เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 870 ยึดตราประทับคืน
“ยังได้ไปเกิดเป็นมนุษย์อีกเหรอ?”
อสูรหัวม้าพยักหน้า “วิญญาณผู้มาที่นี่แค่ต้องล้างบาปให้สะอาด
หมดจด ก็สามารถไปเกิดเป็นมนุษย์ได้แล้ว”
ฉู่ลั่วถามต่อ “และยังได้ไปเกิดในครอบครัวที่ดีด้วย?”
“แน่นอนสิขอรับ! วัตถุประสงค์หลักของพวกเราคือต้องได้ไปเกิด
ในครอบครัวที่ดี เพราะวิญญาณในอาณาเขตของพวกเราล้วน
บริสุทธิ์ราวกับวิญญาณแรกเกิด ไม่มีบาปแม้แต่น้อย ย่อมต้องได้เกิด
ในครอบครัวที่ดี”
“ไม่เช่นนั้น กฎแห่งสังสารวัฏย่อมไม่ยอมให้พวกเขาหนีไปได้
แน่”
ฉู่ลั่วจ้องมองอสูรหัวม้าที่ทำเหมือนว่านี่คือเรื่องปกติหลายครั้ง
ก่อนจะถามว่า “ชำระบาปของพวกเขา สามารถรับประกันได้ยังไงว่า
ชาติหน้าจะไม่ทำความผิดแบบเดิมอีก”
อสูรหัวม้าครุ่นคิด “ไม่มีทาง! แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่อาจรับรองได้
แต่ไม่เป็นอะไร เพียงแค่ถูกประทับตราด้วยตราประทับของพวกข้า
ชาติหน้าก็ยังจะกลับมาที่อาณาเขตของพวกข้าอีก จากนั้นก็จะได้รับ
การชำระล้างแล้วไปเกิดใหม่”
เขาทำหน้าไม่แยแส
ฉู่ลั่วพลิกดูต่อไปด้วยสีหน้าสงสัย
นอกจากนั้นยังมีคนที่บาปน้อยได้ไปเกิดใหม่อีก แต่ส่วนมาก
ล้วนเป็นคนที่มีบาปหนา
ยังมีวิญญาณชั่วที่ทำผิดบาปร้ายแรงกว่าตี๋ถังอีก ทั้งหมดล้วนได้
ไปเกิดใหม่แล้ว
“ท่านทูต เอ่อ ท่านทูต…”
อสูรหัวม้ามองฉู่ลั่วอย่างระมัดระวัง ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไม
เธอถึงได้โกรธขนาดนี้
ฉู่ลั่วปิดบันทึกแห่งความเป็นความตาย แล้วหันไปมองเขา
“ตอนนี้ฉันอยากตามหาคนที่นี่ มีวิธีการอื่นอีกไหม?”
อสูรหัวม้าครุ่นคิด แล้วลองพูดหยั่งเชิงว่า “นอกจากปลดอาณา
เขตนี้ได้ ยันต์นั้นของท่านทูตก็คงจะใช้ได้ขอรับ”
เขาพูดหยั่งเชิง พร้อมกับพิจารณาดูสีหน้าของฉู่ลั่วไปด้วย
ในใจก็ชั่งน้าหนักฐานะของฉู่ลั่วไปด้วย
“ค่ายกลนี้ท่านยมราชเป็นผู้มอบให้ด้วยตนเอง คนตัวเล็ก ๆ เช่น
ข้าไม่สามารถปลดได้ ท่านทูตเชิญท่านพญายมราชมาได้หรือไม่
เล่า?”
ราชาเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมา
ทูตผู้นี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่เป็นผู้บำเพ็ญ แต่กลับวางหน้า
ใหญ่โตต่อหน้าเขาที่เป็นอสูรหัวม้า
หากไม่ใช่เพราะเห็นว่านางมีตำแหน่งเป็นทูตของยมโลก เขาคง
สั่งสอนนางไปแล้ว
ยังมาตรวจสอบบันทึกเป็นตาย ทั้งยังจู้จี้จุกจิกกับงานของเขาอีก
เหอะ!
ฉู่ลั่วถาม “มีวิธีเดียวเหรอ?”
อสูรหัวม้าพยักหน้า “มีวิธีเดียวขอรับ หากท่านทูตต้องการตาม
หาคนให้เร็วที่สุด ก็ต้องปลดอาณาเขตของที่นี่เท่านั้น”
“ที่นี่เป็นสถานที่อันตรายและกว้างใหญ่มาก ยมทูตเพียงสิบกว่า
ตนไม่รู้ต้องค้นหาไปถึงเมื่อไหร่…”
“ได้!”
ไม่รอให้อสูรหัวม้าพูดจบ ฉู่ลั่วก็พยักหน้าทันที เธอถือบันทึกแห่ง
ความเป็นความตายไว้ในมือข้างหนึ่ง ในมืออีกข้างหนึ่งก็มีหนังสือสี
ทองดำปรากฏออกมา ในขณะที่อสูรหัวม้ามีแววตาตกใจเธอก็หาย
ตัวไปแล้ว “ฉันจะไปถามดู”
อสูรหัวม้า “…”
ยมทูตทั้งยี่สิบตนเงยหน้าขึ้น มองไปที่เขา
“องค์ราชา นี่… ผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อสูรหัวม้าหัวเราะเย็นชา “ไม่ใช่ใครทั้งนั้น ก็แค่คนธรรมดาคน
หนึ่ง ที่ได้รับความสำคัญจากยมโลก จนได้ตำแหน่งทูตมาเท่านั้น”
ยมทูตพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แค่ผู้บำเพ็ญธรรมดา! องค์ราชาย่อมไม่กลัวนางอยู่แล้ว”
อสูรหัวม้าลอยขึ้นไป ก่อนจะลงมานั่งบนบัลลังก์ของตน “นางคิด
ว่าตนเองจะโน้มน้าวท่านพญายมราชได้หรือ นางไม่คิดบ้างหรือว่า
ข้าก็เป็นผู้ที่ท่านพญายมราชแต่งตั้งด้วยตนเอง”
“ทูตคนหนึ่ง ยังกล้า…”
ยังไม่ทันเอ่ยจบ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว เขาลุกขึ้นจาก
บัลลังก์ทันที
วินาทีต่อมา ภายในท้องพระโรงขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าก็มียมทูต
กว่าร้อยตนปรากฏตัวขึ้น
ที่นำหน้ามาคือฉู่ลั่วกับยมทูตขาวดำ
พลังหยินของยมทูตร้อยตนรุนแรง ทรงอานุภาพอย่างมาก
เพียงแค่ปรากฏตัว ก็ทำให้ยมทูตทั้งยี่สิบตนก้มหัวได้แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยมทูตทั้งสองท่านที่สวมอาภรณ์สีขาวดำ
ยิ่งทำให้พวกเขาก้มหัวต่าลงไป จนแทบจะมุดหนีแล้ว
“สหายยมทูตขาวดำ พวกท่านมาได้อย่างไร?”
อสูรหัวม้ารีบลอยลงมาจากบัลลังก์สูง “ไม่ได้พบกันหลายร้อยปี
พวกท่าน…”
“อสูรหัวม้ารับบัญชา!”
อสูรหัวม้าดวงตาเบิกกว้าง เขารีบรับหนังสือปกดำมาทันที ทันที
ที่เขาเปิดอ่าน ก็ยิ่งตกใจขึ้นเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดเขาทำได้เพียงคุกเข่าลง
บนพื้นเสียงดัง “หัวม้ายอมรับความผิด”
ยมทูตทั้งสองเดินมาข้างหน้า ซัดโซ่เส้นหนึ่งให้พันรัดตัวอสูรหัว
ม้าไว้
“ส่งมอบตราประทับคืนมา!”