เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 865 เลียนแบบพระกษิติครรภโพธิสัตว์
เมื่อเห็นว่ายิ่งนานก็ยิ่งควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ วิญญาณเกือบ
ทั้งหมดร้องขอจะเข้าไปสัมผัสดูเอง ยมทูตจึงทำได้เพียงก้มหน้าไป
กระซิบที่หูของเพื่อนร่วมงาน
จี้ไจ่เห็นดังนั้นจึงทำตามแผนที่เตรียมไว้ หยิบยันต์ออกมาแปะไว้
บนตัว แล้วรีบตามยมทูตที่จะออกไปอย่างรวดเร็ว!
ผ่านไปสักพัก ยมทูตก็วิ่งเข้ามาแล้วพูดกับเพื่อนร่วมงานที่กำลัง
เกลี้ยกล่อมเหล่าวิญญาณอยู่ “องค์ราชารับปากแล้ว”
“เอาล่ะ พวกเจ้าเข้าไปสัมผัสดูสักครั้งได้เลย!”
พวกวิญญาณส่งเสียงฮือฮา จากนั้นเหล่ายมทูตก็จัดกลุ่มให้พวก
เขาได้เริ่มเข้าไปที่แท่นส่งวิญญาณหลังประตูสีทอง
ขณะที่อยู่ท่ามกลางเสียงฮือฮานั้น จู่ ๆ จี้ไจ่ก็กลับมาสีหน้าเคร่ง
ขรึม
กระทั่งได้ตามกลุ่มวิญญาณเข้าไปด้วยกันที่แท่นเกิดใหม่ ก็ได้
ยินเสียงสวดมนต์จาง ๆ พร้อมแสงสีทองแผ่ออกมาจากประตูราวกับ
รัศมีพระพุทธเจ้า
พวกผีที่เดิมทีสติเลือนรางก็ค่อย ๆ รู้สึกกลับมาได้สติท่ามกลาง
เสียงสวดมนต์นั้น
ตนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ก็ค่อย ๆ กลับมาฟื้นสภาพตอนที่ก้าว
เข้าไปหาแท่นส่งวิญญาณเช่นกัน
จี้ไจ่เงยหน้ามองขึ้นไป เสาทรงกลมขนาดใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ไม่ไกล
และบนยอดนั้นมีแท่นศิลาอยู่
แท่นนั้นเป็นประกายแสงสีทองระยิบระยับ เสียงสวดมนต์กระจาย
ออกมาจากที่นี่
บนแท่นสูงนั้นก็มีสามเณรห่มจีวรนั่งอยู่
จี้ไจ่ “…”
ที่ด้านล่างแท่นสูงนั้น มีวิญญาณนั่งล้อมกันเป็นวงกลม
สีหน้าของพวกเขาดูมีใจศรัทธาและสบายใจ พวกเขา
นั่งขัดสมาธิและหลับตาฟังบทสวดนั้นไป
ส่วนตรงกลาง แรงบาปและหนี้เลือดส่วนหนึ่งค่อย ๆ หายไปตาม
เสียงสวดมนต์
จี้ไจ่มองไปรอบ ๆ กลุ่มพวกวิญญาณอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเห็น
ฉู่ลั่วนั่งอยู่ด้านหลังสุด เขาจึงรีบเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้าง ๆ จากนั้นก็
ทำตามตนอื่น ๆ พร้อมกับหลับตา
“ราชาของพวกเขาไม่ใช่ยมทูต แต่เป็นเผ่ารากษส”
ฉู่ลั่วเอ่ย “รู้อยู่แล้ว”
จี้ไจ่ตะลึง “คุณรู้ได้ยังไง?”
ก่อนที่จะเห็นกับตาเขา ไม่ได้คาดคิดเลยว่าราชาในปรโลกเขตนี้
แห่งนี้จะเป็นเผ่ารากษส
ฉู่ลั่วลืมตาขึ้นมองสามเณรที่อยู่บนแท่นสูง “ในปรโลกมีเพียงแต่
เผ่ารากษส อสุรา และผีแม่ลูกเพียงสามเผ่าเท่านั้น”
“เผ่ารากษสถูกสร้างมาจากแปดมังกรสวรรค์ แถมมีตัวตนและ
ตำแหน่งสูงที่สุดในสามเผ่า”
จี้ไจฟังฉู่ลั่วอธิบายเรื่องเหล่านี้อย่างสงบ ความตื่นตระหนกในใจ
ก็สงบลงมากทีเดียว
“ไม่ใช่ว่าพยายามเลียนแบบพระกษิติครรภโพธิสัตว์อยู่เหรอ?”
“ทำไมถึงมาตั้งอาณาเขตเล็ก ๆ ที่นี่ได้?”
ฉู่ลั่วตอบ “ไม่รู้”
จี้ไจ่ “…”
เผ่ารากษสไม่ใช่ผู้บำเพ็ญธรรมดา ๆ
เณรที่อยู่ด้านบนยังคงสวดมนต์ต่อไป จี้ไจ่จึงยิ่งกระซิบเสียงเบา
ไปใหญ่ “สามเณรคนนั้นมีพลังวิญญาณลึกซึ้งขนาดนี้เลยเหรอ ถึง
ได้กล้าเลียนแบบพระกษิติครรภโพธิสัตว์ มาช่วยเหลือวิญญาณใน
ปรโลก?”
ฉู่ลั่วหันไปทางจี้ไจ่อย่างช้า ๆ “คิดว่าเด็กที่อายุไม่ถึงสิบขวบ
อย่างเขาคิดจะทำเรื่องแบบนี้เองเหรอ”
“…”
จี้ไจ่ซ่อนความตกใจในแววตาของเขาไม่ได้เลย ทอดมอง
สามเณรที่อยู่บนแท่นสูงอย่างตกใจมาก ๆ “หรือว่า… เขาไม่ได้อาสา”
ฉู่ลั่วเองก็เงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วมองไปทางสามเณรที่อยู่บน
แท่นสูงนั้น
“จะใช้อาสามาหรือเปล่า ลองดูก็จะรู้เอง”
หลังรับการชำระจากการฟังเสียงสวดมนต์ วิญญาณที่แตกสลาย
พลันสมบูรณ์ขึ้นมา สติปัญญาที่สับสนก็ชัดเจนขึ้นไม่น้อย
จนกระทั่งพวกยมทูตมาพูดกับวิญญาณที่ไม่มีตราบุปผาแห่ง
ความตาย “พวกเจ้าล้วนได้สัมผัสกันหมดแล้ว ตอนนี้ก็ไปประทับตรา
กันได้แล้วสินะ!”
พวกวิญญาณต่างลุกขึ้นยืนอย่างดีใจมาก
ส่วนฉู่ลั่วยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ แต่ก็หันไปมองพวกเหยียนอันอี้ที่
อยู่ไม่ไกลอย่างช้า ๆ แล้วพยักหน้าให้
หลังจากที่เหยียนอันอี้ขยิบตากลับไปก็แอบให้กำลังใจตัวเอง
พอเหล่าวิญญาณเดินตามหลังยมทูตไปจนใกล้จะออกจากประตู
สีทอง ด้านหลังก็มีเสียงประหลาดใจดังมา “วิญญาณพวกนั้นก็จะ
หลุดพ้นไปกับพวกเราด้วยเหรอ?”
พวกวิญญาณหันกลับไปมองทางกลุ่มวิญญาณชั่วร้าย
บางส่วนในนั้นมีตราประทับแล้ว กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้น กลิ่น
อายบาปสีแดงจางหายไปอย่างช้า ๆ จนร่างวิญญาณก็ค่อย ๆ
กลับคืนมาชัดเจน
วิญญาณแบบนี้มีไม่เยอะเท่าไหร่
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยฆ่าคนมานะ!” เหยียนอันนี้กระซิบ
“ฉันเคยเห็นเขาในโทรทัศน์มาก่อน เขาเป็นผู้ต้องหาหนีคดี ไม่
เพียงแต่ฆ่าคนนะ แต่ยังมีคดีฆ่าข่มขืนอีก แม้แต่ผู้เยาว์ก็ไม่เว้น”