เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 859 ฉันไม่มีลูกสาวอย่างแก!
ฉู่ลั่วปรี่เข้าไปอย่างโมโห กระชากเสื้อของฉู่หร่าน ทั้งคู่ตบตีจน
ตกน้าไปด้วยกัน
ซ่งเชียนหย่ายืนอยู่ริมฝั่ง เห็นว่าทุกคนต่างพุ่งไปหาฉู่หร่าน
ส่วนฉู่ลั่วกระเสือกกระสนอยู่ในน้า
“ช่วยด้วย…”
“ช่วยหนูด้วย!”
ไม่มีใครช่วยเลย
ไม่มีใครได้ยินคำขอความช่วยเหลือจากลั่วลั่วเลย
ซ่งเชียนหย่ากระโดดลงไปน้า มือของเธอทะลุผ่านแขนของฉู่ลั่ว
ครั้งแล้วครั้งเล่า ได้แต่ร่าร้องอย่างหมดหนทาง “ลั่วลั่ว แม่มาช่วยลูก
แล้ว แม่มาช่วยลูกแล้ว!”
ครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งร่างของฉู่ลั่วค่อย ๆ จมหายลงไปในความมืด
“ลั่วลั่ว!”
“ใครก็ได้ ช่วยเธอที!”
“ใครก็ได้! ช่วยลูกสาวฉันด้วย!”
…
“ลั่วลั่ว!”
ซ่งเชียนหย่าเบิกตาโพลงพลางหอบหายใจ เธอลุกนั่งบนเตียง
ดวงตาจดจ้องเบื้องหน้าอยู่อย่างนั้น
“ที่รัก คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”
ซ่งเชียนหย่าคว้ามือฉู่เหว่ยฮ่าวไว้ “รีบไปช่วยลั่วลั่วเร็ว! ไปช่วย
เธอเร็วเข้า! เธอกำลังจะตายแล้ว… เธอกำลังจะตายแล้ว…”
ฉู่เหว่ยฮ่าวไม่ยอมพูดจา หน้าตาเคร่งเครียด
“คุณแม่คะ!” ฉู่หร่านเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้าในมือ เอ่ยเสียง
นุ่มนวล “ลั่วลั่วตายแล้ว คุณแม่ดื่มน้าก่อนเถอะค่ะ จะได้ใจเย็นลง”
เมื่อได้ยินเสียงของฉู่หร่าน ซ่งเชียนหย่าเหลือบสายตาฉับพลัน
ฉู่หร่านตระหนกกับสายตาคู่นั้น
สายตาที่เธอไม่เคยเห็นจากแม่มาก่อน
ซ่งเชียนหย่ามองจากบนลงล่าง แล้วจากล่างขึ้นบนอีกครั้ง
ม่านบาง ๆ ในแววตาคล้ายว่าถูกเบิกออก
เหมือนว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักลูกสาวตรงหน้า
ภาพเหตุการณ์ในอดีตปรากฏขึ้นทีละฉาก
ขังฉู่ลั่วไว้ในห้อง
บีบบังคับให้ฉู่ลั่วออกจากตระกูลฉู่
บีบให้ต้องออกจากเมืองเจียง!
…
“ทำไมกัน”
ฉู่หร่านชะงัก ถอยหลังตามสัญชาตญาณ
ซ่งเชียนหย่ากลับผลักฉู่เหว่ยฮ่าวออกแล้วคว้าแขนฉู่หร่านไว้ ดึง
ตัวหล่อนเข้ามา “บอกฉันทีว่าทำไม”
“คุณแม่ หนูไม่รู้ว่าคุณแม่พูดเรื่องอะไร”
“เพราะอะไรกัน… ฉันยังดีกับเธอไม่พอเหรอ” ซ่งเชียนหย่าออก
แรงดึงแขนหล่อน “ฉันบอกแล้วว่าจะรักพวกเธอสองคนเท่ากัน ทำไม
ต้องทำร้ายลั่วลั่วครั้งแล้วครั้งเล่า!”
ฉู่หร่านผงะ
แก้วในมือหล่อนตกพื้น มองซ่งเชียนหย่าด้วยความตะลึง “คุณ
แม่คะ…”
เป็นเพราะฉู่ลั่ว!
เป็นเพราะฉู่ลั่วหรือนี่!?
ทำไมพวกเขาต้องมาคาดคั้นฉัน มาด่าฉันเพราะฉู่ลั่วด้วย!?
หล่อนนับเป็นอะไรกัน!
ไหนว่าเป็นฉัน… ต้องเป็นฉู่หร่านคนนี้ถึงจะเป็นเจ้าหญิงเพียงคน
เดียวของตระกูลฉู่ คนที่พวกเขารักคือฉันไม่ใช่เหรอ
แล้วทำไมตอนนี้ต้องมาปกป้องฉู่ลั่วด้วย!
ฉู่หร่านออกแรงดิ้น “คุณแม่คะ หนูไม่รู้ว่าคุณแม่พูดเรื่องอะไร
หนูไม่ได้ทำร้ายลั่วลั่ว หนูไม่เคยทำร้ายเธอนะ!”
“ที่รัก คุณทำอะไร นี่คือหร่านหร่านนะ! ฉันรู้ว่าลั่วลั่วเสียชีวิตทำ
ให้คุณเสียใจมาก แต่…”
ซ่งเชียนหย่าปัดมือของฉู่เหว่ยฮ่าวที่เอื้อมเข้ามา ยังคงจับฉู่หร่าน
ไว้แน่น “ตอบฉันมา ทำไมต้องดึงยันต์ออกทั้งที่รู้ว่าจะเกิดเรื่อง”
ฉู่หร่าน “…”
“ตอบฉันมาสิ ทำไม!”
ฉู่หร่านห่อไหล่ “ชาวเน็ตยุค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่อง หนูก็ไม่ได้
อยากให้เป็นแบบนี้”
“เธอไม่รู้เหรอว่าจะเกิดเรื่อง”
“เธอก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เหรอ?”
ซ่งเชียนหย่าคลายมือฉู่หร่านออกฉับพลัน ชี้ไปทางประตูห้อง
ผู้ป่วย “ออกไป!”
ฉู่หร่านส่งเสียง “คุณแม่คะ…”
“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่!” ซ่งเชียนหย่าทรุดนั่งบนเตียงอย่างหมด
เรี่ยวแรง สายตาเลื่อนลอย “ฉันไม่ต้องการลูกสาวที่ไม่มีสามัญสำนึก
แล้วยังทำให้คนอื่นต้องตายอีก”
ฉู่หร่าน “…”
“นับแต่นี้ไป… ฉันไม่มีลูกสาวอย่างแก!”
…
นอกระเบียงห้อง
“ฉู่ลั่วยังไม่ตายใช่ไหมครับ?”
ฉู่จิงถามโดยลดระดับเสียงให้เบาที่สุดอยู่ข้างนอก
ฉู่เหิงผู้ยืนอยู่ตรงข้ามไม่ตอบ
“ในเน็ตบ้าคลั่งกันไปหมดแล้ว ทั้งแฟนคลับของฉู่ลั่ว และแฟน
คลับแขกรับเชิญที่เสียชีวิตต่างแห่กันมาเมืองซิน”
“แต่… พี่ใหญ่กลับไม่มา?”
“ฮั่วเซียวหมิงที่เพิ่งแสดงความรักในรายการไม่มา”
“แม้แต่ตระกูลซ่งก็ไม่ส่งคนมา”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกที่ฉู่ลั่วเลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ ไม่แสดงท่าที
อะไรเลยสักนิด?”
ฉู่เหิงยังคงไม่พูดอะไรสักคำ
ฉู่จิงกลับพ่นลมหายใจเบา ๆ รู้สึกเพียงความอัดอั้นหนักอึ้งในใจ
หายไปในฉับพลัน
“ผมก็ว่า เธอเก่งกาจขนาดนั้น จะตายได้ยังไง?” คุณชายรอง
ของบ้านพิงกำแพงอย่างหมดแรง “ผมจะไปบอกพ่อแม่เดี๋ยวนี้!”
“อย่าเพิ่งไป!”
ฉู่เหิงที่เงียบมาตลอดปริปาก
ฉู่จิงไม่พอใจ “ทำไมถึงไม่ยอมบอกพ่อแม่ แม่ร้อนใจจนเป็นลม
ไปแล้วนะ!”
“อาจิง นี่เป็นคำขอของลั่วลั่ว”