เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 869 ยมทูตน้อย แต่กิจการรุ่งเรือง
พระราชวัง
ยมทูตหลายสิบตนอยู่ด้านนอกพยายามยื่นหน้าเข้าไปดูว่า
สถานการณ์ด้านในเป็นอย่างไรกันแน่
“ทำไมองค์ราชาถึงได้เคารพผู้หญิงคนนั้นขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้น
เป็นใครมาจากไหน?”
“ไม่รู้สิ!”
“เฮ้อ เจ้าเป็นคนพาพวกเขาเข้ามาไม่ใช่เหรอ? พวกเขาเป็นใคร
กันแน่?”
“ก็บอกว่าไม่รู้!” ยมทูตที่พาพวกฉู่ลั่วนั่งรถบัสเข้ามาก็งุนงงมาก
เช่นกัน “ข้าแค่เห็นว่านางมีตราประทับ ทั้งยังอยู่ในเขตอำนาจของ
พวกเรา ก็เลยพานางมาที่นี่”
ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นคนใหญ่คนโต!
ในพระราชวัง อสูรหัวม้าพูดประจบประแจง “ไม่ทราบว่าท่านทูต
มาที่นี่มีอะไรให้รับใช้ขอรับ? มาตรวจสอบ หรือว่าพวกเราทางนี้ทำ
อะไรไม่ถูกต้องตรงไหนเหรอขอรับ?”
“ไม่ใช่ทั้งหมด ฉันแค่มาตามหาคนคนหนึ่ง”
“คน?” อสูรหน้าม้าขมวดคิ้ว “คนเป็นหรือ?”
“คนเป็น ๆ!”
“ที่นี่เป็นปรโลก จะมีคนเป็นได้อย่างไร!” อสูรหน้าม้าส่ายหน้า
“นอกจากพระโพธิสัตว์น้อย ในนี้ก็มีเพียงยมทูตกับผีเท่านั้น”
อสูรหน้าม้ายืนยันหนักแน่น
แต่ฉู่ลั่วกลับถามว่า “ท่านแน่ใจเหรอ?”
อสูรหน้าม้าคิดจะพยักหน้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของฉู่ลั่ว
เขาจึงลังเลขึ้นมาแล้ว “เมืองเหล็กของข้ามีอาณาเขตขวางไว้ เดิมที
คนเป็นไม่สามารถเข้ามาได้ ต่อให้มีคนเป็นบุกรุกเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ
ข้าย่อมรับรู้ได้”
ฉู่ลั่วเอ่ย “แต่ว่ามีคนเข้ามาในนี้แน่นอน”
อสูรหน้าม้าส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้”
เจ้านิกายยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว ก่อนยันต์แผ่นหนึ่งปรากฏขึ้น
เธอท่องคาถา ยันต์ก็หลุดออกจากมือ บินตรงไปข้างนอกอย่าง
รวดเร็ว แต่ตอนที่บินออกไปได้ครึ่งทาง ยันต์ก็ไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน
ในทันที
“คนของฉันอยู่ที่นี่ เพียงแต่ติดอยู่ในอาณาเขตของคุณ ยันต์
ของฉันจึงติดตามร่องรอยเธอไม่ได้”
หลังจากหร่วนย่วนย่วนถูกซ่งอวิ๋นไท่พามาที่นี่… หล่อนก็ขาด
การติดต่อไปเลย
อสูรหน้าม้าตกใจ
“มีมนุษย์บุกรุกเข้ามาจริงหรือ? แต่อาณาเขตไม่มีปฏิกิริยาอะไร
เลย ข้าเองก็ไม่รู้สึกถึงอะไรเช่นกัน!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หากเป็นไปได้ รบกวนราชาให้ยมทูตช่วยออกตามหา
ด้วย”
อสูนหน้าม้หันไปมองข้างนอกด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน
ฉู่ลั่วย้าเป็นนัยสงสัย “ราชา?”
อสูรหน้าม้ากระแอม “เข้ามาสิ!”
ยมทูตยี่สิบตนเดินเข้ามาพร้อมเพรียงกัน ทุกตนต่างคุกเข่าทำ
ความเคารพ “ถวายบังคมราชาผี”
อสูรหน้าม้าชี้ไปยังยมทูตหลายสิบตน ด้วยน้าเสียงไม่ค่อยพอใจ
“นี่คือยมทูตทั้งหมดที่เรามี”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอหันไปมองยมทูตทั้งยี่สิบตนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลางถาม
ด้วยน้าเสียงสงสัย “ทั้งหมดเหรอ?”
อสูรหน้าม้าพยักหน้า ก่อนจะพูดแก้ตัวให้ตัวเอง “นี่ก็คือบุญ
บารมีของอาณาเขตของพวกข้ายังไงล่ะ! เดิมทีพวกเราไม่จำเป็นต้อง
จัดการกับวิญญาณมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นวิญญาณทุกตนที่มายัง
อาณาเขตของพวกข้า จะได้รับการปลดปล่อย และบริสุทธิ์มาก
พอที่จะได้ไปเกิดใหม่”
“พวกข้ามียมทูตน้อย แต่กิจการของพวกข้ารุ่งเรืองมาก!”
ฉู่ลั่ว “…”
เห็นสีหน้าประหลาดใจของฉู่ลั่ว อสูรหัวม้าจึงรีบอธิบาย “ท่านทูต
กิจการของพวกเราไปได้ดีจริง ๆ ขอรับ ไม่มีผีตกค้างอยู่ในยมโลก
สักตน และไม่มีวิญญาณตนใดกลับชาติไปเกิดพร้อมบาปเลย”
“ไม่มีสักตนเลยเหรอ?”
“แน่นอน!”
“ฆาตกร คนที่ก่อเหตุข่มขืน หัวขโมย คนที่ทรมานคนอื่นจนตาย
ทำผิดประเวณี… ทั้งหมดล้วนไร้ซึ่งความผิดบาป แล้วได้กลับชาติไป
เกิดเลยเหรอ?”
อสูรหัวม้าพยักหน้าตามความเป็นจริง “แน่นอนขอรับ! พวกเขา
ล้วนไร้บาปติดตัว ย่อมเพียงพอให้เกิดใหม่ได้อย่างราบรื่น ท่านทูต
พวกเขาล้วนไปเกิดด้วยวิญญาณบริสุทธิ์”
“หากท่านทูตไม่เชื่อ ข้ามีบันทึกอยู่ตรงนี้”
อสูรหัวม้ากวาดมือ บันทึกแห่งความเป็นความตายเล่มหนึ่งซึ่งมี
ไอหยินรุนแรงพลันปรากฏในมือของเขา
เขาถือไว้ด้วยสองมือ ยก่อนจะยื่นไปตรงหน้าฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วรับมา หลังจากเธอพลิกดูแล้ว
ก็เห็นคนที่ได้กลับชาติไปเกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้
นามคือตี๋ถัง
วันเดือนปีเกิดมีการบันทึกเอาไว้ชัดเจน
เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดที่เขากระทำมา รวมถึงความดีใด ๆ ที่เคย
กระทำล้วนถูกบันทึกไว้
เขากระทำชำเราเด็กน้อยและผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะห้าคน
ทั้งยังทรมานหมาแมวจนตายไปหลายร้อยตัว
ทั้งยังมีความผิดทั้งเล็กทั้งใหญ่อีกมากมาย
แต่เขาเข้ามาอยู่ในแท่นแห่งการปลอดปล่อยเพียงแค่สามปี ก็ได้
กลับชาติไปเกิดแล้ว
พ่อแม่พร้อมหน้า ครอบครัวมีฐานะดี รูปร่างหน้าตาดี
ยิ่งอ่านไปเรื่อย ๆ ฉู่ลั่วก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
ตอนแรกอสูรหัวม้าคาดหวังว่าเธอจะกล่าวชมเชย แต่เมื่อเห็น
ใบหน้าของอีกฝ่ายย่าแย่ขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจของเขาก็รัว “ท่านทูต มี
อะไรผิดพลาดหรือ?”
ฉู่ลั่วยกบันทึกแห่งความเป็นความตายขึ้นมา พลางถามว่า “เขา
ฆ่าคน ข่มขืนและทรมาน แต่กลับได้ไปเกิดหลังตายเพียงแค่สามปี ไม่
ต้องรับโทษเหรอ?”
อสูรหัวม้าพยักหน้า “ใช่ขอรับ! เขาได้รับการปลดปล่อยเพราะไร้
ซึ่งบาปใด ๆ แล้ว ย่อมได้กลับชาติไปเกิดเป็นธรรมดา”