เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 864 ก็ผีแล้ว
กระทั่งเสียงของการพูดคุยเพิ่มขึ้นจนสุดแล้ว ยมทูตถึงได้ปรบมือ
แล้วบอก “เอาล่ะ ตอนนี้วิญญาณที่มีบุปฝาแห่งความตายสามารถไป
ชำระบาปที่แท่นส่งวิญญาณได้เลย”
วิญญาณที่บนแขนมีบุปผาแห่งความตายทุกดวง ต่างถูกจัดให้
ผ่านตรงประตูขนาดใหญ่สีทองที่อยู่ข้างประตูผี
เมื่อพวกมันผ่านเข้าประตูใหญ่ไปแล้วก็จะหายวับไปในความขาว
ฟุ้ง
วิญญาณผ่านประตูใหญ่สีทองนั้นไปดวงแล้วดวงเล่า
แล้วบุปผาแห่งความตายที่อยู่บนแขนของฉู่ลั่วก็เรืองแสงสีแดง
ขึ้นมาอย่างชัดเจน
เธอหันไปมองทางจี้ไจ่และคนอื่น ๆ
จี้ไจ่จึงพยักหน้าให้ “ผมรู้ครับ อีกเดี๋ยวพวกเราจะหาโอกาสผ่าน
ไปครับ”
คนอื่น ๆ ที่เหลือก็พยักหน้าเช่นกัน
จากนั้นฉู่ลั่วก็ถูกยมทูตตนหนึ่งพาข้ามผ่านประตูสีทองไป
“เจ้าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญรึ ยังจำเป็นต้องเข้าไปที่แท่นส่งวิญญาณอีก
หรือ?”
ยมทูตพิจารณาฉู่ลั่ว แล้วกวาดสายตามองพลังวิญญาณจาง ๆ
ที่ตัวของเธอ
“ฉันตายตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งการบำเพ็ญก็ไร้ผล ไม่รู้ว่าแท่น
ส่งวิญญาณจะสามารถคุ้มครองให้ชีวิตชาติหน้ายืนยาวขึ้นอีกสัก
หน่อยได้ไหม อย่างน้อยที่สุดก็ให้ฉันได้บรรลุ”
ยมทูตแย้มยิ้ม “บรรลุ? ยุคนี้นี่น่ะเหรอ! พลังวิญญาณขาดแล้วจะ
สามารถบรรลุได้ยังไงล่ะ!”
เขาพาฉู่ลั่วเดินไปจนถึงหน้าประตูสีทอง “แต่ถ้าเจ้าอยากจะลอง
ดู ก็ลองดูได้”
ว่าแล้วก็ผลักเธอเข้าไปในประตูสีทอง จากนั้นร่างกายก็หายวับ
ไปในแสงสีขาวนั้น
หลังจากที่วิญญาณที่มีบุปผาแห่งความตายทั้งหมดได้เข้าไปใน
ประตูสีทองแล้ว วิญญาณที่เหลือก็รออยู่ที่เดิมอย่างกระสับกระส่าย
ยมทูตบนแท่นก็เอ่ยปากอีกครั้ง “พวกเจ้าเป็นวิญญาณที่ไม่มี
เครื่องหมายปรโลกของเรา ทำได้แค่ตัดสินบาปบุญไปตามปกติ
เท่านั้น”
ด้านล่างจึงมีวิญญาณถามขึ้นมา “ทำไมพวกเราถึงไม่สามารถ
ไปแท่นส่งวิญญาณได้ล่ะ?”
“นั่นสิ ทำไมพวกเราถึงไม่สามารถไปได้?”
ยมทูตยิ้มร้ายออกมา “พวกเจ้าก็อยากจะไปที่แท่นส่งวิญญาณ
งั้นเหรอ?”
“แน่นอนสิ!”
“เช่นนั้นก็ต้องถูกพวกเราทำเครื่องหมายปรโลก”
“ทำเครื่องหมายก็ทำสิ!”
ยมทูตเปล่งเสียงออกมา “อย่างนั้นก็… ทำเครื่องหมาย ทุกคนมา
ต่อแถวทำเครื่องหมายทีละคน”
จี้ไจ่มองไปทางเหยียนอันอี้
แม้ว่าจะไม่ต้องหายใจแล้ว แต่เหยียนอันอี้ก็ทำท่าทางหายใจเข้า
ลึก ๆ แล้วพยักหน้าให้จี้ไจ่
“รอเดี๋ยว!”
ในตอนที่วิญญาณดวงแรกเตรียมจะทำเครื่องหมาย จู่ ๆ เหยียน
อันอี้ก็ลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยถาม “คุณจะรับประกันได้ยังไงว่าหลังจาก
ที่พวกเราทำเครื่องหมายแล้วจะสามารถไปที่แท่นส่งวิญญาณได้?”
ยมทูตคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวิญญาณยืนขึ้นมา “ต้องการอะไร?”
“ผมแค่อยากรู้ว่าหลังจากที่เราทำเครื่องหมายแล้ว จะสามารถไป
ที่แท่นส่งวิญญาณได้จริงเหรอ?”
“เมื่อกี้ก็เห็นแล้วนี่ว่าวิญญาณที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ทุกดวง
สามารถผ่านเข้าประตูสีทองไปที่แท่นส่งวิญญาณได้เลย!”
เหยียนอันอี้พยักหน้า “อย่างนั้นเราจะสามารถได้รับการส่ง
วิญญาณแบบเดียวกันไหม?”
“เราจะรู้ได้ยังไงว่าการส่งวิญญาณมีประสิทธิภาพแค่ไหน?”
ซุปเปอร์สตาร์ฝานจื้อลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับตะโกนเสียงดัง
“ใช่! ไม่แน่ว่าคนเหล่านี้อาจจะเป็นหน้าม้าที่พวกคุณจ้างมาทั้งหมดก็
ได้!”
วิญญาณตนอื่น ๆ ต่างก็กระซิบพูดคุยกัน วิญญาณที่เดิมที
กระตือรือร้นอยากรู้อยากลอง ในเวลานี้ล้วนค่อนข้างลังเลกันไปแล้ว
“ถูกต้อง! จะต้องทำให้พวกเรารู้ว่าการส่งวิญญาณต้องมี
ประสิทธิภาพถึงจะได้” เย่อวิ๋นชูแอบอยู่ท่ามกลางเหล่าวิญญาณ ก่อน
เอ่ยปากคุยกันด้วยน้าเสียงพอดี ๆ
ทั้งยังเอ่ยปากบอกวิญญาณที่อยู่ข้าง ๆ อีกด้วยว่า “บนโลกนี้ไม่
มีเรื่องดี ๆ ที่ไม่ต้องออกแรงหรอก มีที่ไหนกันที่พูดว่าส่งวิญญาณ
แล้วจะส่งวิญญาณได้เลย บอกว่าจะลดบาปลงก็สามารถลดลงได้”
“ยังไงฉันก็ไม่เชื่อ!”
วิญญาณก็ยิ่งหวั่นไหวมากขึ้นไปอีก
หางเจียซิ่นทอดถอนใจแล้วบอก “ชาตินี้ฉันตายเร็ว ใช้ชีวิตก็
ลำบาก ถึงไม่อยากไปเป็นสัตว์เลี้ยงอีกในชาติหน้า ตายตั้งแต่อายุยัง
น้อยแค่นี้ ฉันยังไม่มีแม้แต่แฟนสักคนเลยด้วย!”
เย่อวิ๋นชูเอ่ย “ชีวิตนี้ฉันไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร ก็หวังว่าใน
ชาติหน้าจะได้เป็นเศรษฐีรุ่นสองกับเขาบ้าง ถ้าคิดว่าเบื้องหลังของ
พวกเขาทำร้ายฉัน ฉันไม่ยอมหรอก!”
คำพูดเหล่านี้ทำเอาวิญญาณหวั่นไหวไปเยอะมาก
เหล่าวิญญาณเริ่มควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะดุด่ายังไง รับรองว่าแท่น
ส่งวิญญาณดีอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ
ยมทูตเริ่มโกรธแล้วก่นด่าออกไป
เย่อวิ๋นชูใช้สำเนียงมนุษย์ป้าทันที “เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ! พอโดน
เปิดโปงเข้าหน่อยก็อายจนต้องวีนออกมาแล้ว!”
เหล่าวิญญาณพยักหน้า
ยมทูตป่าวร้องออกไปว่าแท่นส่งวิญญาณนั้นดีมาก
หางเจียซิ่นก็ทำสีหน้าที่ดูไม่เชื่อ “ถ้ามันดีขนาดนั้นทำไมเขาไม่
ไปเองล่ะ? หรือว่าไม่อยากไปเกิดเป็นเศรษฐีรุ่นสอง? เรื่องดี ๆ แบบนี้มี
หรอจะเกิดขึ้นกับพวกเรา… ก็ผีแล้ว!”
เหล่าวิญญาณถอยกรูดออกจากแท่นอย่างรวดเร็ว