานการณ์
แบบนี้ด้วย?”
“สถานการณ์แบบนี้ พวกคุณควรแก้ไขไม่ใช่เหรอ”
“นี่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกคุณเหรอ”
หล่อนบ่นเสร็จ น้าตาก็ไหลออกมา “พวกเราทุกคนบาดเจ็บกัน
หมด นี่คือการปกป้องของพวกคุณเหรอ?”
“อย่าดึงพวกเราไปเกี่ยวด้วยนะ!” เย่อวิ๋นชูยืนขึ้น “ฉันไม่ใช่คนโง่
ถึงได้ดูไม่ออกว่าทำไมปรมาจารย์ทั้งสองต้องทำแบบนี้”
ฉู่หร่านน้าตาเอ่ออยู่ที่หางตา จะไหลออกมาแต่ก็ไม่ไหล แต่ก็ไม่
มีเสียงร้องไห้แล้ว
หางเจียซิ่นเองก็เสริม “อย่าลากผมไปด้วยเหมือนกัน ปรมาจารย์
ทั้งสองคนให้ผมได้ทำอะไรบ้าง ผมดีใจมาก”
ฝานจื้อก็พยักหน้า
เหยียนอันอี้ถอนหายใจออกมา “หร่านหร่าน เธอไม่เข้าใจเหรอ
ว่าทำไมปรมาจารย์ทั้งสองท่านถึงให้พวกเราเข้าร่วม?”
ฉู่หร่าน “…”
“หรือเธอคิดว่าปรมาจารย์ทั้งสองไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง
เหรอ?”
“เพราะปรมาจารย์ทั้งสองท่านอยากให้แอร์ไทม์พวกเราไงล่ะ! ถึง
ให้พวกเราออกแรงบ้างนิดหน่อย ไม่ให้เหมือนผู้ชมเฉย ๆ ที่นั่ง
ปรบมืออยู่ข้าง ๆ ด้วยความกลัว”
ฉู่หร่าน “…”
“ถ้าเธอไม่ยินยอม ครั้งหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้ ก็บอกทางรายการ
อย่าให้เธอมาทำอะไรแบบนี้”
“แต่ถึงตอนนั้น อย่ามาโทษว่าทางรายการไม่ให้แอร์ไทม์กับเธอ
และอย่าโทษท่านปรมาจารย์ทั้งสองว่าชอบโผล่ในกล้องด้วย!”
สถานที่ถ่ายทำเงียบลง
มีเพียงเสียงของเหยียนอันอี้ที่ดังก้องไปในอากาศ
ในที่สุดน้าตาที่หางตาของฉู่หร่านก็ไหลลงมา สีหน้าของหล่อน
ชะงักค้างไป ไม่ได้ต่อว่าและกล่าวหาอย่างเมื่อครู่อีก
ได้แต่อ้าปากค้าง พูดแก้ตัวว่า “ฉันแค่หวังดีกับทุกคน… เป็นห่วง
ว่าทุกคนจะบาดเจ็บ”
ฝานจื้อเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “แค่แผลเล็ก ๆ เวลาถ่ายกำก็เจอ
เป็นปกติอยู่แล้วครับ พวกเราเป็นศิลปิน มีชีวิตอยู่หน้ากล้อง”
ฉู่หร่านยังไม่ยอมแพ้ “ฉันก็แค่สงสารทุกคน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณความกรุณาของคุณมาก” ฝานจื้
อพูดด้วยน้าเสียงไม่เย็นชาแต่ก็ไม่ได้อบอุ่น “แต่ถ้าคุณจะโทษท่าน
ปรมาจารย์ ก็อย่าดึงพวกเราเข้าไปด้วย พวกเราทุกคนรู้สึกของคุณ
ปรมาจารย์ทั้งสองท่านมาก”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนก้มหน้า น้าตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ แต่ไม่พูดอะไร
อีก
ฝานจื้อเห็นท่าทางแบบนี้ หางตาก็กระตุกสองครั้ง ก่อนจะหัน
หน้าหนีอย่างหมดคำจะพูด
หางเจียซิ่นผู้มีประสบการณ์เดินเข้ามาดึงแขนเขาเบา ๆ พร้อม
กับส่ายหน้าให้ ก่อนจะหันไปขยิบตาให้ฉู่ลั่ว ความหดหู่ในใจถึงได้
หายไป
ตอนนี้เอง ฉู่ลั่วก็เดินตรงเข้าไปหาฉู่หร่าน “เธอได้กรีดเลือดหรือ
เปล่า?”
น้าตาของฉู่หร่านหยุดไหล หล่อนเงยหน้ามองปรมาจารณ์สาว
ทั้งน้าตา “อะไรนะ”
“เธอได้หยดเลือดลงไปไหม”
ฉู่หร่านพยักหน้า “แน่นอนสิ!”
“แน่ใจนะ?”
“…อืม” ฉู่หร่านหลบสายตาฉู่ลั่วเหมือนคนมีความผิด
ฉู่ลั่วก้มหน้ามองหล่อนโดยไม่พูดอะไรสักคำ
จี้ไจ่เดินเข้ามาขมวดคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“หล่อนไม่ได้กรีดเลือด”
จี้ไจ่ “…”