เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 860 ตระกูลฉู่ยังเอาตัวไม่รอดเลย
“…” ฉู่จิงเงียบไปพักหนึ่ง “เธอได้บอกอะไรไหมครับ?”
“ไม่เลย ลั่วลั่วแค่โทรมาบอกพี่ว่าเธออาจต้องตายสักระยะ บอก
พวกเราว่าไม่ต้องร้อนใจมาก ให้ดีที่สุดคืออย่าบอกพ่อกับแม่”
ฉู่จิงไม่เข้าใจ สมองพยายามประมวลอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ เสียงก่นด่าสาปแช่งฉู่หร่านในเน็ตเพิ่มทวีขึ้นทุกวัน
ฉู่หร่านดึงยันต์ออกขณะถ่ายทอดสด ทั้งแปดคนก็ตายกลางไลฟ์
ท่ามกลางสายตาทุกคน ฉู่หร่านทำให้คนแปดคนต้องตายเพราะ
ความโง่ของตัวเอง
ศิลปิน เจ้าหน้าที่ ปรมาจารย์…
ยิ่งคิด ตาของฉู่จิงก็ยิ่งเป็นประกาย เขากลืนน้าลายอย่าง
ยากลำบาก ถามด้วยอารมณ์เต็มตื้นขึ้นมาเล็กน้อย “งั้น… นี่เป็นแผน
เหรอ”
ฉู่เหิงตอบ “ไม่รู้ ลั่วลั่วไม่ได้บอก”
ฉู่จิงทำท่าจะพูดอะไรอีก ก็ได้ยินเสียงร้องของฉู่หร่านดังมาจาก
ข้างนอก
“ผมออกไปดูหน่อย”
“อาจิง ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นนายก็ต้องสงบสติให้ได้ ตอนนี้ยัง
ไม่ใช่… เวลาให้เสี่ยง”
“ผมรู้ ผมจะไม่วู่วามอีกแล้ว”
หลังวางสาย ฉู่จิงปรับสีหน้าตัวเองแล้วถึงออกจากทางบันได
ระหว่างทางก็เห็นฉู่หร่านคุกเข่าอยู่ที่พื้น หล่อนยื่นมือไปง้าง
ประตูห้องผู้ป่วย และร้องไห้อย่างเจ็บปวด “คุณแม่จะทิ้งหนูไปแล้ว
เหรอคะ?”
“หนูทำอะไรผิดกัน”
“คุณแม่! หนูไม่ได้ทำร้ายใครนะคะ หนูไม่ได้ทำ!”
“คุณแม่อย่าทิ้งหนูนะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวด้านข้างอยากพยุงหล่อนขึ้น กลับถูกฉู่หร่านสะบัด
ออก
ผู้เป็นพ่อถอนหายใจอย่างระอา ก่อนเห็นฉู่จิงเดินมาพอดี “รีบมา
ปลอบน้องสาวลูกที ตอนนี้แม่ของลูกโทษทุกอย่างกับหร่านหร่าน”
“พ่อจะไปดูแม่ก่อน”
“ครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเดินเข้าไป
ฉู่จิงเดินไปอยู่ข้างฉู่หร่าน มองหล่อนที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้น
เพ่งมองน้าตาบนหน้าหล่อน จู่ ๆ หัวใจฉู่จิงก็หล่นวูบ รีบนั่งยอง ๆ แล้ว
อธิบาย “หร่านหร่าน อย่าโกรธแม่เลยนะ”
ฉู่หร่านเงยหน้าด้วยน้าตาอาบหน้า “พี่รอง คุณแม่จะทิ้งหนูไป
แล้ว คุณแม่บอกว่าไม่อยากเห็นหน้าหนูอีกแล้ว!”
หล่อนพูดเสียงสะอื้นก่อนจะโผเข้าอ้อมกอดฉู่จิง หล่อนร้องไห้อยู่
ในอกเขา “พี่รอง คุณแม่ทิ้งหนูไปแล้ว หนูจะทำยังไงดี?”
“หนูไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณแม่ต้องโยนความผิดทุกอย่างให้
หนูด้วย!”
ฉู่จิงมองห้องผู้ป่วยด้วยสายตากังวล แล้วพยายามระงับสีหน้า
ตัวเองกับเสียงอันสั่นเทา “หร่านหร่านไม่ต้องกลัว คุณแม่แค่พูด
เพราะความโมโหเท่านั้น”
“จริงเหรอคะ?”
“แน่นอน เกิดเรื่องกับลั่วลั่วคุณแม่เลยเสียใจ หร่านหร่านจิตใจดี
ขนาดนี้ น่าจะเข้าใจได้ใช่ไหม?”
ฉู่หร่าน “…”
“หร่านหร่าน ที่โรงพยาบาลมีคนอยู่เยอะ ตอนนี้ทุกอย่างในเน็ต
แพร่สะพัดได้ไว ถ้าถูกใครถ่ายไว้คงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเธอ”
“เธอลุกขึ้นก่อน แล้วกลับไปที่โรงแรมนะ”
“แต่…”
ราชาภาพยนตร์พยุงฉู่หร่านขึ้น หยิบกระดาษทิชชูออกมาพร้อม
สีหน้าสงสาร แล้วเช็ดน้าตาให้ฉู่หร่านอย่างนุ่มนวล “ไม่มีแต่ ปล่อย
ให้พี่รองจัดการทุกอย่างเอง ดีไหม?”
“เธอกลับไปถึงโรงแรมแล้วโทรติดต่อผู้จัดการก่อน ดูว่าควร
รับมือสถานการณ์ตอนนี้ยังไง”
ตาของฉู่หร่านบวมแดง น้าเสียงแหบแห้ง “ขอให้พี่ใหญ่จัดการ
ให้กรุ๊ปตระกูลฉู่ออกหน้าได้ไหมคะ?”
ฉู่จิงถอนหายใจ “หร่านหร่าน เธอยังไม่รู้สินะ หลังเกิดเรื่อง… หุ้น
ของกรุ๊ปตระกูลฉู่ตกฮวบ”
“ชาวเน็ตตำหนิตระกูลฉู่ ผู้ถือหุ้นพากันขายหุ้นของตระกูลฉู่ทิ้ง
ไม่อย่างนั้น ทำไมพี่ใหญ่ถึงไม่มาทั้งที่เกิดเรื่องกับฉู่ลั่ว… หร่านหร่าน
ตอนนี้ตระกูลฉู่ยังเอาตัวไม่รอดเลย!”
พอได้ยินว่าเกิดเรื่องกับตระกูลฉู่ ฉู่หร่านตาโตอีกครั้ง ไม่กล้า
เชื่อเลยสักนิด “เป็น… เป็นไปไม่ได้มั้งคะ ตระกูลฉู่… ตระกูลฉู่เป็น
ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเจียงนะ”
ฉู่จิงหลุบสายตาลงต่า เก็บซ่อนอารมณ์แล้วเอ่ยอย่างจนใจ “เป็น
ตระกูลใหญ่ก็จริง แต่ตอนนี้… คำครหามีมากเกินไป หร่านหร่าน ครั้ง
นี้มีคนตายเลยนะ แถมยังไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย…”
เขาเงยหน้าช้า ๆ เผยให้เห็นสายตารวดร้าว “ตอนนี้พี่ใหญ่กำลัง
ควบคุมสถานการณ์ในบริษัท ถ้าตระกูลฉู่แทรกแซงเรื่องของเธอ
ในตอนนี้ มีแต่จะยิ่งทำให้ผู้ถือหุ้นโต้กลับรุนแรงกว่าเดิม”
“แต่เธอวางใจได้ ขอเพียงเป็นคำขอจากเธอ พี่รองต้องช่วยแน่
ต่อให้พี่ใหญ่ไม่เห็นด้วย พี่ก็ต้องโทรขอให้ทางบริษัทออกหน้ากับสื่อ”
“ต่อให้ตระกูลฉู่ต้องล่มจมเพราะเหตุนี้ พี่ก็ไม่ยอมให้หร่านหร่าน
ของเราต้องได้รับความอยุติธรรม”
เมื่อได้ยินว่าตระกูลฉู่ล่มจม สีหน้าฉู่หร่านเปลี่ยนไปทันที