เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 863 แท่นส่งวิญญาณ
รถแล่นไปในยามค่าคืน
วิญญาณบนรถก็มากขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งทั้งรถเต็มไปหมดจนผีแต่ละตัวแทบจะอัดแน่นติดกัน
รถยนต์ถึงได้แล่นไปตามทางแล้วตรงเข้าไปที่สุสานทรายเหลือง
หลังจากขับรถฝ่าความมืดมิดตรงหน้าสุสานเข้าไปแล้ว ตรงหน้า
ก็ปรากฏเป็นสีแดงเลือดขึ้นมา
รถยนต์ขับฝ่าหมอกสีแดงเข้าไป เผยให้เห็นซุ้มประตูขนาดใหญ่
ด้านบนซุ้มประตูมีตัวอักษรเขียนเป็นแนวนอนไว้ว่า ‘ประตูผี’ นี่
คือทางผ่านเข้าไป
ที่ด้านข้างซุ้มประตูมียมทูตดูน่ากลัวยืนกันอยู่เต็มไปหมด
ยมทูตขาวดำโบกโซ่แส้แล้วเปล่งเสียงไปในอากาศ “ยืนกันดี ๆ
รอให้ผ่านประตูผีก่อน พวกเจ้าก็จะสามารถไปเกิดใหม่ได้แล้ว”
พวกฉู่ลั่วยืนต่อแถวเหมือน ๆ กับวิญญาณตนอื่น ๆ แล้วรออยู่
อย่างเป็นปกติ
ผ่านไปสักพัก รถบัสคันใหญ่ก็ขับเข้ามา
พอประตูรถเปิดออกก็มีวิญญาณจำนวนมากกรูกันออกมา
ใบหน้าของพวกเขาดูน่าเกลียดน่ากลัวและสีหน้าก็ดูถมึงทึง
แม้ว่าวิญญาณจะดูไม่สมบูรณ์ก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
“มองอะไร! โถ่เว้ย ตัวเองก็เป็นคนตายกันทั้งนั้นยังจะมามองคน
อื่นอีก!”
“ไสหัวไปซะ ขวางทางเว้ย!”
“นี่ก็คือปรโลกเหรอ? เร็วเข้า อย่าให้เสียเวลา”
พอจี้ไจ่เห็นวิญญาณกลุ่มนั้นเข้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที “ผี
ร้ายเหล่านี้ล้วนแบกหนี้เลือดติดตัวมาทั้งหมดเลยใช่ไหม?”
“อืม!”
“บางคนแบกรับมาไม่ใช่แค่หนึ่งชีวิตแน่นอน” จี้ไจ่มองพิจารณา
วิญญาณในรถคันนั้นแล้วขมวดคิ้ว “รถคันนี้เป็นผีร้ายที่แบกหนี้
เลือดมาทั้งหมดเลย”
เย่อวิ๋นชูที่อยู่ข้าง ๆ จึงกระซิบถาม “ก่อนหน้านี้ฉันเคยดูไลฟ์
ปรโลกของพี่ลั่ว ผีร้ายเหล่านี้น่าจะถูกลงโทษใช่ไหมคะ?”
“บางทีอาจจะได้เข้าสู่เส้นทางของสัตว์เดรัจฉาน”
“และบางทีก็เป็นไม่ได้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานด้วย บางทีอาจได้เป็น
แมลงเอย ยุงเอย!”
เย่อวิ๋นชูกับหางเจียซิ่นพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ได้เห็นคนเลวได้รับการลงโทษ ใคร ๆ ก็รู้สึกดีกันทั้งนั้น
แต่ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่กลับสีหน้าไม่สู้ดีเลย
เหยียนอันอี้จึงเอ่ยถาม “ปรมาจารย์ทั้งสองท่าน มีอะไรผิดปกติ
หรือเปล่าครับ?”
“…อืม รอดูไปก่อน”
หลังจากที่วิญญาณในรถคันนั้นลงมายืนกันอย่างอืดอาดแล้ว
พวกยมทูตที่กระจายอยู่ทั้งสองฝั่งของซุ้มประตูต่างก็มีอาวุธต่าง ๆ
ปรากฏขึ้นในมือ
ยมทูตตนหนึ่งลอยอยู่ด้านบนของซุ้มประตู แล้วก้มลงมามอง
ด้านล่าง
ทันทีที่เขาเอ่ยปาก พลังหยินโดยรอบก็สะเทือนไปตามเสียงของ
เขา
“เงียบ! เงียบกันให้หมด”
“ที่นี่คือประตูผี หลังจากผ่านที่นี่ไปแล้ว พวกเจ้าจะสามารถไป
เกิดใหม่ได้”
“แต่ว่า… การกลับไปเกิดใหม่จะต้องดูที่บุญกรรม หากพวกเจ้า
บางคนทำชั่วก็จะต้องได้รับโทษ”
“การตัดสินในความตายเข้มงวดมาก ๆ”
ยมทูตที่อยู่ด้านบนเริ่มอธิบายเรื่องรายละเอียดการลงโทษ
บางส่วนในความตาย ทำเอาเหล่าวิญญาณต่างหวาดกลัวกัน
ฝางไคจี้ก็ยิ่งหดตัวไปรวมกลุ่มคนรู้จัก “ฉันไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย
แบบนี้จะนับว่าเป็นการแบกรับหนี้กรรมเปื้อนเลือดได้ยังไงกัน?”
“ฉันจะมาตายแบบนี้ได้ยังไง!”
เย่อวิ๋นชูที่อยู่ข้าง ๆ บ่นอย่างไม่สบอารมณ์ “อีกเดี๋ยวก็จะผ่าน
ประตูผีไปแล้ว ยังไม่เชื่ออีกเหรอว่าตัวเองตายแล้ว!”
“ฉันไม่รู้ด้วยซ้าว่าตัวเองตายยังไง ฉันย่อมไม่เชื่อแน่นอนอยู่
แล้ว!”
เย่อวิ๋นชูและทุก ๆ คน “…”
ฝางไคจี้ไม่รู้แน่นอน เพราะว่าเขาเป็นคนเพียงคนเดียวที่ไม่มีทาง
จะยอมรับความผิดพลาด ทุกคนเองก็เลิกหวังจะให้เขายอมรับเช่นกัน
ดังนั้น ตอนที่โซ่เหล็กยื่นเข้ามา คนอื่นก็ใช้ยันต์ไล่วิญญาณของ
เขาออกไป
จนสุดท้ายทีมงานรายการจึงไปเทเลือดบนอกของเขา
สภาพการตายของทุกคนดูสมจริงมาก ไม่มีใครสงสัยเลยด้วยว่า
ตรงหน้าอกแท้จริงแล้วไม่มีแม้แต่บาดแผล
ไม่มีใครตอบกลับคำพูดของฝางไคจี้ แล้วก็ได้ยินยมทูตที่ดูน่า
กลัวลอยสูงอยู่ในอากาศกัดฟันพลางบอก “แต่ว่าท่านราชาจิตใจดีจะ
ให้โอกาสทุกคนสักครั้ง”
“ตรงหน้านี้คือแท่นส่งวิญญาณของพระกษิติครรภโพธิสัตว์*[1]
ก่อนการตัดสินเรื่องบาปบุญ พวกเจ้าสามารถชำระบาปของตัวเอง
ที่นี่ ชาติหน้าจะได้ไปเกิดในสถานที่ที่ดี”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกไป สีหน้าของพวกผีทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง
แท่นก็เปลี่ยนไป
“จริงเหรอ?”
“ชำระบาป บาปอะไรกันที่ชำระได้!?”
“ฉันคิดว่าฉันไม่ได้มีบาปอะไรที่จำเป็นต้องชำระนะ ฉันอยากจะ
ไปเกิดใหม่ในครอบครัวเศรษฐีแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอด”
[1] พระกษิติครรภโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์แห่งสัตว์ผู้ทุกข์ยาก
ในอบายภูมิ มีปณิธานสำคัญในการช่วยสัตวโลกทั้งหมดให้พ้นจาก
นรกภูมิ