เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 850 ใช้เลือดใครก็เหมือนกัน
ฉู่ลั่วเอ่ยด้วยน้าเสียงไร้อารมณ์ “หล่อนกลัวเจ็บ กลัวเลือดออก
แต่ตอนที่คนอื่นกำลังกรีดเลือด หล่อนก็เลยไม่ได้ทำ”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ฉู่หร่าน
หล่อนเอาแขนของตัวเองไปซ่อนไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
การกระทำแบบนี้ยิ่งยืนยันว่าคำพูดของฉู่ลั่วเป็นเรื่องจริง
สีหน้าของทุกคนย่าแย่ขึ้นมาทันที แม้กระทั่งฝางไคจี้ก็ยังมองไป
ที่ฉู่หร่านด้วยใบหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้ ผมเห็นเลือดของหร่านหร่านแล้ว ผมเห็น…” เขาชี้
ไปที่เลือดของฉู่หร่านบนโซ่ “นั่นไม่ใช่เหรอ?”
บนโซ่ของฉู่หร่านมีเลือดอยู่จริง
เลือดสีแดงสด สะดุดตา
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเดินเข้าไป พริบตาเดียวก็มองออกถึงความผิดปกติ
ของเลือดนี้ เธอยื่นมือไปแตะมันก่อนจะหันกลับมามองฉู่หร่าน “นี่
เลือดของเธอเหรอ?”
ฉู่หร่านหลบสายตาอีกครั้ง
ฉู่ลั่วถามย้า “ใช่ เลือด ของ เธอ ไหม?”
ฉู่หร่านตอบรับเสียงเบา “ใช่”
ฉู่ลั่วถามจี้ “เป็นเลือดของเธอจริงเหรอ?”
“ขอแค่เป็นเลือดก็พอแล้วนี่ ใช่หรือไม่ใช่เลือดของฉันสำคัญ
ด้วยเหรอ?” ฉู่หร่านตอบโต้เสียงเบา “ฉัน… ฉันกลัวเลือดไหล ก็เลย
ยืมเลือดมาจากทีมงาน”
หล่อนมองตากล้องหญิง
ตากล้องหญิงเห็นสายตาของทุกคนก็ทำหน้าหมดคำจะพูด แต่ก็
ยังพยักหน้า “เลือดฉันเองค่ะ”
เธอโชว์แขนของตนเองให้ดู บนแขนมีผ้าพันแผลและเลือดซึม
ออกมาเล็กน้อย
เย่อวิ๋นชูกัดฟันด้วยความโกรธ “เธอเป็นบ้าหรือเปล่า!?”
ไอดอลสาวชี้ไปที่ฉู่หร่าน “แค่เธอกรีดผิวให้เป็นแผลเล็กนิดเดียว
เพื่อเลือดแค่หนึ่งหยดก็พอแล้ว จำเป็นต้องใช้เลือดคนอื่นด้วยเหรอ
ต้องให้คนอื่นเสียเลือดเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉู่หร่านก้มหน้า พลางพูดด้วยความเสียใจ “ฉันกลัวเลือดไหลนี่
แต่เธอไม่กลัว อีกอย่างเลือดแค่นิดเดียวไม่เป็นปัญหาหรอก”
“เธอ…”
เย่อวิ๋นชูมองฉู่หร่านด้วยความตกใจ ก่อนจะมองกล้องที่
กำลังไลฟ์สตรีม
นึกไม่ถึงว่าฉู่หร่านจะใจกล้าถึงขนาดนี้ หล่อนกล้าพูดแบบนี้
ออกมาต่อหน้ากล้องได้ยังไง
มีศิลปินคนไหนกล้าพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาอย่างโจ่งแจ้งบ้าง
ไม่อยากมีอนาคตแล้วเหรอ?
“ใช้เลือดใครก็เหมือนกัน แค่ใช้ได้ก็พอแล้ว” ฝางไคจี้ที่ฟื้นกำลัง
ขึ้นมาได้เพียงเล็กน้อย พยายามเอ่ยขึ้นมา “ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้
เลือดหร่านหร่านเท่านั้นนี่”
เย่อวิ๋นชูเบิกตากว้างเพราะความโกรธ กำลังจะวิ่งเข้าไปทะเลาะ
กับฝางไคจี้ แต่ก็ถูกฉู่ลั่วดึงแขนไว้
ไอดอลสาวจึงได้แต่ยืนหัวร้อนอยู่ที่เดิม
“เมื่อกี้ฉันเสียพลังกับการใช้กระบี่ไปไม่น้อย หลังจากนี้อยากได้
เวลาพักสักหน่อย พวกคุณก็ไปพักผ่อนกันเถอะค่ะ” ฉู่ลั่วบอกกับทุก
คน “แต่อย่าแตะต้องยันต์นะคะ ยันต์ค่ายกลแปดทิศ ถ้าแตะต้องหนึ่ง
ใบก็เป็นการทำลายสมดุลทั้งหมด และจะทำลายการควบคุมได้”
“พี่ลั่วพักผ่อนเถอะค่ะ”
“ท่านปรมาจารย์ คุณรีบไปพักผ่อนเถอะครับ”
เย่อวิ๋นชูกับหางเจียซิ่นบอกอย่างห่วงใย
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่กลับไปพักผ่อนในตัวอาคาร
ทั้งสองคนเดินมาได้ครึ่งทางก็มองไปที่เฉียวโจว หลังจากเขาทำ
มือโอเคแล้ว สองปรมาจารย์จึงกลับเข้าไปในอาคารร้าง
แขกรับเชิญทั้งหกคนอยู่ต่อหน้ากล้อง บางคนหัวเราะพูดคุย บาง
คนพาผู้ชมไปดูโซ่กับโลงศพเลือด บางคนเล่าเรื่องตื่นเต้นที่เจอมา
เมื่อครู่นี้
ฉู่หร่านประคองฝางไคจี้ไปนั่งบนเก้าอี้ “พี่ไคจี้ พี่อย่าโทษฉันเลย
นะคะ!”
ฝางไคจี้ที่นั่งพิงเก้าอี้อย่างหมดแรงส่ายหน้าให้ “ไม่แน่นอน ฉันรู้
ว่าเธอแค่กลัว”
“พี่ไคจี้ มีแค่พี่ที่เข้าใจฉัน” หล่อนหันหน้าไปมองกล้อง แล้วพูด
อย่างจริงใจว่า “ฉันกลัวจริง ๆ นะคะ ดูเหมือนทุกคนจะเกลียดฉันเข้า
แล้ว ไม่รู้ว่าถ้าฉันไปขอโทษพวกเขาตอนนี้ พวกเขาจะรับคำขอโทษ
หรือเปล่า?”
คนที่อยู่ในไลฟ์สตรีมของฉู่หร่านมีแค่แฟนคลับ พวกหน้าม้าก็
มาปลอบโยน และดูถูกแขกรับเชิญคนอื่น
มีแฟนคลับของฉู่หร่านน้อยมากที่รู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่
พอแสดงความเห็น ก็ถูกแฟนคลับที่เหลือโจมตี
ฉู่หร่านอ่านช่องแสดงความคิดเห็น ในนั้นมีแต่คนปลอบและให้
กำลังใจ ในที่สุดหล่อนก็เผยรอยยิ้มออกมา “ขอบคุณทุกคนนะคะ
ฉันรู้ว่าทุกคนเข้าใจฉันที่สุด”
“ฉันจะพาทุกคนไปดูโลงศพเลือดนะคะ!”
ฝางไคจี้มองหล่อนด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเมื่อเขากวาดตามองไป
ทางอื่น ก็เห็นทีมงานรายการพาตัวฝานจื้อไป
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ก็เห็นเย่อวิ๋นชูถูกทีมงานรายการพาตัวไปอีก
คน
ฉู่หร่านพาตากล้องเดินไปรอบ ๆ โลงศพเลือดหนึ่งรอบ เธอชี้ไป
รอยกระบี่ของฉู่ลั่วพลางเอ่ยว่า “ฉันดูแล้วโลงศพเลือดนี้มีอายุหลายปี
แล้ว ควรจะเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมได้เลย ไม่รู้ว่าทำไมลั่วลั่วถึง
ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมแบบนี้”
ตากล้องหญิงที่อยู่หลังกล้องกลอกตามองบนอย่างหมดคำจะพูด